การคาดการณ์ด้านแนวโน้มการเติบโต สำหรับปี 2018 และ ปี 2019 นั้น นับว่า ยังไม่สดใส
พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นตัวบ่งชี้ อัตราการเติบโตที่ตกต่ำสำหรับปี 2561 และ 2562 สืบเนื่องจากภาพลบของการลดจำนวนทริปในการออกไปจับจ่าย และ การลดจำนวนกลุ่มสินค้าที่ทำการซื้อในอัตราที่ลดลง ดังนั้น การฟื้นตัวจะต้องใช้เวลา ทำให้การเติบโตเป็นไปได้อย่างช้าๆ คาดว่า จะอยู่ในช่วงอัตราระหว่าง -1% และ 2% สำหรับปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ
ส่วนตลาดตัวเมืองและตลาดชนบท นั้น จากผลสำรวจพบว่า เหล่านักช้อป โดยเฉพาะ ผู้ที่อยู่ในตัวเมืองนิยมทำการจับจ่ายไปทั่ว เพื่อให้ประหยัดที่สุด ผู้ประกอบการค้าปลีก รวมถึง รูปแบบการค้าปลีกขนาดใหญ่ ยังคงใช้กลยุทธ์การอัดโปรโมชั่น เพื่อดึงดูดเหล่านักช้อป ขณะที่แย่งชิงผู้บริโภคด้วยการขยายสาขาเพื่อบริการที่ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อ ให้เกิดความสะดวกสบายที่สุด เป็นที่น่าสังเกตว่า..กลุ่มนักช้อปในตัวเมืองนั้น นอกเหนือจะลดความถี่ในการออกไปจับจ่ายแล้วก็ตาม เขาก็ยังคงไม่ยึดติดกับการซื้อในจุดเดิมๆ แต่กลับเลือกจุดจับจ่ายไปทั่ว ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้เหล่าผู้ค้าปลีกเกิดการแข่งขันในการขยายจุดขาย
ส่วนช่องทางการขาย ร้านสะดวกซื้อ มาแรงขยายส่งแบ่งทุกปี ไฮเปอร์มาร์เก็ต รักษาฐานเดิม อีคอมเมิร์ซ น่าจับตาปี 63
เป็นที่น่าสังเกตว่า ร้านสะดวกซื้อยังคงขยายส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ช่องทางร้านสะดวกซื่อสามารถยึดครองส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 0.5% ซึ่งหากยังคงรักษาอัตราการขยายตัวในระดับนี้ คาดว่า ในปี 2562 ร้านสะดวกซื้อจะกลายเป็นช่องทางอันดับหนึ่งของ Modern trade สำหรับตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคภายในครัวเรือนอย่างแน่นอน ส่วนช่องทางไฮเปอร์ - มาร์เก็ต ยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งช่องทางการตลาดอย่างคงที่ ทั้งนี้ เป็นผลจากสงครามโปรโมชั่นของ 2 ค่ายใหญ่ คือ เทสโก้ และ บิ๊กซี นั่นเอง สำหรับช่องทางโชห่วยยังจะเป็นช่องทางอันดับหนึ่งในภาคตลาดรวมต่อเนื่องไปอีกสิบปี อี-คอมเมิร์ซเป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งหากสามารถขยายส่วนแบ่งช่องทางการตลาดแบบเท่าตัวในแต่ละปี ช่องทางนี้จะมีแนวโน้มที่สามารถแซงหน้าช่องทางซุปเปอร์มาร์เก็ต (Chain Supermarket) ได้ในปี 2563 (2020)
กล่าวโดยสรุป แนวโน้มของกลุ่มนักช้อปในประเทศไทย จะมีอิทธิพลสำคัญต่อกลยุทธ์การทำการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าปลีก ตลอดจน เจ้าของแบรนด์สินค้า ดังนี้
ผู้ซื้อชาวไทย ยังคงระมัดระวังในการจับจ่าย ใช้เงิน ทั้งผู้ซื้อที่เป็นคนเมืองและชนบท ภาพลักษณ์ของแบรนด์ การรับรู้ด้านคุณประโยชน์ ตลอดจน นวัตกรรมใหม่ จะเป็นปัจจัยหลักต่อการพิจารณาตัดสินใจซื้อ
ขนาดบรรจุ ราคา และ ช่องทางการขาย เป็นกลยุทธ์สำคัญในการจับกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกันระหว่างผู้จับจ่ายที่เป็นคนเมือง และ ชนบท จะเห็นว่า รูปแบบค้าปลีกที่เป็นร้านค้าย่อยยังมีแนวโน้มในการขยายจุดขายให้ครอบคลุมได้มากยิ่งขึ้น เพื่อบริการนักช้อปในตลาดชนบท นอกจากนี้ ช่องทางการขายผ่านตลาดออนไลน์ มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อิษณาติ กล่าวปิดท้าย