แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในยุโรป จะเพิ่มขึ้น 47% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2023 ก็ตาม แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของยุโรปดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงที่ชะลอตัว เนื่องจากผู้ใช้รถต่างรอคอยซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีกว่าและราคาถูกกว่า ซึ่งคาดว่าจะมีขายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
ผู้ผลิตและผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของยุโรป เช่น Tesla, Volkswagen และ Mercedes-Benz ต่างบอกว่า อัตราดอกเบี้ยสูง และตลาดที่ซบเซา กำลังทำให้ลูกค้าหยุดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โดยยอดสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Volkswagen ลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากปีที่แล้ว
มีข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีและอิตาลี รวมถึงผลการวิจัยของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก 4 แห่ง ระบุว่า การชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเกิดจาก ผู้บริโภคไม่มั่นใจว่า รถยนต์ไฟฟ้าตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัย ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง และราคา
“ปัญหาหลักคือความไม่แน่นอน” Thomas Niedermayer ผู้บริหารตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ สัญชาติบาวาเรียวัย 45 ปี กล่าว “ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหลายคนคิดว่าเทคโนโลยีจะดีขึ้น และจะรอ 3 ปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นถัดไป ดีกว่าการซื้อรถยนต์ตอนนี้ที่รถจะสูญเสียมูลค่าไปอย่างรวดเร็ว”
ผู้ที่ตั้งใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าบางคน ก็เปลี่ยนใจไม่ซื้อรถเพราะขาดโครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จไฟฟ้า ความกังวลเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และราคาที่ยังสูง
ตลาดออนไลน์ด้านรถยนต์ AutoTrader บอกว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ยังคงมีราคาแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉลี่ยถึง 33% และมีการคาดการณ์กันว่า รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ราคาถูก ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคระดับเริ่มใช้รถ จะไม่ออกสู่ตลาดก่อนปี 2025 เป็นอย่างเร็วที่สุด
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นักวิจารณ์ได้เตือนมานานแล้วว่า การขาดแคลนรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ในที่สุดจะหยุดการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเส้นกราฟสูงชัน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก ๆ และกลุ่มยานยนต์ขององค์กร (Corporate fleets)
โดยสรุป ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว นอกจากจะเกิดจากการที่ยังไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกแล้ว ยังเกิดจากราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่สูง ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ปั๊มชาร์จไฟฟ้าที่ยังไม่กระจายทั่วถึง รวมทั้งมูลค่าคงเหลือของรถที่ต่ำทำให้ผู้ซื้อหมดความสนใจ เพราะบริษัทต่าง ๆ และผู้บริโภคจำนวนมาก เลือกซื้อรถยนต์ใหม่โดยพิจารณาจากมูลค่าการขายต่อในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า