สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นจากหลักการดำเนินธุรกิจขององค์กรในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น นั่นหมายถึงการทำธุรกิจที่ไม่ได้มองแค่กำไรหรือผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่อยู่คู่เมืองไทยมานานกว่า 60 ปี จัดได้ว่าเป็นองค์กรที่มีนโยบายดำเนินธุรกิจควบคู่ไปพร้อมกับการทำงานร่วมกับชุมชนและสังคมมาโดยตลอด ซึ่งรางวัล “องค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่นประจำปี 2566” (AMCHAM Corporate Social Impact Award) ใน “ระดับแพลทินัม” จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า องค์กรนี้มีความจริงจังกับการพัฒนาในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน

ทั้งนี้ รางวัลองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น (AMCHAM Corporate Social Impact Awards) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่องบริษัทสมาชิกหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยปีนี้เป็นปีแรกที่ได้นำการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ภายใต้มิติด้าน Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ร่วมเป็นหนึ่งในบรรทัดฐานในเกณฑ์การคัดเลือกด้วย ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนและการขับเคลื่อนธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ตอกย้ำความสำเร็จของเชฟรอนในฐานะบริษัทด้านพลังงานระดับโลกที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสังคมไทยให้แข็งแกร่ง

หากลงลึกถึงการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเชฟรอนถึงได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง เพราะ เชฟรอนใช้กลยุทธ์ 4E’s ที่รับผิดชอบต่อสังคมครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ การส่งเสริมการศึกษา (Education) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Environment and Energy Conservation) การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต (Economic Development) และการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Employee Engagement) ผ่านโครงการเพื่อสังคมกว่าหลายร้อยโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

โดยโครงการส่วนใหญ่ของเชฟรอนเป็นโครงการระยะยาวที่สร้างความยั่งยืน เช่น “โครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเล” ที่ดำเนินงานมากว่า 30 ปี ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางทะเลทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้กับนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลให้เป็นกำลังในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ตลอดจนเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเล การจุดประกายจิตสำนึกการอนุรักษ์ท้องทะเลและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติของเยาวชนคนรุ่นใหม่จากรุ่นสู่รุ่นตลอด 30 ปีมานี้มีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมไปแล้วกว่า 840 คน ซึ่งหลายๆ คนก็ได้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย
“โครงการก๊าซชีวภาพสหกรณ์ยางพาราสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” (Lower Carbon Biogas Rubber Project) เป็นอีกหนึ่งโครงการระยะยาวที่เชฟรอนดำเนินงานมากว่า 10 ปี ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบพลังงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างต้นแบบสหกรณ์ยางแผ่นรมควันคาร์บอนต่ำแห่งแรกในจังหวัดสงขลา ส่งเสริมกระบวนการผลิตยางแผ่นรมควันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย โครงการฯ จะทำการประเมินและวางแผนการลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตยางแผ่นรมควัน นำเทคโนโลยีระบบบ่อหมักร่วมผลิตก๊าซชีวภาพห้องรมควันประสิทธิภาพสูง และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาใช้และจะประเมินความเป็นไปได้ในการทำคาร์บอนเครดิตของสหกรณ์ฯ ขึ้น โดยสหกรณ์ในจังหวัดสงขลาที่อยู่ภายใต้โครงการฯ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 425 ตัน/ปี หรือประมาณร้อยละ 31 และสามารถเป็นต้นแบบในการส่งต่อความรู้ให้กับสหกรณ์อื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป

รวมถึง “โครงการเชฟรอนทุนเพื่อชีวิต” โดยร่วมมือกับมูลนิธิรักษ์ไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2558 สนับสนุนวิสาหกิจธุรกิจสำหรับหัวหน้าครอบครัวผู้หญิงที่ต้องลุกขึ้นมาเป็นเสาหลัก ในวันที่ชีวิตต้องนับหนึ่งใหม่จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพการฝึกอาชีพและเงินทุนช่วยเหลือสำหรับสตรีผู้หาเลี้ยงครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองใน 3 จังหวัดภาคใต้ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและศักยภาพในการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมต่อยอดสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจและฐานที่มั่นของครอบครัว จนถึงปัจจุบันโครงการฯ ได้สนับสนุนอุปกรณ์ให้กลุ่มอาชีพกว่า 116 กลุ่ม รวมถึงมีผู้รับประโยชน์โดยตรงมากกว่า 1,500 คน อีกทั้งโดยอ้อมสำหรับสมาชิกในครอบครัวอีกกว่า 20,000 คน

และในปีนี้ เชฟรอนเข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณ วันอนุรักษ์มรดกไทย จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติประจำปีพุทธศักราช 2566 ที่ผ่านมาเชฟรอนได้ดำเนินการสนับสนุนจังหวัดสงขลาและสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลาในการจัดนิทรรศการ “FAD 11 SONGKHLA: FINEARTS ศาสตร์และศิลป์” ซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการด้านศิลปวัฒนธรรมเนื่องในวันสงขลา และโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานเจดีย์เขารูปช้าง จังหวัดสงขลา เพื่อเสริมสร้างคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง
จากโครงการต่างๆ จึงเป็นการตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอดกว่า 60 ปีว่า นอกเหนือจากพันธกิจในการจัดหาพลังงานให้ประเทศแล้ว เชฟรอนยังมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีกับสังคมไทยและกับชุมชนในทุกที่ที่ดำเนินธุรกิจ