BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
4,220
VIEWS

เชฟรอนพัฒนานวัตกรรมเพื่อการผลิตพลังงาน ที่ลดการปล่อยคาร์บอนให้ต่ำลงได้ยิ่งกว่า

เม.ย. 25, 2567
บริษัทผู้ดำเนินกิจการด้านพลังงานที่มีกระบวนการครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในเมืองไทยมา 62 ปี ในนาม “เชฟรอน” ทั้งในส่วนของอัพสตรีม (Upstream) อย่างการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทั้งก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว และน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการร่วมบุกเบิกและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนให้ประเทศสามารถผลิตพลังงานจากแหล่งในประเทศได้ ยังมีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรให้กับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีการดำเนินงานในส่วนของดาวน์สตรีม (Downstream) เกี่ยวกับโรงกลั่นและรีเทล ซึ่งทั้ง 2 จะมีการทำงานร่วมกัน และมีนโยบายที่สอดคล้องกัน
คุณชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เล็งเห็นว่า ความต้องการใช้พลังงานของประเทศจะโตขึ้นเรื่อยๆ และจะมีความต้องการใช้พลังงานที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยการใช้พลังงานที่มาจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติยังคงจะต้องมีอยู่ต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้าอีกหลายทศวรรษ แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็จะเริ่มมีความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น มีการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานที่มีความสะอาดมากขึ้น
 
“ผมเชื่อว่าเรื่องของความหลากหลายของพลังงาน (Energy Diversification) เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยความต้องการของประเทศและของคนในประเทศในการใช้พลังงานที่มีความสะอาดมากขึ้น ธุรกิจของเราที่เป็นการทำธุรกิจผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติก็จะต้องมีความสะอาดมากขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามไปด้วย เราจึงมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อที่จะทำให้การผลิตพลังงานแบบที่เป็น Traditional Energy มีความสะอาดมากขึ้น”
 
เชฟรอนตระหนักถึงบทบาทสำคัญขององค์กรที่จะสามารถช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ โดยจัดหาพลังงานที่มีความปลอดภัย มีต้นทุนที่เหมาะสม รวมถึงมีความสะอาดมากขึ้นด้วย เพื่อสนับสนุนประเทศให้เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2065 ผ่านการจัดทำและนำเสนอแผนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และการวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม
เริ่มต้นที่การดำเนินงานในเรื่อง “คน” ด้วยการส่งเสริม Organizational Capability ที่ให้ความสำคัญกับไอเดียต่างๆ จากบุคลากรที่ทำงานอยู่หน้างาน ที่รู้จริงๆ ว่าในโอเปอเรชั่นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตรงไหนและการทำงานในโอเปอเรชั่นมี Complexity อย่างไร ฉะนั้นจึงให้พนักงานเป็นคนเสนอไอเดีย แทนการออกนโยบายแบบท็อปดาวน์ให้ผู้บริหารกำหนดว่าจะต้องทำอะไรอย่างไร พร้อมมีการวางกรอบและเป้าหมายที่ชัดเจน
 
การที่จะให้พนักงานมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้จำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจก่อนว่าทำไมต้องช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก  สิ่งนี้มีผลกระทบอย่างไร  ก๊าซเรือนกระจกคืออะไร  ซึ่งขับเคลื่อนผ่านการจัดตั้ง  Green  Squad  โดยอาศัยตัวแทนจากบุคลากรจากทุกแผนกมาเข้าร่วมอัพเดตความรู้เกี่ยวกับการลดคาร์บอน เพื่อให้ตัวแทนเหล่านี้นำความรู้ไปบอกต่อคนในแผนกต่อไป อีกทั้งยังมีการเชิญวิทยากร  ผู้เชี่ยวชาญจากนอกหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงาน  มีการจัดนิทรรศการประจำปี  และแคมเปญเกี่ยวกับการลดโลกร้อนตลอดปี โดยตัวแทนแต่ละแผนกที่เข้าร่วมกิจกรรมจะเข้าไปสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในแผนกตัวเองต่อไป เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้บุคลากรทุกส่วนเกิดแพชชั่นและไอเดียต่างๆ ตามมา 
 
“ผมคิดว่าเรื่องของคนมีพลังยิ่งใหญ่มาก ถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือจากพนักงาน ถ้าพนักงานเราไม่มีความรู้ หรือความสนใจในเรื่องนี้ เมื่อไรก็ตามที่เราหยุดการโปรโมทหรือการให้รางวัล พนักงานก็จะหมดความสนใจ แต่หากเราสามารถสร้างแพชชั่นและความรู้ให้กับเขาได้ สิ่งนี้จะนำไปสู่ความยั่งยืนและเป็นพื้นฐานของกิจกรรมทุกอย่างที่บริษัทจะทำต่อไปในอนาคต”
 
ส่วนที่ 2 เรื่องการสร้างความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การผลิตและใช้พลังงานที่มีความสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงมีความปลอดภัยได้มาตรฐานและสามารถสร้างผลกำไรได้ด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ออกกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อที่จะกำกับดูแลให้ภาคเอกชนทำธุรกิจที่มีความสะอาดมากขึ้น ให้ความรู้ รวมถึงสร้างแรงจูงใจในทางธุรกิจ เชฟรอนจึงเห็นความสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมทุน ภาครัฐ รวมถึงภาคประชาชน
 
“ผมมองว่าทุกคนและทุกธุรกิจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกัน จะหวังให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำเจ้าเดียวก็เป็นไปไม่ได้” คุณชาทิตย์กล่าวเสริม
 
ส่วนที่ 3 คือการใช้เทคโนโลยีใหม่ บริษัทมองว่าถ้าจะทำธุรกิจแบบเดิมผลลัพธ์ก็จะคงเหมือนเดิม ขณะเดียวกันถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรจำเป็นต้องหาวิธีการใหม่ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน และมีผลดีกับธุรกิจในระยะยาว เพราะสามารถช่วยให้ธุรกิจสะอาดมากขึ้นนั่นเอง แน่นอนว่าทางเชฟรอนที่มีจุดแข็งในการเป็นผู้นำเรื่องเทคโนโลยี และเป็นบริษัทระดับโลก ทำให้เชฟรอนประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายทั่วโลกทางด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความชำนาญในด้านต่างๆ เช่น จากบริษัท Chevron Technology Company และบริษัท Chevron New Energies
โครงการที่สะท้อนผลการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจในไทยได้อย่างชัดเจนคงหนีไม่พ้น “การรื้อถอนส่วนบนของแท่นหลุมผลิตมาใช้ประโยชน์ใหม่” หรือที่เรียกว่า “Topside Reuse” เชฟรอนเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้มีการคิดค้นเทคนิคนี้ขึ้นมา จากข้อมูลในกระบวนการผลิตปิโตรเลียม จำเป็นต้องมีการตั้งแท่นโครงสร้างหลุมผลิต โดยปกติเชฟรอนจะใช้โครงสร้างที่แข็งแรงมีอายุการใช้งานยาวนานเป็นหลายสิบปี เมื่อผลิตไประยะหนึ่ง ทรัพยากรเริ่มหมด มีการหยุดการผลิตลง จากนั้นแทนที่จะทำการรื้อถอนและนำไปแยกชิ้นส่วนตามปกติ แต่เชฟรอนคิดค้นไอเดียการนำส่วนบนของแท่นที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการผลิตกลับมาใช้ในที่ใหม่ ต่อยอดสู่การวางแผนงานทางด้านวิศวกรรมโดยละเอียด ครอบคลุมเทคนิควิธีการที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 
“เชฟรอนสามารถลดปริมาณการจัดการของเสียจากเหล็กที่เกิดจากการรื้อถอนมากถึง 2,500 ตัน ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง  7,560  ตัน เ ทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ที่เติบโตมานาน  10 ปี  จำนวน  125,154  ต้น  นับเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนต้นทุนและค่าใช้จ่าย” 
ไม่เท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานของแท่นผลิต ที่เรียกว่า “Integrated Operations Center” หรือ  IOC  ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการสร้างคอนโทรลรูม  (Control  Room)  นอกชายฝั่ง  โดยปกติแล้วในกระบวนการผลิตปิโตรเลียม ห้องคอนโทรลรูมที่ใช้ในการควบคุมการปฏิบัติการจะอยู่บนแท่นกลางทะเลอ่าวไทย เชฟรอนประเทศไทยได้ย้ายคอนโทรลรูมที่อยู่กลางทะเลขึ้นมาไว้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อดีที่เด่นชัด คือช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง ลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและโลจิสติกส์ นอกจากนั้นยังทำให้การทำงานระหว่างทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันสามารถควบคุมโอเปอเรชั่นที่บนแท่นกลางทะเลซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรได้ จากคนที่อยู่ในออฟฟิศที่กรุงเทพฯ
 
ปัจจุบัน บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนาโครงการต่างๆ เราได้เดินหน้าศึกษาในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี  CCS  หรือ  Carbon  Capture  and  Storage  ที่ตอนนี้เชฟรอนมีโอเปอเรชั่นอยู่แล้วทั้งในออสเตรเลียและแคนาดา  ตอนนี้ในประเทศไทยเชฟรอนได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ของเราในการศึกษาเรื่องของการนำ  CCS  เข้ามาใช้ในแหล่งอาทิตย์  ซึ่งเชฟรอนได้เข้าไปสนับสนุนทั้งเรื่องของงบประมาณ  ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ และมีประสบการณ์ในการทำ  CCS ในต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุน
 
รวมไปถึงมีโครงการนำร่องหลายโครงการที่จะสานต่อในอนาคตมากมาย อาทิ การติดตั้งโซล่าร์เซลล์และระบบพลังงานลม เพื่อที่จะนำพลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาใช้เป็นพลังงานบนแท่นหลุมผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ก๊าซธรรมชาติหรือดีเซลและช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอีกทางหนึ่ง ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จจากโครงการนี้จะมีแผนการขยายออกไปในแท่นหลุมผลิตทั้งหมดของบริษัทต่อไป
 
“ผมเชื่อว่าในอนาคตยังมีโครงการอีกมากมายที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยสนับสนุนประเทศไทยและชุมชนของเราให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” คุณชาทิตย์กล่าว
บริษัทจึงมีการเข้าไปสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการ “เติมพลังรักษ์ยั่งยืน สู่ผืนป่าไทย” (Foster Future Forests) ที่มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ 100 ไร่ ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาในบริเวณป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และสร้างองค์ความรู้ให้กับชุมชนในด้านต่างๆ รวมถึงด้านการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นป่าต้นแบบในการบริหารจัดการระบบนิเวศป่าชายเลน เพื่อศึกษาและวัดผลของการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการวัดผล ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จจะมีการขยายผลออกไปที่อื่นได้อีก เพราะประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนจำนวนมาก และจากข้อมูลการวิจัยป่าชายเลนเป็นป่าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดีสุดด้วย
 
อีกทั้งยังมีโครงการ “ก๊าซชีวภาพสหกรณ์ยางพาราสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” (Lower Carbon Biogas Rubber Project) ที่จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมมือกับสถาบันวิจัยระบบพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการจัดทำในการนำก๊าซชีวภาพและเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาใช้เพื่อลดการปล่อยการคาร์บอนจากการผลิตยางแผ่นรมควันในชุมชนต่างๆ 
 
สุดท้าย ในอนาคตการทำธุรกิจผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติอาจไม่สามารถดำเนินการอย่างเดิมได้อีกต่อไป เนื่องจากคนทั่วไปมีความคาดหวังและความต้องการพลังงานสะอาดที่มากยิ่งขึ้น
คุณชาทิตย์ เผยทิ้งท้ายในประเด็นนี้ว่า “ผมมองว่าในวันข้างหน้าเราอาจไม่สามารถทำได้อย่างเดิม แต่สามารถทำให้มันสะอาดได้มากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพราะก๊าซธรรมชาติยังมีความจำเป็นอยู่ เพราะเป็นพลังงานฟอสซิลที่สะอาดกว่าและเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ ด้านการออกแบบ Facility ต่างๆ ที่เราจะมาใช้ในการผลิตในอนาคต ก็ต้องผสานแนวคิดเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่ต้น ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องพวกนี้ต้องอยู่ในความคิดของคนที่ออกแบบ ซึ่งก็กลับมาที่เรื่องคนอีกแล้ว การสร้างความรู้ความเข้าใจกับคนในองค์กรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก”

เชฟรอนพัฒนานวัตกรรมเพื่อการผลิตพลังงาน ที่ลดการปล่อยคาร์บอนให้ต่ำลงได้ยิ่งกว่า

ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ Chevron Enjoy Science ยกระดับสะเต็มศึกษาพร้อมปูทางสู่อนาคต

“เชฟรอน” กับบทพิสูจน์การทำธุรกิจคู่สังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดกว่า 60 ปี

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact