“มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. เป็นเบอร์ 1 ในตลาดค้าปลีกสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน ด้วยส่วนแบ่งตลาด 32.4% โดยประเทศไทย ถือเป็น Strategic Market นอกประเทศมาเลเซียของเรา เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก”
นั่นคือคำกล่าวของ มร.แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ประเทศไทย ที่พูดไว้เมื่องานเปิดตัวแฟล็กชิฟ สโตร์ สาขาแรกของมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เมื่อเร็วๆ นี้
มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.เป็นค้าปลีกสินค้าตกแต่ง ซ่อมแซม และของใช้ในบ้านสัญชาติมาเลเชียที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศแม่เมื่อปี 2548 ก่อนที่จะขยายสาขาเข้ามาในไทยเมื่อปี 2559 และตลอด 7 ปีที่ผ่านมา สามารถขยายสาขาได้ครอบคลุม 72 จังหวัดของบ้านเรา ด้วยจำนวนสาขา 739 สาขา โดยยังคงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่องในปี 2567 อีก 186 สาขา ซึ่งเป็นตัวเลขเท่ากับการขยายสาขาเพิ่มขึ้นในปีนี้

การมีจำนวนสาขาอยู่ในมือจำนวนมาก ตามมาด้วยวอลุ่มการขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง นั่นจึงเป็นแต้มต่อสำคัญที่ถูกนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาดด้วยการใช้เรื่องของการขายสินค้าราคาถูก คุ้มค่า หรือ Always Low Prices และเมื่อรวมเข้ากับการมีจำนวนสินค้าที่หลากหลายทั้งเครื่องมือช่าง สินค้าตกแต่ง และของใช้ภายในบ้านกว่า 15,000 รายการในร้าน ทำให้กลายเป็นอีกแต้มต่อในการทำตลาดของผู้เล่นรายนี้ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้สำเร็จ ด้วยจำนวนสาขาที่มีอยู่ในมือมากกว่าผู้เล่นรายอื่นๆ
นอกจากจำนวนสาขาที่มากกว่าแล้ว การมีฟอร์แมทของสาขาที่หลากหลาย ทั้งการเปิดในช้อปปิ้ง มอลล์ สาขาสแตนด์อะโลน สาขาในรูปแบบเอ็กซ์เพรส ที่อยู่ในย่านชุมชน อาทิ ในตลาด และสาขาออนไลน์ ที่ทั้งการเข้าไปเปิดบนแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่างช้อปปี้ และในรูปแบบของแบรนด์ดอทคอม ทำให้กลายเป็นอีกจุดแข็งที่สามารถเข้าถึงโอกาสในการซื้อสินค้าที่ค่อนข้างหลากหลายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ผู้บริหารของ มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย ประเทศไทย บอกว่า ภายในปี 2568 นี้ตั้งเป้าหมายเปิดให้ครบ 1,000 สาขา โดยรูปแบบจะเป็นการลงทุนของบริษัทเองทั้งหมดเหมือนกันทุกประเทศ เน้นทำเลเปิดในศูนย์การค้าและสแตนด์อโลน สัดส่วนในไทยตอนนี้เป็นแบบสแตนด์อโลน 63% ในศูนย์การค้า 33% และเอ็กซ์เพรส 4% โดยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ขายรวม 480,000 ตารางเมตร รองรับการให้บริการลูกค้ากว่า 1 ล้านคนต่อปี
“การบริหารจัดการในเรื่องตัวสินค้าของมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.อยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก เนื่องจากเรามีจำนวนสาขาอยู่ในมือค่อนข้างมาก ทำให้มีวอลุ่มการขายเยอะ จึงสามารถใช้กลยุทธ์การขายสินค้าในราคาถูกได้ โดยสินค้าที่มีการเติบโตมากสุดคือกลุ่มเฮ้าส์โฮลด์และฮาร์ดแวร์ สัดส่วนมากกว่า 50% มียอดซื้อต่อบิลเฉลี่ยที่ 200 บาท”

เขายังบอกอีกว่า ปัจจุบัน มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย มีสาขาอยู่ในประเทศมาเลเชีย และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นไทย บรูไน, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เวียดนาม รวมถึงประเทศเอเซียอื่นๆ อย่างอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีการขยายสาขาเข้าไปเปิดในยุโรปอย่างประเทศสเปนและตุรกี ซึ่งจากจำนวนสาขาที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย ถือเป็นตลาดที่มีสาขามากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% จากจำนวนสาขาทั่วโลกกว่า 3,500 สาขา
อย่างไรก็ตาม การมีสาขาอยู่ในมือถึงกว่า 700 สาขา เป็นอีกความท้าทายที่ทำให้ต้องมีกลยุทธ์ในการนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละโลเกชั่น อย่างการเปิดสาขาแฟล็กชิฟ สโตร์ ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ถือว่าอยู่ในโลเกชั่นที่ใกล้เคียงกับสาขาที่เปิดในโลตัส บางกะปิ ที่เปิดเมื่อปี 2565
มร.แอนดี้ ชิน บอกว่า จุดแข็งอีกอย่างของมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย ก็คือ การมีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ในบางสาขาที่อยู่ใกล้กันมีการแย่งแชร์กันเองไม่มากนัก อย่างสาขาโลตัส บางกะปิ จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่ไปช้อปสินค้ากลุ่มอาหารในโลตัส แล้วซื้อสินค้าในมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มกับที่มาเดินช้อปในเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
“เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เป็นอีกโลเกชั่นที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะกับการเป็นเดสติเนชั่นของย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเราเองมีสายสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับกลุ่มเดอะมอลล์ เพราะมีการเข้าไปเปิดสาขาก่อนหน้านี้ทั้งที่เดอะมอลล์ โคราช เปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2560 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขาเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ เปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2564 และล่าสุดสาขาแฟลกชิปสโตร์ ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เปิดตัวปีพ.ศ. 2566 ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค”

เขายังบอกอีกว่า ปัจจุบัน มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย มีสาขาอยู่ในประเทศมาเลเชีย และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นไทย บรูไน, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เวียดนาม รวมถึงประเทศเอเซียอื่นๆ อย่างอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีการขยายสาขาเข้าไปเปิดในยุโรปอย่างประเทศสเปนและตุรกี ซึ่งจากจำนวนสาขาที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย ถือเป็นตลาดที่มีสาขามากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% จากจำนวนสาขาทั่วโลกกว่า 3,500 สาขา
อย่างไรก็ตาม การมีสาขาอยู่ในมือถึงกว่า 700 สาขา เป็นอีกความท้าทายที่ทำให้ต้องมีกลยุทธ์ในการนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละโลเกชั่น อย่างการเปิดสาขาแฟล็กชิฟ สโตร์ ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ถือว่าอยู่ในโลเกชั่นที่ใกล้เคียงกับสาขาที่เปิดในโลตัส บางกะปิ ที่เปิดเมื่อปี 2565
มร.แอนดี้ ชิน บอกว่า จุดแข็งอีกอย่างของมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย ก็คือ การมีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ในบางสาขาที่อยู่ใกล้กันมีการแย่งแชร์กันเองไม่มากนัก อย่างสาขาโลตัส บางกะปิ จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่ไปช้อปสินค้ากลุ่มอาหารในโลตัส แล้วซื้อสินค้าในมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มกับที่มาเดินช้อปในเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
“เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เป็นอีกโลเกชั่นที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะกับการเป็นเดสติเนชั่นของย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเราเองมีสายสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับกลุ่มเดอะมอลล์ เพราะมีการเข้าไปเปิดสาขาก่อนหน้านี้ทั้งที่เดอะมอลล์ โคราช เปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2560 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขาเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ เปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2564 และล่าสุดสาขาแฟลกชิปสโตร์ ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เปิดตัวปีพ.ศ. 2566 ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค”