ในวันที่ค่าครองชีพกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน ในมุมของธุรกิจค้าปลีกที่สามารถยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง “ราคา” และ “ความจำเป็น” ได้อย่างสมดุล จะกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นลำดับต้นๆ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. (MR. D.I.Y.)
แบรนด์ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แทรกตัวเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ไม่ใช่ด้วยภาพลักษณ์หรูหราหรือการสื่อสารที่หวือหวา แต่เกิดจากพันธสัญญาที่ชัดเจนอย่าง “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices) ที่กลายเป็นแกนกลางของกลยุทธ์ทั้งหมดที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยึดถือและปฏิบัติมานานกว่า 10 ปี ในประเทศไทย

ในเชิงกลยุทธ์ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เติบโตจากการเป็นร้านขายอุปกรณ์ช่างหรือของใช้เบ็ดเตล็ด แต่กำลังขับเคลื่อนสถานะไปสู่การเป็น “ร้านของชุมชน” ที่ผู้บริโภคสามารถเดินเข้าไปหาโซลูชันเล็กๆ ในชีวิตได้แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ ไขควงด้ามเล็ก ไปจนถึงของใช้ในบ้านอย่างเครื่องครัว หรือของเล่นสำหรับเด็ก ด้วยภาพลักษณ์ของร้านที่เข้าถึงง่าย ราคาประหยัด กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจในระยะยาว
บนเส้นทางการเติบโตตลอด 10 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านการเติบโตของยอดขาย และจำนวนสาขาที่ยังคงขยายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับ Top of Mind Brand สะท้อนภาพที่เป็นรูปธรรมด้วยผลสำรวจและวิจัย 2026 Thailand’s Most Admired Brand ครั้งล่าสุด โดย “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” สามารถรักษาความเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของกลุ่มร้านขายสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน หมวดช่องทางขายสมัยใหม่ ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทรนด์การซ่อมแซมบ้าน การตกแต่งบ้าน และการทำ DIY ด้วยตัวเองเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคกำลังมองหาทางเลือกในการจัดการชีวิตด้วยต้นทุนที่ควบคุมได้ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำบทบาทของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ให้ชัดเจนขึ้น เพราะวันนี้ลูกค้าไม่ได้มองหา “ของราคาถูกที่สุด” แต่ลูกค้ากลายเป็น Smart Shopper ที่เลือกซื้อ “ของที่คุ้มค่าที่สุด” ภายใต้เงื่อนไขของการใช้งานจริงและความจำเป็นเร่งด่วน จึงสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ที่เข้าถึงความต้องการผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
“ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด คือความมั่นใจว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไปจะคุ้มค่า ดังนั้นมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จึงยืนหยัดในแนวคิด Always Low Prices ที่ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ด้านราคา แต่คือพันธกิจของแบรนด์ในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับคนไทยในวงกว้าง ซึ่งมุมมองของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เราเป็นมากกว่า ‘ร้านค้า’ แต่ต้องการเป็น ‘เพื่อนบ้าน’ ที่พึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์”

โดยความสำเร็จที่ส่งผลต่อการรักษาสถานะความเป็นผู้นำตลาดของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เกิดจากองค์ประกอบสำคัญ 3 เรื่องหลัก ได้แก่
- สินค้าราคาถูกคุ้มเสมอ (Always Low Prices) ด้วยจุดแข็งของโมเดล Economies of Scale จากการสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมากเพื่อซัพพอร์ตสาขาทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้แบรนด์สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งต่อแต้มต่อนั้นกลับไปเป็น Value for Money สำหรับผู้บริโภค
- ความหลากหลายของสินค้า (Variety) มีการวางจำหน่ายสินค้าหมุนเวียนประมาณ 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 แผนกหลัก เช่น เครื่องมือช่าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ในครัวเรือนและของเล่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง ช่วยให้สาขาสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความสะดวกสบายจากการมีสาขาใกล้ชุมชน (Convenience) ในช่วงปีที่ผ่านมามิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ขยายสาขาไปมากกว่า 1,100 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าในระดับชุมชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ลูกค้าสามารถเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ใกล้บ้าน และช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะร้านค้าปลีกที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคในทุกพื้นที่
นอกจากนี้ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังได้เพิ่มมิติของกลุ่มสินค้าที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น สินค้าตามฤดูกาลหรือเทศกาลที่ได้รับความนิยมสูง เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายและความสะดวกสบาย ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้แบรนด์ดูทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น โดยสินค้าทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบ ตั้งแต่ต้นทางที่โรงงานผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำมาวางจำหน่าย
คุณอานุภาพ กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์การสื่อสารและการทำกิจกรรมการตลาดที่ผ่านมามีส่วนสำคัญในการทำให้ผู้บริโภคเกิดการ Brand Reminding ด้วยเช่นกัน โดยมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มุ่งเน้นการทำแคมเปญที่เน้นความคุ้มค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน และยังเป็นเครื่องมือในการสร้าง Brand Experience รวมถึงการตอกย้ำจุดยืนในฐานะ “ร้านใกล้บ้านที่ช่วยประหยัดค่าครองชีพ” ด้วยการใช้กลยุทธ์ Seasonal Marketing นำเสนอสินค้าและโปรโมชันที่สอดคล้องกับจังหวะการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละเทศกาล โดยเชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภค

“หนึ่งในแคมเปญที่สร้าง Brand Awareness ได้ชัดเจนที่สุด คือการใช้มาสคอต ‘ปันดี’ ในรูปลักษณ์ของแพนด้าที่เข้ามาเป็นตัวแทนแบรนด์ผ่านคาแร็กเตอร์ที่มีความ Friendly, Playful และเข้าถึงง่าย สะท้อนบุคลิกของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในการเป็นแบรนด์ที่จริงใจเป็นกันเอง และ ‘นำสิ่งดีๆ มาสู่ลูกค้า’ เมื่อลูกค้ามองเห็น ‘ปันดี’ ก็สามารถเชื่อมโยงไปถึงมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ได้ทันที โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวและเด็ก ช่วยให้แบรนด์มีภาพจำที่ชัดเจนขึ้น”
นอกจากนี้ หนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยสร้าง Brand Engagement กับผู้บริโภคได้ดี คือกิจกรรม “Shop & Show” ที่ทำต่อเนื่องกว่า 5 ปี โดยให้ลูกค้าช้อปสินค้าแล้วนำมาสร้างสรรค์ไอเดียหรือถ่ายภาพในเชิงครีเอทีฟเพื่อร่วมสนุกในกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ เช่น ไอโฟนรุ่นใหม่ โดยกิจกรรมนี้จะเปลี่ยนลูกค้าจาก “ผู้ซื้อ” ให้เป็น “ผู้มีส่วนร่วมกับแบรนด์” เป็นกิจกรรมที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น จากในปีแรกมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียงหลักร้อยคน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นคน สะท้อนพลังของ Engagement ที่มากกว่าแต่การลดราคา

นอกจากนี้ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่าน KOC และ Word of Mouth จากลูกค้าจริง ที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทรงพลังมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “MR. D.I.Y. Cares” ผ่านหลากหลายกิจกรรมมุ่งเน้นการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน ความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชน และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของการสร้าง Brand Experience และ ESG อย่างเป็นรูปธรรม
คุณอานุภาพ ย้ำว่า แผนงานในปีนี้จะยังคงเดินหน้าเพิ่มความเข้มข้นให้กับจุดแข็งเดิมทั้ง 3 ด้าน คือราคาถูกคุ้มเสมอ ความหลากหลายของสินค้า และความสะดวกในการเข้าถึง โดยเฉพาะแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ที่ในปี พ.ศ.2568 ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 200 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 1,100 สาขาทั่วประเทศ โดยเน้นการขยายลงสู่ระดับชุมชน อำเภอ และตำบล ในรูปแบบ Standalone เพื่อให้ร้านอยู่ใกล้บ้านผู้บริโภคมากที่สุด พร้อมตั้งเป้าว่าในอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีสาขาเพิ่มเป็น 1,500 สาขา เพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น
“ความเป็นผู้นำในวันนี้ไม่ได้วัดจากการเป็นที่รู้จักเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันและไว้วางใจแบรนด์ในทุก Touchpoint ตั้งแต่ราคา ความหลากหลายของสินค้า ความสะดวกในการเข้าถึง ไปจนถึงประสบการณ์เมื่อเข้าร้านและการมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ในชีวิตประจำวัน”
วันนี้เป้าหมายสำคัญของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ไม่ได้อยู่ที่การเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดหรือมีสินค้ามากที่สุด แต่คือการเป็น Top of Mind Brand ที่ผู้บริโภค “ไว้วางใจ” มากที่สุด พร้อมการก้าวสู่สถานะของ Brand Love เพื่อรักษาความเป็น “เบอร์ 1 ของกลุ่ม” ให้ยั่งยืนต่อไป