ความน่าสนใจของการรุกตลาดของเซ็นทรัล รีเทล ไม่ได้อยู่แค่การการจัดพอร์ตแบรนด์ค้าปลีกในเครือได้อย่างลงตัว เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการเติมแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่แบรนด์เดิมยังเข้าไปไม่ถึง หรือทำตลาดได้ไม่เต็มที่นัก
การเปิดตัวค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Go คือภาพสะท้อนในเรื่องนี้ โดย Go เป็นแบรนด์ค้าปลีกที่มีจุดกำเนิดจากเวียดนาม ถูกวางไว้ให้เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย เพื่อใช้ในการรุกตลาดต่างจังหวัด ในจุดที่แบรนด์เดิมในพอร์ตยังไม่สามารถเจาะเข้าไปหรือทำตลาดได้ครอบคลุม
แบรนด์ Go ถูกใช้ในการรุกตลาดค้าปลีกเวียดนาม โดยมีทั้งที่เป็นศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ต โดยในช่วงหลังมานี้เซ็นทรัล รีเทลเองมีการเติมเต็มแบรนด์ในพอร์ตอย่าง Tops เข้าไป เพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับบนมากขึ้น
ส่วนในบ้านเรา แบรนด์นี้ถูกใช้ไปแล้วกับร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด คือ Go Wow ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเงินผ่อน คือ Go Power ศูนย์การค้า Go และล่าสุดก็คือค้าส่งระบบสมาชิกคือ Go Wholesale
ไม่เพียงเท่านั้น ยังถูกใช้ในการรุกตลาดโรงแรมของเซ็นทรัลพัฒนาที่จับตลาดพรีเมียมบัดเจ็ด โฮเทล ภายใต้แบรนด์ Go Hotel
การรุกธุรกิจโรงแรมนั้นจะมี 3 แบรนด์หลัก จับ 3 ตลาดสำคัญ ไล่ตั้งแต่ Centara แบรนด์ระดับ Upscale, “Centara One” แบรนด์ระดับ Lifestyle Midscale โดยทั้ง 2 แบรนด์นี้ยังเป็นครั้งแรกที่นำคอนเซ็ปต์ Bleisure คือ Business + Leisure เพื่อตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการทำงานอีกด้วย

ขณะที่ “GO Hotel” จะถูกวางให้เป็นแบรนด์ระดับ Premium Budget โดยวางแผนปักหมุดโลเคชั่น ในหัวเมืองรอง รวมถึงการเข้าสู่ชุมชนต่างๆ ซึ่ง Go! Hotel คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเข้าหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะกับการเข้ามารองรับกับเทรนด์การเติบโตที่ดีของ Budget Hotel โดยมีจุดเด่นของการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาที่ไม่แพงนัก เฉลี่ยประมาณกว่า 800 – 1,000 กว่าบาท
GO! Hotel เปิดให้บริการไปแล้วที่บ่อวิน ชลบุรี บ้านฉาง ระยอง ศรีราชา เซ็นทรัลชลบุรี และลาดกระบัง โดยในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง รวมเป็น 10 แห่ง เซ็นทรัลพัฒนานำแบรนด์ Go! มาต่อยอดจากการที่เป็นแบรนด์ค้าปลีกของเซ็นทรัล รีเทล ที่เปิดตัวครั้งแรกในเวียดนาม ก่อนที่จะขยายเข้ามาในไทย โดยถูกวางให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงและจับต้องได้ง่ายในเรื่องของราคา ซึ่งถือเป็นการทลายข้อจำกัดของกลุ่มเซ็นทรัล หลังจากที่แบรนด์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่วางตำแหน่งเพื่อเจาะเรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Go ไลฟ์สไตล์มอลล์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ถูกใช้ในการเจาะเข้าไปในอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ และเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วที่เทศบาลจันดี อำเภอฉวาง และที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจังหวัดนี้ถือเป็นจังหวัดที่มีอำเภอขนาดใหญ่หลายอำเภอ
ศูนย์การค้า Go จะทำหน้าที่ในการนำพาแบรนด์ค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Go ไม่ว่าจะเป็น Go Wow ที่เป็นร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่มีจุดเริ่มต้นจากไทยและจะใช้เป็นโมเดลในการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านนั้น จะเป็นร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาท หรืออย่าง Go Power จะเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเงินผ่อน ที่เน้นขยายสาขาในต่างจังหวัด เข้าไปเปิดในศูนย์

โดยร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์นี้จะเน้นเปิดในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในระดับอำเภอ โดย Go Power จะมาในคอนเซ็ปต์สีแดงสดใสเป็นกันเอง จริงใจ มีไลน์สินค้ามากกว่า 5,000 รายการ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอื่นๆ เน้นที่คาวามคุ้มค่าด้วยราคา ผ่อนน้อย อนุมัติไว ทำให้ลูกค้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าง่ายขึ้น และจะมีพันธมิตรที่ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อ อาทิ สุจิตรา ชโย สบายลิสซิ่ง เข้ามาเป็นคนช่วยดูแลเรื่องของเงินผ่อน ที่ผ่อนง่าย เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็ผ่อนได้
แบรนด์ล่าสุดที่เปิดตัวมาภายใต้ชื่อ Go ก็คือ Go Wholesale ซึ่งเป็นการเข้าตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ครั้งแรกของกลุ่มเซ็นทรัล
แบรนด์นี้จะมีทีมบริหารที่เชี่ยวชาญ โดยมีแม่ทัพคือ สุชาดา อิทธิจารุกุล ที่เคยปลุกปั้นแม็คโครจนติดตลาด เข้ามาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภายใต้ชื่อบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์
GO Wholesale ตั้งขึ้นมาเพื่อปั้นให้เป็น New Growth Engine สำหรับ CRC ที่จะช่วยเติมเต็มกลุ่มฟู้ดให้เป็น Total Solution และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร โดย GO Wholesale จะเป็นหนึ่งใน Key Driver หลักให้กับธุรกิจกลุ่มฟู้ดของ CRC พร้อมทั้งเป็น Platform of Trust ให้กับทุก Stakeholders ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีที่สุดให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารทั้ง HoReCa และร้านอาหารรายย่อย ตลอดจนร้านโชวห่วย ที่ขายสินค้าประเภทอาหาร
ด้วยศักยภาพของเซ็นทรัล รีเทลเองที่มีค้าปลีกในเครือหลากหลายแบรนด์ และมีสาขารวมกัน 1,864 สาขา รวมถึงมี ช้อปปิ้งมอลล์อีกรวม 100 แห่ง กระจายอยู่ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมจะเข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุนการขยายสาขา
ทำให้มีทำเลอยู่ในมือที่พร้อมจะเปิดถึง 70 สาขา ทำให้แม้จะเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอย่างแม็คโคร แต่ก็พร้อมที่จะเพิ่มสปีดในการเพิ่มจำนวนสาขาให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามแผนที่วางไว้ ช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการเปิดสาขาทั้งหมด 4 สาขา สาขาแรกในวันที่ 27 ตุลาคมที่บริเวณด้าน หน้าสโตร์แบรนด์ ไทวัสดุ × BnB Home สาขาสมุทรปราการ (ศรีนครินทร์-วงแหวนกาญจนาฯ)
สาขาที่ 2 ในเดือนพ.ย.ที่เชียงใหม่ โดยจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นสาขาของ BnB Home บริเวณด้านข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต
ส่วนสาขาที่ 3 และ 4 จะเปิดในเดือนธันวาคม ที่พัทยา บริเวณที่เป็นสาขาของ BnB Home เดิม และสาขาอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ที่อาคารสโตร์แบรนด์ไทวัสดุเดิม โดยภายใน 5 ปีจะเปิดสาขารวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 50 สาขา และน่าจะช่วยผลัก ดันให้สามารถทำยอดขายได้ 7 – 8 หมื่นล้านบาท
การขยายสาขาส่วนหนึ่งจะเป็นการปรับสาขาที่มีอยู่เดิมของค้าปลีกในเครือแบรนด์อื่นๆ ให้เป็น GO Wholesale โดย เฉพาะแบรนด์ที่มีพื้นที่สโตร์ขนาดใหญ่อย่างไทวัสดุและ BnB Home โดยจะย้ายแบรนด์เดิมออกไปเปิดในโลเคชั่นที่ไกลออกไป ขณะที่บางสาขาจะเป็นการเปิดในพื้นที่ใหม่ที่มีศักยภาพ โดยจะดูจำนวนครัวเรือน และร้านค้าในบริเวณดังกล่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเปิดสาขา
อาจจะกล่าวได้ว่า กลุ่มเซ็นทรัลปั้นแบรนด์ Go ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ก็คงจะไม่ผิดนัก แต่การปั้นแบรนด์นี้มีการมองถึงการสร้างให้เป็นแบรนด์ระดับ Regional ที่จะถูกใช้ในการรุกตลาดอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่ผู้เล่นรายนี้มีธุรกิจอยู่ทั้งในไทยและเวียดนาม โดยแบรนด์ Go ถูกสร้างขึ้นที่เวียดนามก่อนต่อยอดมายังไทย และจะมีบางธุรกิจอย่าง Go Wow และ Go Wholesale ที่จะถูกนำกลับไปใช้ในการรุกตลาดที่เวียดนาม
เป็นอีกการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว...