เคยสงสัยไหมว่าทำไมแบรนด์ที่มีอายุกว่า 94 ปี (ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1932) อย่าง
LEGO ถึงยังคงความสดใหม่ และกลายเป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกยอมต่อคิวรอซื้อทุกครั้งที่ออกคอลเลกชันใหม่?
คำตอบมีมากกว่าแค่เป็นของเล่น เพราะถ้ามองลึกเข้าไปจะเห็นว่า LEGO กำลังรีแบรนด์ตัวเองให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์และภาษาสากล (Universal Language) ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้พรม แดน
วันนี้ BrandAge Online จะมาเจาะ 3 กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ LEGO ก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่าของเล่นเด็ก สู่ธุรกิจหมื่นล้านที่ใครๆ ก็หลงรัก
1. กลยุทธ์ Kidult เมื่อผู้ใหญ่ก็อยากกลับไปเป็นเด็กLEGO มองว่า "การเล่น" ไม่ควรถูกจำกัดแค่ในช่วงวัยเด็ก จึงขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่ม
“Kidult” (Kid + Adult) หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังโหยหาความสนุก
- สร้างพื้นที่พักใจ ในยุคที่ทุกคนจดจ่อกับสมาร์ตโฟน LEGO นำเสนอการต่อตัวต่อเป็นเครื่องมือในการ Digital Detox ช่วยให้คนทำงานได้ละสายตาจากหน้าจอมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
- Self-Expression การต่อ LEGO กลายเป็นวิธีการแสดงตัวตนและรสนิยมของคนรุ่นใหม่ คือการโชว์สไตล์และตัวตน ไม่ใช่แค่การเล่นเพื่อความสนุก
2. พลัง Collaboration ระดับโลกหัวใจสำคัญที่ทำให้ LEGO ยืนหนึ่งมาเกือบศตวรรษ คือการเข้าไปอยู่ในทุกอณูของ
Pop Culture ผ่านการจับมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก
- เปลี่ยน Passion ให้จับต้องได้ ไม่ว่าคุณจะชอบรถแข่ง แฟชั่น หรือภาพยนตร์ LEGO เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นโมเมนต์ที่สะสมได้ เช่น คอลเลกชัน LEGO® F1® ที่ดึงเอาความเร็วจากสนามแข่งมาสู่ตัวต่อที่สมจริง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย
- เกาะกระแส Real-time ล่าสุดกับโปรเจกต์ต้อนรับฟุตบอลโลก LEGO® FIFA World Cup™ ที่นำซูเปอร์สตาร์อย่างลิโอเนล เมสซี และคริสเตียโน โรนัลโด มาทำเป็นตัวต่อ เพื่อเปลี่ยนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในโลกกีฬาให้กลายเป็นของสะสมสุดสร้างสรรค์