Elite Exam Center หน่วยงานธุรกิจการศึกษาและผู้แทนประจำประเทศไทยของ LanguageCertแพลตฟอร์มระบบและแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษจากยุโรปจับมือศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) ของสพฐ. ร่วมยกระดับนักเรียน นักศึกษา ครู คนทำงาน และผู้ต้องการศึกษาต่อต่างประเทศ ตั้งเป้าปีแรกมีผู้สมัครหลักหมื่นพร้อมนำข้อสอบมาตรฐานมาใช้เป็นทางเลือกแก่ทุกสถาบันทั่วประเทศ
ดร.กมล รอดคล้าย ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทยมีการจัดการสอบวัดระดับความสามารถทักษะภาษาอังกฤษ (English Competency) โดยตัวแทนจากบริษัทเอกชนที่คุ้นเคยทั่วไป คือ TOEFL และ IELTS ล่าสุดมี LanguageCert เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการและกรรมการผู้จัดการ Elite Exam Center - EEC ตัวแทนจาก LanguageCertกล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่าครอบครัวผูกพันกับธุรกิจการศึกษามาตลอดเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมและ โรงเรียนนานาชาติชาร์เตอร์ (CHARTER INTERNATIONAL SCHOOL) ซึ่งทั้ง 2 โรงเรียนก่อตั้งมาแล้ว 20 ปี ส่วนตัวเคยเปิดโรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษและเป็นผู้คุมสอบภาษาอังกฤษระดับชาติในจีน
นรเสฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า มีโอกาสพบหลิวเสี่ยวหลิง ผู้บริหารของ LanguageCert ซึ่งปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการของ EEC ถามถึงความเป็นไปได้การขยายแพลตฟอร์มเข้ามาในไทย เขาใช้เวลารวบรวมข้อมูลระยะหนึ่ง จากนั้นก็บรรลุข้อตกลงเปิดสถาบัน
เมื่อเทียบกับระบบวัด English Competency ที่เคยมี LanguageCert มีจุดเด่น 5 เรื่อง ประกอบด้วย
1. เป็นแพลตฟอร์มทดสอบที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย คนทำงาน และนักการศึกษา
2. การสอบครอบคลุมทักษะหลากหลายทั้งการอ่านเขียนฟังพูดผู้สมัครเลือกได้ว่าจะสอบเรื่องใด
3. สอบได้บ่อย เบื้องต้นจัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์สุดท้ายของทุกเดือน เริ่มกุมภาพันธ์ 2567
4. ค่าสมัครมีหลายอัตราตั้งแต่ 2,000-5,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาของผู้สอบ
5. สถานที่สอบมีหลายแห่งกระจายทั่วประเทศ
ผู้สมัครสามารถเลือกรูปแบบการสอบรับผลเป็นใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และตราประทับดิจิทัลได้รวดเร็วภายใน 3-10 วัน หรือใบรับรองฉบับพิมพ์หลังประกาศผล
ใบประกาศนียบัตรของ LanguageCert ได้รับการยอมรับจากองค์กรนานาชาติกว่า 80 ประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ Ofqual หน่วยงานควบคุมคุณภาพการศึกษาของรัฐบาลอังกฤษ ปัจจุบันมีศูนย์สอบมากกว่า 10,000 แห่ง ใน 200 ประเทศทั่วโลก
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับรอง LanguageCert ในประเทศสหราชอาณาจักร เช่น University of Oxford, University of Cambridge, Imperial College London, The University of Manchester, Birmingham City University, University of Nottingham และ University of Exeter เป็นต้น
Satya Mishra ผู้จัดการใหญ่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า LanguageCert มีจุดเริ่มต้นที่ยุโรปปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างสูงทุกภูมิภาคในโลก เช่น สแตนฟอร์ดในสหรัฐ มหาวิทยาลัย Top Tier ในจีน สเปนใช้เป็นข้อสอบหลักในการวัดความสามารถภาษาอังกฤษ รวมถึงนิวซีแลนด์ ออสเตรเลียด้วย
“ความสำคัญของการวัดผลอยู่ที่เป้าหมายของผู้เข้าสอบทุกระดับที่ต้องการยกระดับความสามารถของตัวเองโดย Benchmark กับการวัดที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก”
ดร.กมล ประธานคณะทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มเติมว่า LanguageCert ได้รับการรับรองจากสพฐ. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งนี้ตามนโยบายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงซึ่งตั้งเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถให้นักเรียนนักศึกษาหรือคนไทยเข้าถึงการสอบวัดผลได้ง่ายสะดวกประหยัดขณะเดียวกันต้องได้ระดับมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เช่นเดียวกับTOEFL IELTS และการวัดผลระบบอื่นๆ
ดังนั้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 สพฐ. มีแผนใช้ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) 14 แห่ง จากทั้งหมด 181 แห่งทั่วประเทศเป็นศูนย์จัดสอบ ยิ่งกว่านั้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 LanguageCert จะนำข้อสอบภาษาอังกฤษซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกมาให้สพฐ. เบื้องต้นจะใช้วัดความสามารถภาษาอังกฤษทั้งกับครู นักเรียนทั้งหมด
ในการเปิดตัว LanguageCert โดย Elite Exam Center (EEC) ได้มอบสิทธิ์การทดสอบ และการรับรองระดับความ สามารถด้านภาษาอังกฤษแก่สพฐ. 300 ทุน มูลค่า 640,000 บาทเพื่อให้นักเรียนทั่วประเทศ
นรเสฏฐ์ ผู้อำนวยการและกรรมการผู้จัดการ สรุปว่า ความร่วมมือกับ LanguageCert เกิดขึ้นภายใต้ความเชื่อส่วนตัวที่ว่า Better Education, Brighter Future ด้วยความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม