หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลดลง ผู้คนกลับมาซื้อเกมคอนโซลอีกครั้ง ส่งผลให้ปี 2023 ยอดขาย Play Station 5 ของ Sony Interactive Entertainment (SIE) เพิ่มขึ้น 7.2% หลังจากปีที่แล้วลดลง 7.3% ส่งผลให้กลายเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง ยอดขายดังกล่าวยังเพิ่มขึ้น 65% เทียบกับ Xbox ของ Microsoft ซึ่งยอดขายลดลง 15% และ Nintendo Switch ที่ลดลง 18%
Sony ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้น แม้ช่วงแรกยอดขาย PS5 ชะลอตัวลงเพราะสินค้ามีไม่พอกับความต้องการ เนื่องจากขาดแคลนชิปนานถึง 3 ปี แต่ตอนนี้คอนโซลก็ขายได้เกือบเร็วเท่ากับที่ PS4 เคยทำได้ช่วยให้ปี 2023 เป็นปีแห่งความสำเร็จอีกครั้ง โดยมีภาพยนตร์ดังอย่าง Spider-Man 2 และ Hogwarts Legacy เป็นแรงกระตุ้นสำคัญ
กล่าวได้ว่า มูลค่าอุตสาหกรรมวิดีโอเกมสูงจนน่าตกใจ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สิ้นปี 2023 รายได้จะสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ (8.7 ล้านล้านบาท) ปัจจัยหนุนมาจากความนิยมของ eSports เกมเล่นฟรีที่สร้างรายได้มหาศาลจากการเพิ่มพลัง ให้คาแร็กเตอร์หรืออาวุธต่างๆ ในเกมพันธมิตรด้านลิขสิทธิ์ การเปิดตัวภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ซึ่งทำให้ตลาดกว้างขึ้น
อุตสาหกรรมวิดีโอเกมมี 3 ตลาด คือเกมคอนโซล เกมบนพีซี และเกมบนมือถือ ปี 2023 มูลค่าตลาดเกมคอนโซลอยู่ที่ 82,100 ล้านดอลลาร์ โต 4.7% โดยเกมบนมือถือและเกมพีซีเป็นตลาดใหญ่ ส่วนจุดเด่นของเกมคอนโซล คือการมอบประสบการณ์ไม่เหมือนใคร มีฐานผู้เล่นเฉพาะ
ปัจจุบัน Top 3 ของตลาดเกมคอนโซล ประกอบด้วย
1. Sony : Play Station 5 จุดเด่นอยู่ที่มีเกมได้รับความนิยมสูง Community ผู้เล่นที่ผูกพันแนบแน่น
แต่ที่ผ่านมาต้องเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์และบริการสมัครสมาชิกไม่โตตามเป้า สัดส่วนรายได้ 46% มาจากเกม+บริการ 29% มาจากบริการเครือข่าย 25% จากเครื่องเล่น
มีรายงานระบุว่า สิ้นสุดตุลาคม 2023 ขาย PS5 ไปแล้ว 50 ล้านเครื่อง มากกว่า Xbox Series X/S ของไมโครซอฟท์ถึง 3 เท่า
2. Microsoft: Xbox เป็นเลิศเรื่อง Value for Money ที่เน้น Game Pass และเกมบนคลาวด์ แต่ยังมีจุดอ่อนเรื่องความนิยมผู้เล่นในเอเชียยังน้อยรายได้ 62% มาจากเกม+บริการ 38% มาจากเครื่องเล่น
3. Nintendo: Switch จุดเด่น คือเป็นนวัตกรรมใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเกม Family-Friendly แต่ยังมีจุดอ่อนที่ฮาร์ดแวร์ อายุใช้งานไม่นาน รายได้ 60% มาจากซอฟต์แวร์เกม 30% จากเครื่องเล่น 10% เป็นรายได้อื่นๆ
Eric Lempel ผู้บริหารระดับสูงธุรกิจเกมของ Sony กล่าวว่า เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด จังหวะก้าวต่อไปในปีหน้า คือการออกแบบบริการสมาชิก Play Station Plus ใหม่ โดย PS5 จะเพิ่มเกมบนคลาวด์มากขึ้น นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับเกม VR อย่างไรก็ตาม คอนโซลเจนเนอเรชั่นถัดไปทั้งหมดน่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2024 เนื่องจากเกมเมอร์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัว GTA 6 ในปี 2025
หลังจากเปิดตัวปี 2013 GTA-Grand Theft Auto เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ยอดขายสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2023 จำหน่ายไปแล้ว 170 ล้านชุด
ทั้งนี้ GTA 5 เป็นเกมขายดีที่สุดของ PlayStation 4 ด้วยยอดขายมากกว่า 20 ล้านชุด นอกจากนั้นกับPS 5 ก็ยังติดอันดับยอดขายสูงสุดในเดือนเปิดตัว ขณะที่กับ Xbox GTA5 เป็นเกมขายดีที่สุดอันดับ 3 รองจาก Minecraft และ Forza Horizon 5 นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่า GTA 6 จะเป็น Exclusive Product ของ PlayStation 5 และ Xbox Series X/S
ผู้บริหารระดับสูงธุรกิจเกมของ Sony กล่าวต่อไปว่า บริการพื้นฐานของ PlayStation Plus ประกอบด้วย แพ็กเกจ Essential, Extra และ Premium สิ่งที่เพิ่มขึ้นในปี 2023 ทุกเดือน จะมีเกมใหม่เพิ่มในแพ็กเกจ Extra และ Premium เช่น Grand Theft Auto V, Stranger of Paradise: Final Fantasy Origin, Metal: Hellsinger, Salt and Sacrifice และ Tinykin
เดือนตุลาคม 2023 Sony เปิดตัว Loyalty Program ใหม่ที่ชื่อ PlayStation Stars ให้แก่สมาชิกระบบคะแนนสะสมจากการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการซื้อเกม ทำคะแนนสูงสุด เข้าร่วมแคมเปญออนไลน์สามารถแลกเป็นรางวัลในดิจิทัล วอลเล็ท ของสะสมดิจิทัล หรือขยายเวลาการเป็นสมาชิก
ขณะที่Sony ขยับ คู่แข่งหลักก็ไม่ได้นิ่งเฉย Microsoft ประกาศลดราคาคอนโซล Xbox และบริการสมัครสมาชิก 3 เดือน ส่วนวิดีโอเกมทุกแห่งได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิป เช่น ผู้ค้าเพิ่มราคาขายปลีกเป็น 2 เท่า คอนโซลก็ขึ้นราคา 50 ดอลลาร์ (1,800 บาท)
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้ออาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดวิดีโอเกม แต่การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น VR และ AR สามารถสร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับผู้ผลิตคอนโซล ภาพรวมตลาดเกมคอนโซลยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น แม้มีการแข่งขันรุนแรง บริษัทต่างๆ จึงต้องปรับกลยุทธ์ต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เพื่อรักษาตำแหน่งในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลานี้
ที่มา Bloomberg.com, bbc.com