ปัญหาการจัดการขยะเป็นความท้าทายทั้งระดับโลกและประเทศไทยที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น กลุ่มเซ็นทรัลภาย ใต้โครงการเพื่อความยั่งยืน “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกันทำด้วยใจ ตระหนักถึงปัญหานี้ซึ่งเป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ จึงดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญด้านการจัดการขยะอย่างต่อเนื่องภายใต้แคมเปญ JOURNEY TO ZERO
ที่ผ่านมา แคมเปญนี้เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยผ่านหลากหลายโครงการไม่ว่าจะเป็น โครงการศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและแปรรูปชุมชน จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่, โครงการ A Journey to Zero: “Beauty Reborn”, โครงการ Bye Bye e-Waste, โครงการทิ้งดีXรีไซเคิลเดย์สัญจร, ติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์โครงการ Food Surplus และโครงการ Plastics Only, Please’ (P-O-P) เป็นต้น โดยอาศัยความร่วมมือในการดำเนินงานผ่านโครงการและการดำเนินธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน)
โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัลมีโอกาสได้ลงพื้นที่ ณ หมู่บ้านคามิคัตสึ (Kamikatsu) เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เกาะชินโชกุประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเมืองต้นแบบที่ปลอดขยะระดับโลก เพื่อเรียนรู้แนวคิด Zero Waste และกระบวนการจัดการขยะที่ทรงประสิทธิภาพและต่อเนื่องอย่างการแยกขยะมากถึง 45 ประเภท ผ่านหลักการพื้นฐานที่ทุกคนทำได้ เริ่มต้นด้วยการลดขยะ (Reduce) โดยการใช้ของอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างรู้คุณค่า การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) พร้อมนำมาต่อยอดการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในการสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
“กระบวนการเหล่านี้จะทำให้เซ็นทรัลเป็นรีเทลแรกๆ ที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์ต้นแบบในด้านการจัดการขยะทั่วประเทศ หรือ Central Tham Zero West Model ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆ คน ทุกๆ ภาคส่วน คู่ค้า ลูกค้าจะร่วมด้วยช่วยกันเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเรา และประเทศไทยจะสามารถปลอดขยะได้ในที่สุด” พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวถึง โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ซึ่งเริ่มต้นด้วยการลงมือทำ ต่อยอดเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันทำ จนกลายเป็นการ “ทำด้วยกันทำด้วยใจ” ตามเจตนารมณ์ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สังคม ให้เติบโตและเข้มแข็ง พร้อมด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการทำธุรกิจ

สำหรับรายละเอียดของโครงการต่างๆ แม้มีความแตกต่างในแง่ของกระบวนการ แต่ผลสุดท้าย คือการส่งเสริมการบริหารจัดการขยะเพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระของสังคมซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
กลุ่มเซ็นทรัล มีโครงการที่โดดเด่นอย่าง โครงการศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและแปรรูปชุมชน จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่ ที่จริงใจมาร์เก็ต ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะ ที่มุ่งหวังให้เป็นสถานที่เรียนรู้และโมเดลการจัดการขยะเหลือศูนย์ของตลาดจริงใจ และสามารถยกระดับเป็น “ตลาดชุมชนเมืองท่องเที่ยวสีเขียวแบบคาร์บอนต่ำ” ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก ด้วยการนำหลักระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy การจัดการขยะให้เหลือศูนย์
ทั้งนี้ ขยะประเภทต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดจริงใจทั้งหมด รวมถึงที่นำมาส่งโดยประชาชนทั่วไป รวมถึงร้านค้าจากภายนอก แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ขยะอินทรีย์ 70% ขยะรีไซเคิล 10% และขยะทั่วไป 20% ขยะที่จะไม่ถูกนำไปสู่บ่อฝังกลบขยะ คือขยะอินทรีย์ และขยะรีไซเคิล คิดเป็น 10% ซึ่งจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธี อาทิ ขยะอินทรีย์เข้าสู่เครื่อง T.O.B.Y.วันละ 250 กิโลกรัม สามารถผลิตเป็นก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 12.51 กิโลกรัมต่อวัน ทดแทน LPG 1 ถัง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 350.28 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อวัน หรือประมาณ 127,852 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ส่วนวัสดุรีไซเคิลประเภทอื่นๆ เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว อะลูมิเนียม กระดาษ ที่รวบรวมได้จะนำเข้าสู่กระบวนการ รีไซเคิล และบางส่วนอาจนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycled แทนการรีไซเคิล เช่น การทำบล็อกปูถนน นำวัสดุมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ในส่วนของขยะทั่วไป คือส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เป็นขยะปนเปื้อนเศษอาหาร ขยะกำพร้า หรือวัสดุไม่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 20% ทางตลาดจริงใจ ได้กำลังผลักดันส่งเสริมให้มีการแยกเศษอาหารออกทั้งหมดและล้างภาชนะ บรรจุภัณฑ์ เพื่อที่ขยะส่วนนี้จะลดปริมาณลง และสามารถส่งไปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) แทนการไปสู่บ่อฟังกลบ และบรรลุเป้าหมายขยะเหลือศูนย์

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC แยกเป็นกลุ่มธุรกิจแฟชั่น ซึ่งมีโครงการลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ให้มีการใช้ซ้ำ Bring Your Own Bag โดยมอบคะแนนสะสมแก่ลูกค้าที่เป็นสมาชิก The1 ที่นำถุงช้อปปิ้งแบบใช้ซ้ำมาเอง โครงการ A Journey to Zero: “Beauty Reborn” ซึ่งนับเป็นค้าปลีกที่ริเริ่มโครงการนี้ ภายใต้แคมเปญ Central Love The Earth โดยร่วมกับ ECOLIFE ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มรักษ์โลก ชวนลูกค้านำบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้แล้วจากวัสดุพลาสติก โลหะ และแก้ว มาที่จุด Beauty Waste Separation Corner เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ ด้วยการร่วมแยกผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้แล้วและนำเข้าสู่กระบวน การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีจุด Beauty Waste นำร่องที่แผนกบิวตี้ แกลเลอรี ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายจุด Beauty Waste Separation Corner ในแผนกเครื่องสำอางของห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมถึงห้างโรบินสัน
ในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอที มี โครงการ Bye Bye e-Waste จุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นไปกำจัด และรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานสากล
บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างรีไซเคิลเดย์ ตั้งรีไซเคิลสเตชั่น 6 สาขา คือ สาขาอีสต์วิลล์, ศรีราชา, อยุธยา, ระยอง, ลาดพร้าว และเวสต์วิลล์ ปี 2566 สามารถนำขยะรีไซเคิลเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 331 ตัน ลดปริมาณคาร์บอนได้กว่า 677 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับปลูกต้นไม้ไปแล้ว 71,202 ต้น รวมถึงการส่งเสริมให้พนักงานอาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์เปลี่ยนขยะไร้ค่าให้มีมูลค่ากับโครงการ ทิ้งดีXรีไซเคิลเดย์สัญจร โดยใน ปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 592 ราย รับขยะรีไซเคิลกว่า 6.7 ตัน ลดปริมาณคาร์บอนได้กว่า 10 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 935

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ (Cowtech) เพื่อบริหารจัดการขยะอาหารบางส่วนและขยะอินทรีย์ต่างๆ แปลงขยะอินทรีย์เป็นปุ๋ยและก๊าซชีวภาพเพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการปรุงอาหาร ส่วนปุ๋ยนำใช้บำรุงต้นไม้ในโรงแรม รวมถึงแจกจ่ายให้กับชุมชน โดยเริ่มดำเนินการติดตั้งเครื่อง Cowtech ในปี 2561 ที่เซ็นทรา บาย เซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน และติดตั้งเพิ่มเติมที่เซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ภูเก็ต และเซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย รวม 3 โรงแรม บริจาคอาหารที่ยังรับประทานได้ (Surplus Food) ให้กับมูลนิธิ SOS เพื่อประโยชน์ของผู้ที่คลาดแคลน กลุ่มเปราะ บางที่มีความต้องการ ผู้ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเริ่มโครงการในปี 2560 ปัจจุบันมีโรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวหิน เข้าร่วมโครงการจำนวน 8 โรงแรม นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอาหาร (CRG) ได้เข้าร่วมโครงการบริจาคนำร่องโดยแบรนด์มิสเตอร์ โดนัท จำนวน 23 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ, ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งในปี 2565 CRG ยังดำเนินโครงการส่งมอบอาหารคุณภาพดีส่วนเกินจากการจำหน่ายขอมิสเตอร์ โดนัท ให้กับมูลนิธิ วีวี แชร์ ปัจจุบันมีสาขาเข้าร่วมทั้งสิ้น 12 สาขาในสมุทรปราการ พัทยา และเชียงราย
นอกจากนี้ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่าน โครงการ Plastics Only, Please’ (P-O-P) เพื่อให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญและร่วมมือกันจัดการกับปัญหาขยะพลาสติก โดยปีที่ผ่านมาโรงแรมและรีสอร์ทภายในเครือเซ็นทาราทุกแห่งที่เปิดให้บริการจะจัดให้มีถังขยะรูปทรงสัตว์ทะเลน่ารักๆ ไว้ภายในพื้นที่ของโรงแรม
