Elon Musk ปล่อยหมัดตรงเข้าหน้า BYD เผยวิสัยทัศน์โตไร้ขีดจำกัดย้ำ Tesla ไม่ใช่ Automaker แต่เน้นAI และRobotic บูรณาการเข้ากับยานพาหนะที่สร้างเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่มีนัยสำคัญ ทั้งเพื่อหันเหความสนใจจากการแข่งขันระยะสั้น ส่วนผู้นำ EV จีน สวนไม่เคยกลัว ย้ำพร้อมแข่ง และช่วงชิงความเป็นผู้นำ
ความเห็นข้างต้นของ Elon Musk เป็นส่วนหนึ่งจากการสัมภาษณ์ของ CNBC ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม จากนั้นผู้บริหารของ BYD โต้ตอบความเห็นดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ Bloomberg ยืนยันจุดยืนของตนในฐานะคู่แข่งที่ "แข็งแกร่งมาก"
ทั้ง BYD และ Tesla เป็นคู่แข่งหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แข่งขันกันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำ ภายหลังประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2023 BYD ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแซง Tesla จุดประกายถกเถียงและเปรียบเทียบแทบทุกแง่มุมของทั้ง 2 บริษัทต่อเนื่อง
BYD ยักษ์ใหญ่ EV ของจีน มียอดขายแซงหน้าTesla ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 อยู่ที่ 526,000 คัน เทียบกับ Tesla ที่ทำได้ 484,507 คัน ความได้เปรียบในการแข่งขัน คือการมี EV หลากหลายในราคาที่แข่งขันได้มากกว่าเมื่อเทียบกับ Tesla ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้บริโภคกลุ่มที่คิดถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นหลัก
Elon Musk ย้ำถึงความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทเน้นบูรณาการ AI เข้ากับซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และการขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งจะทําให้พวกเขาได้เปรียบอย่างมากในระยะยาว
"BYD กำลังทำผลงานที่ยอดเยี่ยมแต่จุดแข็งของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ที่การผลิตแบตเตอรี่และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าความแตกต่างใหญ่ที่สุดที่ Tesla มีคือความสามารถด้าน AI แบบครบวงจรของเราซึ่งจะขับเคลื่อนอนาคตของการขนส่ง"
"เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น เราเป็นบริษัท AI ที่สร้างรถยนต์ไฟฟ้าทันสมัยที่สุดในโลก ท้ายที่สุด การบูรณาการซอฟต์แวร์และ AI ของเราจะกําหนดอนาคต”
แม้ Musk จะมั่นใจสูงแต่ Tesla ก็ยังคงเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งปัญหากําลังการผลิตปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและล่าสุดข้อกังวลเกี่ยวกับระบบ Autopilot
ด้าน Wang Chuanfu CEO BYD แสดงความมั่นใจในจุดแข็งของบริษัทในการแข่งขันกับ Tesla พร้อมย้ำตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตEV หมายเลข 1 ของโลกภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
"เราไม่กลัว Tesla และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสําเร็จ"
" Tesla เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมแต่เราไม่กลัว เรามีจุดแข็งของตัวเองมีเทคโนโลยีกําลังการผลิต มั่นใจว่าเราสามารถแข่งและชิงส่วนแบ่งการตลาดจากพวกเขา"
"เราไม่ได้เน้นแค่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น เรากําลังพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แผงโซล่าร์เซลล์และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ เราเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้เราสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น"
สิ้นสุดไตรมาส 4/2023 Tesla เป็นผู้นำ ส่วนแบ่งตลาด 11.4% BYD ตามแบบหายใจรดต้นคอ ส่วนแบ่งการตลาด 11.0%
ความเห็นของ CEO BYD ชี้ให้เห็นว่า BYD ไม่ได้หวาดหวั่นกับชื่อเสียงของ Tesla แต่อย่างใด ยิ่งกว่านั้น กำลังท้าทายความเป็นผู้นำอย่างแข็งขันแต่ยังคงต้องทุ่มเทความพยายามเอาชนะความท้าทายหลายประการในการแข่งขัน
เรื่องแรก คือ Tesla มี Brand Recognition แข็งแกร่ง ลูกค้ามี Brand Loyalty สูง เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต อย่างไรก็ตาม BYD ก็มีจุดเด่นที่เป็นบริษัทเติบโตรวดเร็ว กําลังลงทุนอย่างมากเรื่อง R&D รวมถึงมีสถานะแข็งแกร่งในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Lanscape ของการแข่งขันยังคงไม่หยุดนิ่ง น่าสนใจอย่างยิ่งกับการติดตามว่ายักษ์ใหญ่ของธุรกิจ EV ทั้ง 2 รายจะพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ แต่การแข่งขันระหว่าง BYD และ Tesla มีแนวโน้มที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและความก้าวหน้าเกินจินตนาการที่จะเกิดขึ้นกับ EV
ใครที่เป็นแฟนพรีเมียร์ลีกอ่านรายงานชิ้นนี้ นึกถึงแมนเชสเตอร์กับลิเวอร์พูลขึ้นมาทันที
แมนเชสเตอร์-ลิเวอร์พูลเดินมาถึงเพียงครึ่งทาง ไม่แตกต่างจากการสัประยุทธ์ของ Tesla กับ BYD หนทางยังยาวไกล
ที่มา CNBC Bloomberg