ป๊อกกี้ถือเป็นสแน็คในกลุ่มบิสกิตที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2515 ถ้าจะนับอายุก็ 52 ปีแล้ว
ล่าสุดไทย กูลิโกะได้มีการเปิดตัวไลน์สินค้าใหม่อย่างป๊อกกี้ ครัช เพื่อตอกย้ำบความเป็นเจ้าตลาดผลิตภัณฑ์บิสกิต สร้างประสบการณ์ใหม่กับกลุ่มคนวัยทำงาน และขยายฐานไปยังผู้บริโภค Gen Z
การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ป๊อกกี้มีไลน์สินค้าเพิ่มเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย
1. รสชาติหลัก ประกอบด้วยรสช็อกโกแลต, รสสตรอเบอรี่, รสคุกกี้และครีม, รสมิลค์กี้มัทฉะ และรสนัตตี้อัลมอนด์
2. รสชาติเฉพาะไทย ประกอบด้วย รสช็อกโก บานาน่า และรสมะม่วง
3. ป๊อกกี้ พรีเมียม ประกอบด้วย รสบลูเบอรี่โยเกิร์ต, สตรอเบอรี่พีชโยเกิร์ต, มิลค์ช็อกโกแลต และนัวร์ช็อกโกแลต
4. ป๊อกกี้ รุ่น Limited Edition ที่วางจำหน่ายในระยะเวลาจำกัด
เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย กูลิโกะ จำกัด กล่าวว่า กูลิโกะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในประเทศไทยมา 53 ปีแล้ว โดยแบรนด์แรกที่วางจำหน่ายคือกูลิโกะ เพรทซ์ในปี 1971 ตามมาด้วยกูลิโกะ ป๊อกกี้ในปี 1972 ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นความเคลื่อนไหวของไทย กูลิโกะ ที่พยายามจะรีเฟรชแบรนด์ให้ดูทันสมัย เพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น
“ป๊อกกี้ พรีเมียมที่เปิดตัววันนี้จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับแบรนด์มากขึ้น โดยหวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ แต่อย่างไรก็ตามสินค้าที่เป็นแฟลกชิพก็ยังคงเป็นรสชาติหลัก
กูลิโกะ ตั้งเป้าการเติบโตมาจากการรักษากระแสนิยมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ป๊อกกี้ ซึ่งเป็นแบรนด์ อันดับ 1 ในตลาดบิสกิต และครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน โดยรักษาคุณภาพของสินค้าและรสชาติที่อร่อยไม่เปลี่ยนแปลงที่ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ป๊อกกี้ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาด นอกจากนั้นมีการส่งมอบประสบการณ์ความต่างที่แปลกใหม่ และความประทับใจ สำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ และสร้าง Brand Loyalty ให้มากขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าเดิม”

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสื่อสารได้ตรงใจเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ทางไทย กูลิโกะ ก็ได้มีการเปลี่ยนสโลแกนของป๊อกกี้ใหม่ จากอัพรสชาติแห่งความสุขกับป๊อกกี้ เป็น อัพจังหวะความสุขสนุกขึ้นกับป๊อกกี้
ดวงกมล ชุลิกาวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า 4 กลยุทธ์หลักของกูลิโกะในปีนี้ คือ
1. สร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ป๊อกกี้พรีเมียม
2. ตอกย้ำการรับรู้ และจดจำแบรนด์ป๊อกกี้ ให้เป็นแบรนด์ที่ 1 ในใจ โดยเน้นทำการตลาดผ่าน KOLs ในสื่อออนไลน์ สื่อทีวี สื่อนอกบ้าน
3. เพิ่มโอกาสในการบริโภคให้มากขึ้นของกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว
4. เพิ่มโอกาสการซื้อ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในทุกช่องทางและทุกโอกาส

ส่วนกิจกรรมการตลาดที่น่าสนใจของกูลิโกะเริ่มจากดึง ซี-พฤกษ์ พานิช และ นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งในไทยและต่างประเทศ มาเป็น Glico Friend เพื่อช่วยสื่อสารถึงแนวคิดใหม่
พยายามสร้างกิจกรรมการตคลาดเพื่อโปรโมท Pocky Day 11.11 ให้เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น
นอกจากนี้ยังจะมีการทำป๊อปอัพ สโตร์ Pocky Café เพื่อย้ำภาพเทรนด์ดี้ สแน็คด้วยการนำ 5 รสชาติหลัก ได้แก่ ช็อกโกแลต, สตรอเบอรี่, คุกกี้และครีม, มิลค์กี้มัทฉะ และนัตตี้อัลมอนด์ มาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษ 5 เมนู เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคในไทย และเพิ่มโอกาสในการบริโภคให้มากยิ่งขึ้น โดยวางแผนจะโรดโชว์ไปตามแหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็นย่านสำนักงาน, มหาวิทยาลัย, แหล่งชุมชน, แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งที่แรกที่จะไปก็คือพาร์ค สีลมในวันที่ 18 มีนาคมที่จะถึงนี้
ปัจจุบัน กูลิโกะมีสาขาและตัวแทนจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นใน 12 ประเทศทั่วโลก โดยสัดส่วนยอดขายในปี 2023 ของกูลิโกะมาจากยอดขายในประเทศญี่ปุ่น 20% ขายนอกญี่ปุ่น 21% ธุรกิจขนม 19% ธุรกิจ Dairy Product 21% ธุรกิจวัตถุดิบอาหาร 4% และธุรกิจสุขภาพและอาหาร 15%
สำหรับจุดขาย กูลิโกะเน้นย้ำที่รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่มีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เพื่อพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับสภาพอากาศและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย
