กระแสรักสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง หลายคนปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตแตกต่างไปจากที่เคยเป็นสู่วิถี New Normal มากขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19 ผู้คนให้ความสนใจกับการป้องกันโรคมากกว่าการรักษาโดยเฉพาะการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
แต่ในขณะเดียวกันทำไมตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยได้ถึงเติบโตขึ้นถึง 8 % กลับมาฟื้นตัวและแข่งขันตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโดยคาดมีมูลค่าสูงกว่า 37,480 ล้านบาทในปี 2566 (ข้อมูลอ้างอิง Statista) ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง
เช่นเดียวกับแบรนด์ขนมญี่ปุ่นกูลิโกะที่มีอายุถึง 101 ปี ที่ประกาศย้ำจุดยืนชัดเจนจากผู้ก่อตั้ง “ริอิจิ เอซากิ” จากปรัชญาองค์กรที่ว่า “A Wholesome Life in the Best of Taste” ตอกย้ำนโยบายขนมที่อร่อยและมีประโยชน์ที่มุ่งเน้นทำตลาดเพื่อคนรักสุขภาพที่จะช่วยให้ผู้บริโภคไม่มีความรู้สึกผิดในการรับประทานขนม
กูลิโกะให้ความสำคัญต่อการวิจัยมาตลอดเพื่อหาทางเพิ่มสารอาหารที่เป็นประโยชน์ลงไปในผลิตภัณฑ์ เนื่องจากวัตถุดิบของขนมนั้นประกอบไปด้วยน้ำตาลและแป้ง ซึ่งถ้ากินมากเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทำให้กูลิโกะตระหนักและเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของผู้บริโภค
ที่ผ่านมา กูลิโกะมีการเพิ่มส่วนผสมที่มีประโยชน์ลงใน Pocky Wholesome บิสกิตแท่งผสมโฮลวีต, Sunao ไอศกรีมไม่เติมน้ำตาลทราย, บิสกิตที่มีส่วนผสมของยีสต์ช็อคโกแลตผสมอัลมอนด์, คาร์โบไฮเดรตด้วยใยอาหารจากพืช, บิสกิตที่ลดคาร์โบไฮเดรตถึง 50% ด้วยถั่วเหลืองและจมูกข้าวสาลีในผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย
ที่สำคัญโปรดักต์ของกูลิโกะทุกชนิดไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด กล่าวถึงความท้าทายของกูลิโกะว่า “เราเน้นเรื่องสุขภาพผู้บริโภคเป็นหลักจึงต้องใช้วัตถุดิบที่ดี แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ถึงอย่างไรก็ตามเราไม่อยากผลักภาระให้กับผู้บริโภค ส่วนอีกหนึ่งความท้าทายคือการปั้นสินค้ากลุ่มไอศกรีมที่ดำเนินกิจการมาเเล้ว 7 ปีเเต่ยังไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากมีคู่แข่งเกิดขึ้นจำนวนมาก”
ที่ผ่านมา กูลิโกะพยายามทำสินค้าให้ตอบโจทย์มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้บริโภค โดยกูลิโกะเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยการขยายผลิตภัณฑ์จาก 3 กลุ่มธุรกิจ คือ
1. กลุ่มขนมช็อกโกแลตและของหวาน นำโดยแบรนด์ Pocky, Pretz, Pejoy รวมถึง Pocky Wholesome บิสกิตแท่งผสมโฮลวีต
ล่าสุดกูลิโกะได้มีการการเปิดตัวบิสกิตระดับพรีเมียม Pejoy บิสกิตแท่งสอดไส้ครีม 2 รสชาติใหม่ รสเบลเจียนช็อกโกแลต และกลิ่นวานิลลาฮอกไกโดมิลค์มาจับกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องการผ่อนคลาย
2. กลุ่มไอศกรีม มีสินค้าอย่าง SUNAO ที่ไม่เติมน้ำตาลทราย
3. กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ มีการเปิดตัว Almond Koka นมอัลมอนด์มีวิตามินอีสูง มีไฟโตเอสโตรเจน มีแคลอรีน้อยกว่านมทั่วไปปราศจากวัตถุกันเสียและผงชูรส ดีต่อสุขภาพ สามารถดื่มเพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลและน้ำหนัก ซึ่งตอบโจทย์คนรักสุขภาพ โดยเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ในรอบ 52 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในไทย
นอกจากนี้ กูลิโกะยังพยายามที่จะขยายตลาดไปกลุ่มร้านอาหาร, ร้านกาแฟในรูปแบบวัตถุดิบ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารเพิ่มมากขึ้น
กลุ่มบริษัทกูลิโกะทั่วโลกมีการขยายตัวที่เพิ่มสูงขึ้นปีค.ศ. 2020 มีรายได้ 97,888 ล้านบาท กำไร 3,358 ล้านบาท มีBusiness Portfolio คือ
-ธุรกิจจากไอศกรีม คิดเป็นสัดส่วน 27%
-ธุรกิจนมและผลิตภัณฑ์จากนม คิดเป็นสัดส่วน 24%
-ธุรกิจขนม คิดเป็นสัดส่วน 20%
-ธุรกิจในต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 15%
-ธุรกิจอาหาร คิดเป็นสัดส่วน 6%
-ธุรกิจอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วน 5%
-ธุรกิจวัตถุดิบอาหาร คิดเป็นสัดส่วน 3%
การสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพมาตลอดของกูลิโกะ ประเทศไทย เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ามองเห็น Brand Value ของกูลิโกะ โดยเฉพาะในเรื่องของความจริงใจกับผู้บริโภคซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและอยู่รอดมาถึง 52 ปี