การแข่งรถ Formula 1 หรือ Formula One World Championship มีสถานะแข็งแกร่งในเอเชีย ด้วยฐานแฟนคลับ ผู้หลงใหลกีฬาประเภทนี้จำนวนมาก ปัจจุบันมีเจ้าภาพแล้วรวม 9 ประเทศ ล่าสุด ซาอุดีอาระเบียประเทศในเอเชียใต้และตะวันออกกลาง เผยความคืบหน้าการสร้างสนามที่ 2 ของประเทศในเมือง Qiddiya ซึ่งถูกตั้งเป้าให้เป็น Entertainment City แห่งใหม่พร้อมทุ่ม 1,000 ล้านดอลลาร์ (36,000 ล้านบาท) ตอกย้ำความมั่นใจ มุ่งให้การแข่งขันเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
การเปิดตัว F1 สู่เอเชีย ถือเป็นช่วงเวลาสําคัญของการขยายตัวทั่วโลก การเติบโตซึ่งเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานําไปสู่ความสนใจทั้งการลงทุน การพัฒนาความเป็นมืออาชีพชองกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งทวีป รวมถึงยกระดับสถานะของภูมิภาคในฐานะผู้เล่นหลักในวงการแข่งรถระดับโลก
ในเอเชีย การแข่ง F1 เริ่มจากปี 1987 Japanese Grand Prix การแข่งใช้สนาม Fuji Speedway สลับกับสนาม Suzuka Circuit ขึ้นอยู่กับว่าสปอนเซอร์หลักเป็นใคร มีผู้ชมเฉลี่ยปีละประมาณ 200,000 คน
Chinese Grand Prix ที่จีน ใช้สนาม Shanghai International Circuit เงินลงทุนสร้างเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ F-1 อยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์ ผู้ชมเฉลี่ยประมาณ 220,000 คน
Singapore Grand Prix ที่สิงคโปร์ ใช้สนาม Marina Bay Street Circuit เริ่มแข่งขันในปี 2008 เป็นรายการแรกที่แข่งตอนกลางคืน ผู้ชมเฉลี่ย 250,000 คน
เจ้าภาพประเทศอื่นๆ คือ
มาเลเซีย รายการมาเลเซียน กรังดิ์ปรีซ์
บาห์เรน รายการ Bahrain Grand Prix
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายการ Abu Dhabi Grand Prix ตามด้วย
อาเซอร์ไบจัน รายการ Azerbijan Grand Prix
ล่าสุด ปี 2021 มี 2 ประเทศคือ
กาตาร์ รายการ Qatar Grand Prix และ
ซาอุดีอาระเบีย รายการ Saudi Arabian Grand Prix จัดขึ้นที่ Jeddah Corniche Circuit ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจดดาห์ตามแนวชายฝั่งทะเลแดง
มองมุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ F1 สร้างรายได้มหาศาลแก่ประเทศเจ้าภาพ ข้อมูลระบุว่า รายได้เฉลี่ยต่อการแข่งขันอยู่ที่ 229 ล้านดอลลาร์ (8,200 ล้านบาท) ส่วนต้นทุนสำคัญประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งอาจแตกต่างกันตามสถานะเจ้าภาพ ตัวอย่าง เช่น การแข่งที่สิงคโปร์เมื่อเดือนกันยายน 2023 ค่าธรรมเนียมฯ อยู่ที่ 35 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (940 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (4,000 ล้านบาท)
ทั้งนี้ โดยปกติ F1 ไม่เปิดเผยรายได้จริงของแต่ละรายการต่อสาธารณะ โดยที่มาของรายได้มาจาก Sponsorship 40% ตั๋วเข้าชม 30% เงินสนับสนุนจากภาครัฐ 15% และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน 15%
ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่องของเอเชีย ทำให้ FIA หน่วยงานกํากับดูแล F1 กระตือรือร้นที่จะขยายธุรกิจ โดยหารือเรื่องการเพิ่มการแข่งขันใหม่ในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ทำให้ระหว่างการแข่งขัน Formula 1 STC Saudi Arabian Grand Prix 2024 ซาอุดีอาระเบีย เผยความคืบหน้าการสร้างสนามแข่งใหม่ 21 โค้ง ในเมือง Qiddiya ซึ่งถูกตั้งเป้าให้เป็น Entertainment City แห่งใหม่ของประเทศ พร้อมทุ่ม 1,000 ล้านดอลลาร์ (36,000 ล้านบาท) ตอกย้ำความมั่นใจมุ่งให้การแข่งขันเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
Saudi Arabian GP มีสัญญาจัดการแข่งขัน F1 จนถึงปี 2030 สนามแห่งใหม่ชื่อ Qiddiya Speed Park Track ตั้งอยู่ห่างจากกรุงริยาร์ด เมืองหลวงออกไปประมาณ 30 ไมล์ มีกำหนดการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2027
ซาอุดีอาระเบียลงทุนกับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน Formula 1 โดยทำสัญญา 10 ปี เริ่มต้นปี 2020 มูลค่า 55 ล้านดอลลาร์ (2,000 ล้านบาท) ต่อปี พร้อมการสนับสนุนจาก Aramco บริษัทน้ำมันของรัฐ รวมมูลค่ากว่า 450 ล้านดอลลาร์ (16,200 ล้านบาท) รวมเป็นเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ (36,000 ล้านบาท) โดยยังไม่รวมเงินลงทุนสร้างสนามใหม่ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ (18,000 ล้านบาท)
เจ้าชาย Khalid bin Sultan Al Abdullah Al Faisal ในฐานะประธานสมาพันธ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์แห่งซาอุดีอาระเบีย (Saudi Automobile and Motorcycle Federation) เพิ่มเติมว่าซาอุดีอาระเบียวาง Position เมือง Qiddiya เป็น Home of Motor Sport และเป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตชั้นนําของโลก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Formula 1 ปีละ 2 รายการในอนาคต เป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศ และความต้องการงานมอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะจัดการของ Formula 1 (Formula One Management - FOM) และผลตอบรับของผู้ชมที่มีต่อการแข่งขันในอนาคต
ที่มา
https://www.topgear.com/car-news/formula-one/plans-new-saudi-f1-track-revealed-a-108-metre-tall-ramp