หนึ่งในเทรนด์ของตลาดร้านอาหารปี 2567 ที่ ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) พูดไว้ในงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ ไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคน Gen Z ในปัจจุบันนี้มีการรับประทานอาหารมากกว่า 3 มื้อ บางคนบริโภคถึง 5 มื้อต่อวัน
การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ส่งผลให้ร้านอาหารที่เปิดให้บริการจนถึงตี 5 ต่างก็มีการเติบโตของยอดขายค่อน ข้างดี ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการประสบความสำเร็จของสุกี้ตี๋น้อย ที่เป็นเชนร้านอาหารประเภทสุกี้ แบรนด์แรกๆ ที่มองเห็น โอกาสทางการตลาดตรงนั้น และปรับเกมหันมาเปิดให้บริการตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงตี 5 ในหลายสาขา โดยเป็นการมองเห็น Pain Point ของคนทำงานกลางคืน ที่ส่วนใหญ่หลังเลิกงานแล้ว ไม่มีร้านอาหารเปิดให้บริการมากนัก การเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยแก้ Pain Point ให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทำให้สุกี้ตี้น้อยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ขณะที่เทรนด์การเติบโตของการใช้บริการหลัง 3 ทุ่ม ทำให้แบรนด์ใหม่ๆ พากันเข้ามาเล่นกับโอกาสทางการตลาดดังกล่าว ล่าสุดก็คือแบรนด์น้องใหม่ในเครือซีอร์จีอย่าง “นักล่าหมูกระทะ” ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก็เข้ามาเล่นกับตลาดร้านอาหารหลัง 3 ทุ่มอีกรายหนึ่ง

ณัฐบอกว่า แบรนด์นักล่าหมูกระทะ (Nak-La Mookata) เป็นร้านหมูกระทะในห้องแอร์ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ที่แม้จะมีรูปแบบการให้บริการแบบอะลาคาร์ท (A La Carte) แต่ก็มีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยขายเป็นชุดเริ่มต้นที่ 279 บาท าซึ่งเป็นราคาที่กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ร้านอาหารแบรนด์นี้มีทิศทางการเติบโตค่อนข้างดี โดยมีการเปิดสาขาแรกที่ MBK Center และได้ขยายสาขาไปที่ The For Rest Phaholyothin รวมถึงสาขาอื่นๆ จนมีทั้งหมด 6 สาขา
“สาขาที่ MBK Center จะเป็นสาขาที่เปิดให้บริการจนถึง 03.00 น. ซึ่งเรามองว่า นักล่าหมูกระทะจะเป็นแบรนด์ที่ถูกใช้ในการเข้ามาเล่นกับตลาดร้านอาหารหลัง 3 ทุ่ม เนื่องจากเป็นประเภทของร้านอาหารที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคย ตลอดจนมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเล่นกับเทรนด์ของตลาดดังกล่าว”
CRG มองว่า นักล่าหมูกระทะ ร้านอาหารประเภทปิ้งย่างแบรนด์นี้ถือเป็นแบรนด์ดาวรุ่ง ที่มีโอกาสเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะกับการเป็นแบรนด์ที่สามารถขยายสาขาออกไปในต่างจังหวัด ขณะเดียวกัน ร้านอาหารประเภทปิ้งย่าง อย่างหมูกระทะก็เป็นประเภทอาหารที่สามารถเปิดให้บริการในช่วงเวลาหลัง 3 ทุ่มได้ ซึ่งจะทำให้มีช่วงเวลาการขายที่ยาวนานขี้น ทำให้แผนในปีนี้ของ CRG มีการเตรียมเปิดสาขาของนักล่าหมูกระทะเพิ่มขึ้นอีก 4 สาขา
CRG มีร้านอาหารในเครืออยู่ 21 แบรนด์ ที่ประกอบไปด้วย มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut), เคเอฟซี (KFC), อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s), เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch), ชาบูตง ราเมน (Chabuton), โคลด์ สโตน ครีมเมอรี่ (Cold Stone Creamery), เทอเรสซ์ เดอ บางกอก (Terraces De Bangkok), โยชิโนยะ (Yoshinoya), โอโตยะ (Ootoya), เทนยะ (Tenya), คัตสึยะ (Katsuya), อร่อยดี (Aroidee), เกาลูน (Kowlune), สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory), บราวน์ คาเฟ่ (Brown Café), อาริกาโตะ (Arigato), ส้มตำนัว (Somtamnua), ชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi), ราเมน คาเกทสึ อาราชิ (Ramen Kagetsu Arashi), นักล่าหมูกระทะ (Nak-La Mookata) และแบรนด์ใหม่ล่าสุด คีอานิ (Kiani) แบรนด์ร้านอาหารเกาหลี

โดยแผนรุกตลาดจะให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตได้ดี เช่น “เคเอฟซี” “อานตี้ แอนส์” “โอโตยะ” “คัตสึยะ” “ส้มตำนัว” “สลัดแฟคทอรี่” “ชินคันเซ็น ซูชิ” ขณะที่แบรนด์ในเครืออื่นๆ จะเน้นการเพิ่มยอดขายของสาขาเดิม และมุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการออกสินค้ารสชาติใหม่ โปรโมชั่นสุดคุ้มโดนใจ รวมไปถึงวางแผนกลยุทธ์กระตุ้นการขายในบางช่วงเวลาตั้งเป้าเติบโตของยอดขายไว้ที่ 14% หรือมียอดขายรวม 16,600 ล้านบาท และจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มขี้นประมาณ 100 สาขา จากในปีที่ผ่านมา CRG มีผลประกอบการที่เติบโต 13% ปิดรายได้ทะลุ 14,500 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่มากกว่า 140 สาขา ภายใต้ 21 แบรนด์ มีสาขารวมกันกว่า 1,600 สาขาทั่วประเทศ
ส่วนแบรนด์ท็อป 5 ที่ทำยอดขายให้กับ CRG มากที่สุดในปี 2566 ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย 1.เคเอฟซี มียอดขายรวม 7,062 ล้านบาท เติบโต12% จากปี 2565 2.มิสเตอร์โดนัท ยอดขายรวม 1,448 ล้านบาท เติบโตติดลบ 5% 3.ชินกันเซ็น ยอดขายรวม 1,413 ล้านบาท เติบโต 77% 4.อานตี้ แอนส์ ยอดขายรวม 855 ล้านบาท เติบโต 9% และ 5.โอโตยะ 849 ล้านบาท เติบโต 8%