ปีนี้เป็นปีที่คอมพานี บี เจ้าของแบรนด์ “เนื้อแท้” ทำธุรกิจมาครบรอบ 10 ปีพอดี ซึ่งในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีครั้งนี้ วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต เนื้อแท้ อดีตนักร้องนำวง Silly Fools ที่ปัจจุบันมานั่งเป็น CEO ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ก็เซอร์ไพรส์แฟนๆ ของร้านเนื้อแท้ ด้วยการอัพเกรดวัตถุดิบหลักของร้านคือเนื้อวัวให้มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นเนื้อวัวสายพันธุ์แองกัส จากประเทศออสเตรเลีย 100%
บังโตเล่าว่า “แองกัส” คือเนื้อวัวที่ตัวเองใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นมา แต่ด้วยข้อจำกัดในหลายๆ ด้านทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการนำเข้าที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงจำนวนการนำเข้าที่ก่อนหน้านี้ผมไม่มีความ สามารถ และอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือวัวสายพันธุ์แองกัสแท้ไม่สามารถนำมาเลี้ยงในสภาพอากาศเมืองไทยได้” แต่ด้วยประสบการณ์ ความรู้ที่สั่งสมและโอกาสต่างๆ ที่เข้ามา ทำให้ปัจจุบันนี้ข้อจำกัดต่างๆ ได้พังทลายลง ทำให้ตอนนี้ซึ่งครบ 10 ปีที่ทำธุรกิจพอดี ตัวเองมีความสามารถที่จะนำเนื้อวัวในฝันของผมมานำเสนอให้คนไทยได้ลิ้มรสชาติความอร่อยกับผลิตภัณฑ์ใหม่
“เราพยายามมาหลายปีจนมาสำเร็จในปีนี้ เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากความตกลงการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย - Thailand-Australia Free Trade Agreement (TAFTA) ที่ทำให้ภาษีนำเข้าเนื้อวัวจาก 400% ลงมาเหลือศูนย์ ซึ่งทำให้การเปลี่ยนวัตถุดิบในครั้งนี้ ต้นทุนการขายทั้งหมดไม่สูงขึ้นแต่อย่างใด”
แองกัสของเนื้อแท้จะเป็นเนื้อวัวที่แตกต่างออกไปจากเนื้อวัวสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ที่เนื้อแท้เคยทำและแตกต่างจากเนื้อนำเข้าในตลาดทั่วๆ ไป ทั้งในเรื่องของคุณภาพที่เนื้อจะมีความนุ่มละมุน ไขมันแทรกกำลังดี กลิ่นหอมชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความแตกต่างในด้านของกระบวนการผลิต
“เพราะแองกัสของเนื้อแท้ไม่ใช่เนื้อวัวอะไรก็ได้หรือแองกัสอะไรก็ได้เหมือนผู้นำเข้าเนื้อวัวรายอื่นๆ ทั่วไป แต่เป็นเนื้อวัวแองกัสที่ผมคัดเลือกตั้งแต่น้ำเชื้อจากฟาร์มเมอร์ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ผู้พัฒนาสายพันธุ์แองกัสแท้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย เรียกได้ว่า วัวตัวไหนที่ไม่ได้มาจากพ่อพันธุ์ตัวที่ผมกำหนดผมไม่เอา เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าวัวทุกตัวที่เราคัดสรรเป็นเลือดแองกัสแท้ 100% อีกทั้งเรายังใส่ใจในเรื่องของการพัฒนามัดกล้ามเนื้ออย่างถูกต้องวัดผลได้ด้วยตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การกิน การนอน การใช้ชีวิต เพื่อเป็นการควบคุมให้วัวถูกพัฒนาและเติบโตด้วยกันกับสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดี ซึ่งกระบวนการนี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อวัว และเรายังคัดเลือกโรงขุนที่มีคุณภาพสูงเป็นลำดับต้นๆ ของออสเตรเลียเพื่อให้มั่นใจว่าวัวแองกัสแท้ทุกตัวที่เราได้คัดเลือกจะถูกขุนด้วยธัญพืชอย่างดีที่สุด (Grain Fed 120 Days) ขั้นตอนสุดท้ายเราคัดเลือกโรงงานที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและมาตรฐานต่างๆ ตามหลักสากลและนำเข้ามาประเทศไทยด้วยวิธีการแช่เย็น (Chilled) ไม่ใช้วิธีการแช่แข็ง (Freez) เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ “แองกัสของเนื้อแท้” จะยังคงมีคุณภาพเนื้อสัมผัสที่ดีและมีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา”
ในปี 2565 และ 2566 คอมพานี บีมียอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อวัวแบบเก่าอยู่ประมาณปีละ 360 ตัน และ 400 ตัน ตามลำดับ ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นเนื้อแองกัสครั้งนี้ ทางบริษัทคาดหวังว่าจะเพิ่มจำนวนในการนำเข้าวัวแองกัสเลือดแท้ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 700 ตัน

ปัจจุบัน คอมพานี บี มีธุรกิจร้านอาหารในเครือ 7 แบรนด์ แบ่งเป็น 21 สาขาใหญ่ 8 สาขาย่อย รวมเป็น 29 สาขา และมีธุรกิจขายเนื้อสดอีก 1 แบรนด์ แยกเป็น
เดอะ บีฟ มาสเตอร์ : ร้านอาหารฮาลาล Fine Dining พรีเมียมทั้งเมนูเนื้อออสเตรเลีย ไก่ ซีฟู้ด หลากหลายสัญชาติ และเครื่องดื่ม Mocktail ที่ใจกลางเมือง
เนื้อแท้ : ร้านอาหารเน้นเมนูเนื้อวัวออสเตรเลียคุณภาพ ถูกปากคนไทย ที่ทานได้ทุกวัน
เนื้อแท้ เซียนเตี๋ยว : ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อริมทาง เปิดใหม่ในสไตล์จีนโบราณ มาพร้อมน้ำซุปที่หลากหลาย และเนื้อคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้
พัน ละ วัน : ร้านชาวาร์ม่า เมนูอาหารสไตล์ตะวันออกกลาง ที่เป็นอาหารที่ทั้งสั่งง่ายได้เร็ว
เนื้อแท้ บุชเชอรี่ : ร้านขายเนื้อสดออนไลน์
ในไตรมาส 2 นี้ ทางคอมพานี บี มีแผนที่จะเปิดแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ คือ “เนื้อแท้ Wok” และ “เนื้อแท้ Wok กะ Steak”
นภศูล รามบุตร Operating Executive ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี จำกัด อธิบายถึงแนวคิดของร้านอาหาร 2 แบรนด์ใหม่นี้ว่า ทั้ง 2 ร้านจะเน้นขายอาหารในรูปแบบ Grab & Go โดยมุ่งเน้นไปที่ความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ามาใช้บริการ โดยความแตกต่างของเนื้อแท้ Wok กับเนื้อแท้ Wok กะ Steak อยู่ที่ร้านเนื้อแท้ Wok จะเน้นขยายสาขาเข้าไปในศูนย์อาหารตามศูนย์การค้า ส่วนเนื้อแท้ Wok กะ Steak จะใหญ่กว่าและมีพื้นที่ให้นั่งกินในร้านได้
“Wok กะ Steak จะใช้แนวคิดเหมือนร้าน QSR ที่เน้นระบบการทำงานที่ได้มาตรฐาน สามารถขยายสาขาได้เร็ว แต่เรายังคงคอนเซ็ปต์ของเนื้อแท้ คือใช้เนื้อแองกัสทั้งหมด สำหรับเมนูอาหารคนไทยชอบกะเพรา ทั้ง 2 แบรนด์จะเน้นขายเมนูอาหารจานด่วนหรืออาหารตามสั่ง ส่วนเมนูสเต็กเราปรับปรุงให้มีขนาดเล็กลงเหมาะสำหรับกินคนเดียวหรือกินช่วงมือกลางวันได้ เช่น ลดขนาดเนื้อลงมาเหลือประมาณ 200 กรัม เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์”

ตามแผนงาน ทางคอมพานี บี คาดว่าจะสามารถเปิดร้านใหม่ได้ในไตรมาส 2 นี้ อย่างน้อย 2 สาขา คือที่ โลตัส สุขุมวิท 50 กับโลตัส สาขานวมินทร์
ด้านบังโต กล่าวเสริมว่า อนาคตของร้านเนื้อแท้จะเริ่มขยายไปต่างจังหวัด โดยคาดว่าน่าจะไปได้ประมาณ 10 สาขา ส่วนรูปแบบร้านที่มองว่าน่าจะไปได้เร็ว คือเนื้อแท้ Wok กะ Steak เพราะเป็นรูปแบบร้านที่ทำได้ง่าย เมนูไม่ซับซ้อน และในอนาคตมีโอกาสที่จะทำโมเดลธุริจแฟรนไชส์ด้วย
“ส่วนเรื่องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ จุดเด่นของอาหารไทย คือรสชาติและความหลากหลาย ส่วนเนื้อแท้เป็นร้านอาหารฮาลาลที่มาตรฐานสูง สามารถขยายตลาดไปอาเซียนตอนใต้ เช่น มาเลเซีย, อินโดนีเซีย หรือภูมิภาคตะวันออกกลางได้เลย เพราะร้านของเราทั้งหมดเป็นมาตรฐานฮาลาลที่ท็อปของประเทศ ปีนี้น่าจะพร้อมที่ไปต่างประเทศได้ แต่การจะไปต่างประเทศสิ่งที่สำคัญคือพาร์ทเนอร์ ต้องหาพาร์ทเนอร์ดีๆ”
ปีที่ผ่านมา คอมพานี บีมีรายได้รวมประมาณ 600 ล้านบาท ส่วนในปีนี้ทางบริษัทตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ประมาณ 800 ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจร้านอาหาร 70% และบุชเชอร์ 30%