หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจจากงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2024 กับหัวข้อ Social Media Algorithm & Creator Landscape 2024-2025 โดยคุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker และผู้จัดงาน iCreator
Social Media เป็นอีกสิ่งที่แบรนด์ต้องคอยตามการเปลี่ยนแปลงของ Algorithm ของแพลตฟอร์มตลอด ซึ่งปีนี้เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะล่าสุดจำนวนผู้ใช้งาน TikTok ในไทยแซงหน้า YouTube เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าวัดจากจำนวนที่มีผู้ชมนานที่สุด ยังคงเป็น YouTube อยู่ดี แน่นอนว่าปีนี้จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น
หากแบ่งตาม Category เกม ยังคงเป็นหมวดที่มีคนทำเยอะที่สุดในไทย และกลุ่มครอบครัว มีคนทำน้อยที่สุดในไทย อีกทั้งหมวดที่มีการเติบโตที่สุดคือกลุ่ม Finance
ถ้าอยากจะเริ่มทำครีเอเตอร์วันนี้ กลุ่มที่คนทำน้อย แต่สามารถทำเงินได้มาก นั่นคือ
1. Automotive (อุตสาหกรรมยานยนต์)
2. Parenting (การดูแลบุตร)
3. Pets (สัตว์เลี้ยง)
4. Family & Senior (ครอบครัวและผู้สูงอายุ)

คุณขจร ได้แชร์เกี่ยวกับการทำงานของ algorithm social media ต่างๆ โดยได้แบ่งออกเป็น 2 วงใหญ่ๆ คือSocial Media มีแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, LinkedIn, LINE Voom ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จะเป็นการแชร์จาก “คน สู่ คน” ทำให้คนคือคีย์หลักของการกระจายข้อมูล ตัวอย่างฟีดของ Facebook พื้นที่หน้าไทม์ไลน์จะเป็นเนื้อหาที่เราติดตาม 85% และที่เหลือ 15% ถูกนำเสนอด้วย AI Suggestion
และวงที่สอง Recommendation Media อย่างแพลตฟอร์ม YouTube, X และ TikTok จะต่างจากวงแรก คือเนื้อหา 85% จะถูกนำเสนอผ่าน AI Suggestion และ 15% ผ่านเนื้อหาที่เราติดตาม เพราะคนไม่ได้มีหน้าที่ในการกระจายข้อมูล แต่มีหน้าที่แค่ดู ซึ่งหน้าที่กระจายข้อมูลคือ AI นั่นเอง
คุณขจร เล่าว่า AI สามารถ Generate Subtitle ของคลิปวิดีโอบนช่องทาง YouTube ได้อีกด้วย เพราะหากนำ Subtitle ไปค้นหาบน Google มันจะรู้ว่านั่นเป็นหนึ่งในวิดีโอของเรา นั่นแปลว่าเมื่อไหร่ที่ลงคลิปไป AI จะจำแนกออกมาทั้งหมดว่าเป็นเรื่องอะไร เพลงที่ลงใส่อะไร ความยาวเท่าไหร่ พูดอะไรบ้าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่พอดแคสต์หลายๆช่อง ได้หันมาลงใน YouTube มากขึ้น

เรื่องโครงสร้างของช่อง ครีเอเตอร์หลายคนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของโครงสร้างช่องเท่าไหร่นัก โครงสร้างของช่องแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ
1. Mass คอนเทนต์ที่มีเป็นเรื่องทั่วไป เช่น Publisher, News Media, Influencer, Celebrity ข้อดีคือจะได้ Engage แต่ขายของไม่ได้
2. Mid level คอนเทนต์ที่มีความทั่วไป แต่มีคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้น เช่น Category Media, Category Creator
3. Niche คอนเทนต์ที่เริ่มเฉพาะทางขึ้น เช่น Niche Creator, eCommerce, Build Fans, Conversion
ซึ่งการวางโครงสร้างของช่องที่ดีจะนำไปสู่ยอดที่ดีเพราะ AI จะชอบช่องของเราและดันให้คนเห็นเยอะขึ้น
Social Media Feeds: Algorithm
การมองเห็นของฟีดข่าว จะต้องมีต่อไปนี้
News Feed Visibility = Interest in Page + Post Performance + Past Page Performance + Type of content + Recency
Interest in Page ความสนใจในช่องหรือเพจ เช่น เขากด Subscribe หรือติดตามรึเปล่า รูปแบบความสนใจ
Post Performance คุณภาพของคอนเทนต์ที่โพสต์ลงในปัจจุบัน
Past Page Performance คุณภาพของเพจในอดีตที่ผ่านมา ยอดเข้าถึง ยอดกดไลก์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
Type of content คอนเทนต์ที่โพสต์ลงเป็นประเภทไหนบ้าง เพราะคอนเทนต์แต่ละประเภท algorithm จะดันไม่เท่ากัน เช่น อดีตจะเน้นนำเสนอ Content Photo หรืออย่างตอนนี้ algorithm จะดัน Text เป็นต้น
Recency ความสม่ำเสมอของคอนเทนต์ที่โพสต์ลงไป

สุดท้ายของ Session คือการทำคอนเทนต์ให้ AI ชอบ จะต้องทำอย่างไร?
คุณขจร เล่าว่า การทำคอนเทนต์ให้ AI ชอบ ก็เหมือนการจีบสาว ซึ่งจะต้องมีหลายปัจจัยรวมกัน ดังนี้
มีเสน่ห์: มี Engagemnet และ Retention
รักเดียวใจเดียว: Don’t link to other platforms การทำคอนเทนต์ที่ลงเฉพาะแพลตฟอร์มนั้น ไม่ใช่การดูดงานจากที่หนึ่งไปลงอีกที่หนึ่ง ติดโลโก้จากแพลตฟอร์มอื่น
เป็นคนชัดเจน: Channel Category, Content Structure ชอบฟุตบอลก็บอกไปเลยว่าชอบบอล หรือชอบดนตรีก็บอกไปเลยว่าชอบดนตรี
ไม่โกหก: Don’t break the rules ทำตามข้อกำหนดหรือกฎของแต่ละแพลตฟอร์ม
สม่ำเสมอ: Consistency ทำให้เป็นระบบ ลงคอนเทนต์สม่ำเสมอ