NielsenIQ เผยผลวิจัย “Spend Z” พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของ Gen Z จะกลายเป็นคนรุ่นที่ร่ำรวยที่สุดในไม่ช้านี้ รวมถึงคาดการณ์ว่าจะมีพลังการจับจ่ายใช้สอยเติบโตเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับทุก Gen มูลค่ารวมประมาณ 12 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 แซงหน้าการจับจ่ายของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ภายในปี 2029
NielsenIQ เป็นบริษัทวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคของสหรัฐ เป็นผู้เชี่ยวชาญข้อมูลด้าน FMCG Retail AI ฯลฯ มีสำนักงาน 100 สาขาในประเทศซึ่งครอบคลุมประชากร 90% ของโลก ปัจจุบัน อยู่ในเครือ Advent International Venture Capital รายใหญ่ ซึ่งมีทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 66,200 ล้านดอลลาร์
Marta Bowles ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารของ NielsenIQ และหัวหน้าฝ่ายการตลาดในอเมริกาเหนือ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน Gen Z หรือผู้เกิดระหว่างปี 1997-2012 (อายุ 12-27 ปี) มีอยู่ถึง 25% ของประชากรโลก จุดโดดเด่นที่สุดที่ได้จากผลวิจัยคือ Gen Z ก้าวหน้ากว่าคนรุ่นอื่นๆ ในเรื่องจับจ่ายใช้สอย
ตัวอย่าง เช่น คนอายุ 25 ปีโดยเฉลี่ยมีรายได้ปีละ 40,000 ดอลลาร์ (1.5 ล้านบาท) สูงกว่าคนรุ่นอื่นๆ ในยุคเดียวกัน รายได้ที่สูงขึ้นส่งผลให้คนรุ่น Gen Z ใช้จ่ายมากขึ้น
“คนอายุ 25 ปี ใช้จ่ายมากกว่าคนรุ่น Gen X อย่างมากและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป”
ปี 2023 มูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของ Gen Z อยู่ที่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 17.1% ของคนทุก Gen รวมกัน ซึ่งอยู่ที่ 57,600 ล้านดอลลาร์
คาดว่า ปี 2030 จะโต 18.7% มี Gen Z ประมาณ 1,600 ล้านคน มูลค่ารวมอยู่ที่12 ล้านล้านดอลลาร์
ความจริงที่ว่า Gen Z คือ "คนรุ่นแรกที่เป็น Digital Native ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆ และหาข้อมูลก่อนซื้อสินค้าจริงในร้านค้า นอกจากนั้น ส่วนใหญ่เริ่มต้นช้อปปิ้ง โดยใช้ออนไลน์ 53% กล่าวว่า พวกเขาเคยใช้ปุ่ม "ซื้อ" บนเครือข่ายโซเชียลมีเดีย
ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุดสำหรับ Gen Z บนโซเชียลมีเดีย คือกลุ่มสุขภาพและความงาม คาดว่ายอดขาย 81% ของ TikTok ในปี 2024 จะมาจากทั้ง 2 กลุ่มอุตสาหกรรม
เจสัน ดอร์ซีย์ ผู้เชี่ยวชาญข้อมูล Gen Z และประธานของ Center for Generational Kinetics บริษัทวิจัยและ กลยุทธ์ด้าน Generation บอกว่า Gen Z คือกลุ่มที่มีพลังซื้อสูงสุดสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย มูลค่าตั้งแต่จุดเริ่มจนสิ้นอายุขัยของพวกเขาสูงสุดเมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ
ข้อมูลของ NielsenIQ ระบุว่า การใช้จ่ายต่อหัวของคน Gen Z ช่วงทศวรรษหน้าคาดว่าจะเป็นอัตราเติบโตต่อปีแบบทบต้น เฉลี่ยที่ 4.02% "เร็วกว่าคนรุ่นก่อนๆ 2 เท่าพอดี"
ผลวิจัยยังพบด้วยว่า ผู้บริโภค Gen Z ระบุว่า บทวิจารณ์ออนไลน์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเมื่อซื้อสินค้า ไม่ว่าบทวิจารณ์ดังกล่าวจะโพสต์โดยตรงบนเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียโดยInfluencer หรือเพื่อนก็ตาม
“พวกเขาคุ้นเคยกับการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Omni-channel รวมถึงคาดหวังว่า แบรนด์จะอยู่ทุกที่ตลอด เวลา”
เจสัน ดอร์ซีย์ ผู้เชี่ยวชาญข้อมูล Gen Z กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ต่างๆ นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับการทำความเข้าใจ Gen Z พร้อมเพิ่มเติมพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยว่า แม้เป็นกลุ่มคนที่ใช้ดิจิทัลมากที่สุด แต่ Gen Z ก็ยังมีแนวโน้มซื้อของในร้านค้าแบบ Physical เท่าๆ กัน เพราะ Gen Z ชอบเรื่อง Hybrid หรือการผสมผสาน
“พวกเขาต้องการมีประสบการณ์ดิจิทัลในสถานที่จริง มีความปรารถนาแรงกล้าจะเข้าไปในร้านเพื่อช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง เสื้อผ้า มันจะเป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่ ถ้าแบรนด์มีไม่ครบทั้ง 2 อย่าง”
ที่มา NIQSpendZReport