AirAsia ยักษ์ใหญ่ในวงการ Low Cost Airline กระโดดเข้าสู่อุตสาหกรรม FinTech ประเทศทไทยเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ด้วยการเปิดตัว BigPay ในประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ต่อจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
BigPay เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล ที่มี โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแคปปิตอล เอ (Capital A) และ MOVE Digital เป็นผู้ผลักดัน ซึ่งก่อนหน้านี้ AirAsia ก็พยายามที่จะแตกกลุ่มธุรกิจด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นของ แอปพลิเคชัน AirAsia จากแอปสายการบินให้เป็นซูเปอร์แอปที่เป็นมากกว่าสายการบินด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น AirAsia MOVE มาแล้ว
การเปิดตัวครั้งนี้ BigPay มีการชูจุดเด่นเครื่องมือทางการเงินครบวงจรที่จะช่วยให้การบริหารเงินของ คนไทยเป็นเรื่องง่าย ด้วยแอปพลิเคชันที่มาพร้อมกับบัตรเสมือน Visa (Visa Virtual Card) ให้ใช้จ่ายได้ทันที และ บัตรพลาสติก Visa Platinum Prepaid Card โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน BigPay ได้ง่ายๆ พร้อมเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายกว่า 130 ร้านค้าทั่วโลกทั้งร้านค้าออนไลน์และร้านค้าทั่วไป พร้อม ถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศ
อภิฤดี ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ BigPay ประจำประเทศไทย เล่าถึงที่มาที่ไปว่า BigPay เริ่มต้นพัฒนามา จากอินไซต์ที่ได้ไปคุยกับกลุ่มผู้ใช้ AirAsia ทั้งในมาเลเซียและในประเทศไทย ซึ่ง 65% ของผู้ใช้บอกว่าเขาเจอความ ท้าทายในการบริหารจัดการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้เงินออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ การหาแรงบันดาล ใจใหม่ๆ ผ่านการท่องเที่ยว หลายๆ คนต้องการจะเก็บเงินระยะยาวเพื่อเกษียณ หรือมีอีกหลายๆ ท่านอยากจะเตรียม พร้อมและให้ความสำคัญของการบริหารจัดการเงิน
“จุดแข็งของ BigPay คือการมี Ecosystem ที่พร้อมและแข็งแกร่งในภูมิภาค ช่วยให้คนเข้าถึงการ ท่องเที่ยว บริการทางการเงินได้มากขึ้น วันนี้เราพร้อมที่จะขยายผลไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 เราเข้าใจความต้องการของมาเลเซียและคนไทยซึ่งไม่ต่างกัน คนไทยต้องการ มีชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงิน ในขณะเดียวกันก็ต้องการหาสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต ต้องการออกไปหา ประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งจาก Insight จะเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งต้องการหาตัวช่วยในการจัด การเงิน เราจึงตั้งเป้าที่จะเข้ามาช่วยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z กว่า 13 ล้านคน โดยส่วนหนึ่งมีกว่า 3 ล้านคนที่เขาเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน”

การเปิดตัวครั้งนี้ BigPay มีการแนะนำตัวช่วยเก็บเงินอย่าง Stash กระเป๋าเก็บเงินย่อย และ Roundup ฟังก์ชั่นปัดเศษเงินทอนเพื่อเก็บเงินได้ทันที รวมถึง “Analytics” ฟังก์ชั่นวิเคราะห์การใช้จ่าย ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน เก็บเงินอย่างชาญฉลาด
โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแคปปิตอล เอ (Capital A) และ MOVE Digital กล่าวถึง การ ขยายการให้บริการ BigPay สู่ประเทศไทยว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ BigPay ได้ขยายการให้บริการมาสู่ ประเทศไทย นับเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระบบอีโคซิสเต็มของเราให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าในการใช้จ่ายและการใช้บริการทางการเงิน และส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางแบบไร้ รอยต่อให้กับนักเดินทาง เรายังคงมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานชาวไทยในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินใหม่ล่าสุด เราขอขอบคุณผู้ร่วมมือทุกท่าน รวมถึง Visa พาร์ทเนอร์ของเราในครั้งนี้

“ขอบคุณทุกคนที่ต้อนรับเราอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะความมั่นใจและความมีศรัทธาในตัวของ Airasia ของเรา ต้องบอกเลยว่าเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาพอสมควรในช่วง COVID-19 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองก็ได้รับความเชื่อมั่นจากพนักงานในองค์กรกว่า 21,000 คน ที่ไม่ได้จากไปไหน และนั่นทำให้เรา AirAsia จัดตั้งกลุ่มธุรกิจใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือ Capital A ซึ่งแบ่งแยกออกมาเป็นอีก 5 กลุ่มบริษัท
Airasia เป็นแบรนด์ที่สื่อถึงภาพลักษณ์ของคุณภาพคุ้มราคา กับ BigPay เราจะได้ในสิ่งที่เรา จ่ายไปอย่างคุ้มค่า ที่สำคัญเราจะทำให้ระบบนิเวศของเราสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการจอง การจ่าย โดยเฉพาะการร่วมงานกับพันธมิตรของเรา บางคนบอกว่าคุณเข้ามาในเกมของ FinTech, e-wallet ช้าไปแล้ว แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าสมัยก่อนตอนที่ผมเริ่มต้นสายการบิน AirAsia ผมก็เริ่มต้นใน 20 ปีที่แล้ว กับเครื่องบินแค่ 2 ลำ จนมาถึงวันนี้เรามี 250 ลำ เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าในตลาดนี้เรายังมีพื้นที่ที่จะ เติบโตและพัฒนาไปกับพันธมิตรของเรา เพื่อที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างให้เกิดความคุ้มค่าต่อ ผู้ใช้งาน”
อภิฤดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทตั้งเป้าหมายในสิ้นปี 2567 จะมีฐานผู้ใช้บริการบิ๊กเพย์ 1 แสนราย และ เพิ่มเป็น 1 ล้านรายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 18-35 ปี หรือ Gen Z ซึ่งในช่วงแรกมีการคาดการว่าจะมีการใช้จ่ายผ่าน BigPay ประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อคนต่อเดือน