ย้อนหลังไปในปี 2010 ไทวัสดุเปิดสาขาแรกที่บางบัวทอง เป็นร้านโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้าน ขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า “บิ๊กบ็อกซ์” สาขาแรกของกลุ่มเซ็นทรัล ที่แม้จะสร้างความฮือฮาให้กับตลาด เพราะเป็นการเข้ามาของ ยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล แต่ก็เป็นเพียงแค่สาขาแรก ขณะที่คู่แข่งขันในตลาดต่างก็เปิดสาขาไปแล้ว 30 – 40 สาขา ถือเป็น ผู้เล่นที่เข้ามาในตลาดช้ากว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ไทวัสดุมีการขยายสาขาแบบก้าวกระโดด โดยใช้เวลาแค่ 8 ปี คือในปี 2018 สามารถขยายสาขาได้ รวม 40 สาขา และคาดว่าเมื่อปิดปี 2024 นี้ ไทวัสดุน่าจะมีสาขารวมกันอยู่ที่ 89 สาขา กระจายอยู่ใน 49 จังหวัด โดยตัวเลข ณ ขณะนี้จะมีสาขาอยู่ที่ 85 สาขา เมื่อรวมกับสาขาของ BnB Home แล้ว จะมีตัวเลขสาขารวมกันที่ 101 สาขา
ทำไม ไทวัสดุถึงต้องเร่งขยายสาขาให้มีจำนวนสเกลที่มากขนาดนั้น
เหตุผลก็คือนอกจากโอกาสทางการตลาดที่ยังเปิดกว้างค่อนข้างมาก เพราะสัดส่วนของค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านที่เป็นโมเดิร์นเทรด ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 30% ของตลาดรวมมูลค่ากว่า 3 แสนล้าน บาท จึงยังมีโอกาสในการขยายเข้าไปสร้างการเติบโตได้อีกมาก

ขณะที่แม้บ้านเราจะอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก แต่ความต้องการของตลาดยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหัวใจสำคัญของการทำตลาดนี้ตามคำบอกเล่าของ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เคยพูดไว้เมื่องานแถลงข่าวในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ที่มองว่าค้าปลีกในเซ็กเม้นต์นี้ จำเป็นต้องมีจำนวนสาขาที่มากพอและยอดขายที่สูง เนื่องจากเป็นตัวที่จะเข้ามาช่วยต่อรองรวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับ ซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าที่จะนำสินค้ามาขาย
โดยในปีที่ผ่านมา ไทวัสดุสามารทำตัวเลขยอดขายได้ที่ 40,000 ล้านบาท และตามเป้า 5 ปีที่วางไว้ ไทวัสดุจะมี ยอดขายขยับขึ้นไปแตะที่ 70,000 ล้านบาท การรุกขยายสาขาพร้อมเพิ่มน้ำหนักในการทำตลาดแบบออมนิแชนแนล จึงน่า จะเป็นตัวช่วยในการผลักดันให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้
สิ่งที่น่าสนใจก็คือไทวัสดุมีโมเดลในการขยายสาขาด้วยฟอร์แมตสโตร์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟอร์แมต สโตร์ Red Format ซึ่งเป็นสาขาในรูปแบบมาตรฐาน, Hybrid Format (White Format) ที่เป็นการผนึกจุดแข็งของแบรนด์ ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮมให้เป็นศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์งานช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อบ้าน ของตกแต่งและ ซ่อมแซมบ้านมาอยู่ด้วยกันในสาขา และ Blue Format ขนาดเล็ก เจาะกลุ่มผู้รับเหมารายย่อย ที่ใช้สำหรับการขยายเข้าไปทำ ตลาดในระดับอำเภอ โดยเป็นร้านไซส์เล็กมีพื้นที่ขายประมาณ 8,000 – 10,000 ตารางเมตร ที่เจาะเข้าไปในระดับอำเภอ ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 2 สาขา ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และที่หนองจอก กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกการพัฒนาโมเดลที่ปรับให้ ยืดหยุ่นและเข้ากับกำลังซื้อในพื้นที่ที่เข้าไปเปิดสาขา

ส่วนโมเดลที่เป็น Hybrid Format นั้น ไทวัสดุถือเป็นรายแรกที่ปั้นสาขาในรูปแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงส่งให้กัน และกันระหว่างไทวัสดุและ BnB Home ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยไทวัสดุจะมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นช่างและผู้รับเหมา ขณะที่ BnB Home จะมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นเจ้าของบ้าน ทำให้ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มได้เป็นอย่างดี
ที่น่าจับตามองก็คือการสร้างโอกาสในการเติบโตด้วยการขยายสาขาเข้าไปในจังหวัดที่เป็นเทียร์ 2 หรือเทียร์ 3 รวมถึงการขยายสาขาเข้าไปในระดับอำเภอ ที่ยังไม่มีโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่เข้าไปเปิด อย่างในปีนี้ที่ไทวัสดุมีการ ขยายสาขาไปแล้ว 6 สาขา ได้แก่ 1. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาอุดรธานี กุดสระ 2. ไทวัสดุ สาขาอรัญประเทศ 3. ไทวัสดุ สาขาสระแก้ว 4. ไทวัสดุ สาขาแกลง 5. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาพระราม 3 และ 6. ไทวัสดุ สาขาอุทัยธานี ซึ่งเป็นสาขา ล่าสุดที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้
โดยทั้งสาขาสระแก้ว สาขาอรัญประเทศที่อยู่ติดชายแดนประเทศกัมพูชา และสาขาอุทัยธานี คือภาพสะท้อนของการ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ในการบุกเข้าไปทำตลาดในจังหวัดที่ไม่ใหญ่นัก แต่ถูกมองว่ามีโอกาสทางการตลาดค่อนข้าง สูง

สุทธิสาร พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า การเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดอุทัยธานี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ไทวัสดุที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ แม้ว่าอุทัยธานีจะเป็นจังหวัดขนาดกลาง แต่มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทาง คมนาคมที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ การมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และประวัติ ศาสตร์-วัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งเราไม่หยุดนิ่งในการมอบประสบการณ์ช้อปสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่ง ปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด
เขายังบอกอีกว่า อุทัยธานีเป็นกลุ่มจังหวัดเมืองรองที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ด้วยสภาพพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีพืช เศรษฐกิจหลักที่เหมาะต่อการพัฒนาหลากหลายอุตสาหกรรม และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงาม เช่น ห้วยขาแข้ง หุบป่าตาด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นอกจากจะดึงดูด นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่เข้ามาลงทุนธุรกิจในพื้นที่
“ประกอบกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ ระบบสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลให้ความต้องการ ด้านก่อสร้างและตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตขึ้น โดยนอกจากปัจจัยในเชิงกายภาพแล้ว อุทัยธานียังมีภาพรวมโครงสร้าง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ไทวัสดุมั่นใจกับการขยายสาขาครั้งใหม่ด้วยงบลงทุน 300 ล้านบาท เนื้อที่ขนาด 39 ไร่ บนพื้นที่อาคาร 16,000 ตารางเมตร ในเขตอำเภอเมือง อุทัยธานี ให้เติบโตอย่าง แข็งแกร่งในระยะยาว”
ถือเป็นอีกรูปแบบของการขยายสาขาที่นอกจากจะเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แล้ว การขยายสาขาเข้าไปใน จังหวัดเทียร์ 2 – 3 รวมถึงการขยายสาขาเข้าไปในระดับอำเภอ ยังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มตัวเลข Penetration ในการเข้าถึง ลูกค้าให้กับค้าปลีกวัสดุก่อสร้างโมเดิร์นเทรด ที่วันนี้ยังมีสัดส่วนแค่ 30% ของตลาดรวมเท่านั้น....