“บริษัท ฟีนิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน” กางแผนรุกธุรกิจปีนี้ ประกาศรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ในชื่อ“บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน)” จัดทัพรับแผนการตลาดเชิงรุกปี 61 สร้างผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย และขยายฐานลูกค้า มุ่งสู่บริการดิจิทัล ตอกย้ำความแข็งแกร่งจากการผสานกำลัง “กลุ่มเจมาร์ท” ผู้นำในธุรกิจค้าปลีกและการเงินที่มีฐานลูกค้า
ทั่วประเทศ และก้าวสู่เบอร์ 1 ด้าน InsurTech อย่างสมบูรณ์แบบ
เพียรไกร อัศวโภคา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เจพี ประกันภัยเกิดจากการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัท ฟีนิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเจมาร์ทที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ได้เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 55 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการอัดเงินลงทุนกว่า 390 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ที่สำคัญจึงได้มีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของ บริษัท ฟีนิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน)” หรือ JP Insurance Public Company Limited เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมี อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) สูงขึ้นมากกว่า 700% ขึ้นเป็นระดับต้นๆของอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการผนึกกำลังกันอย่างแข็งแกร่งระหว่างกลุ่มเจมาร์ทหรือตัว “J” ในชื่อแบรนด์ใหม่ที่ได้เข้ามาเสริมทัพ ร่วมกับตัว “P” คือ Phoenix ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยที่อยู่ในวงการมามากกว่า 20 ปี โดยจะเริ่มใช้แบรนด์ใหม่ทั้งหมดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศพร้อมกันในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 นี้
ทั้งนี้ บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ภายใต้ชื่อ บริษัท ฟีนิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อนวันที่มีการรีแบรนด์ชื่อใหม่เป็น บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น โดยลูกค้าเก่ายังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ ซึ่งทางบริษัทจะมีหนังสือแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ไปยังลูกค้า ในขณะที่แผนงานการสร้างแบรนด์
เจพี ประกันภัย ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้นนั้น บริษัทได้เตรียมงบประมาณและกลยุทธ์ที่จะสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเริ่มทันทีตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 นี้
เพียรไกร กล่าวต่อไปว่า ในการร่วมทุนกับพันธมิตรใหม่และรีแบรนด์ครั้งนี้ทาง เจพี ประกันภัย
ได้มีการเสริมทัพผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาในองค์กรด้วย โดยได้มีการสรรหาผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถจากองค์กรที่มีชื่อเสียงมาร่วมงาน โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีประสบการณ์อยู่ในสายงานด้านเทคโนโลยีและด้านการประกันภัย ที่ได้เชิญมาร่วมงานกันเพื่อผสานกำลังในการขับเคลื่อนและผลักดันบริษัท เจพี ประกันภัย ให้เติบโตต่อไป นำโดย ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
(CEO) ซึ่งเคยดำรงทั้งตำแหน่ง Managing Director ของ Accenture อีกทั้งยังเคยเป็นผู้บริหารที่คุมทีมด้านเทคโนโลยีการผลิตในกว่า 100 ประเทศ ให้กับบริษัทระดับโลกอย่าง Chevron Energy Technology สหรัฐอเมริกา ก่อนจะมาดำรงตำแหน่ง Country Head of IT ให้บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด รวมถึงสรรหาผู้บริหารที่มีความสามารถ และประสบการณ์อยู่ในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย
มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบริหารความเสี่ยง และด้านการประกันภัยต่ออย่าง คุณเลิศชาย ประภาศิริรัตน์ ก็ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับ เจพี ประกันภัย และยังมีมืออาชีพทั้งด้านเทคโนโลยี และด้านประกันภัยอีกหลายท่านเข้ามาผสานพลังร่วมกับ เจพี ประกันภัย อย่างคับคั่ง
ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทางเจพี ประกันภัย ที่ได้วาง Positioning ที่ชัดเจนคือการก้าวสู่ความเป็นอันดับ 1 ในด้าน InsurTech หรือผู้นำด้านเทคโนโลยีการประกันภัย บริษัทจึงได้วางกลยุทธ์ การสร้าง Ecosystem หรือระบบนิเวศทางธุรกิจด้วยการสร้างเทคโนโลยีที่เปิดให้พาร์ทเนอร์ ตัวแทน/นายหน้า ตลอดจนลูกค้าของบริษัทสามารถมาเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้คนไทยทุกคนได้ประโยชน์จากการประกันภัยอย่างเต็มที่
ด้วยแนวคิด ‘’ไปด้วยกัน เร็วกว่า ดีกว่า และถูกลง (Faster, Better, Cheaper, Together)‘’ ผ่านการสื่อสารทางการตลาดภายใต้ธีม #InsurTechAwakening ที่ใช้โปรโมทตลอดทั้งปีเพื่อตอกย้ำจุดยืนการชิงชัยอันดับ 1 ในการสร้างนวัตกรรมการประกันออกสู่ตลาด
ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมภายในองค์กรก่อนการ รีแบรนด์เป็น เจพี ประกันภัย ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและการลงทุนด้านบุคลากร ซึ่งทางบริษัทได้มีการลงทุนและพัฒนาทางด้านนี้อย่างจริงจัง พร้อมกับการพาร์ทเนอร์กับ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและบริการด้านประกันภัยให้กับลูกค้าในยุคดิจิทัลเริ่มตั้งแต่การยกระบบการทำงานทั้งหมดให้ขึ้นมาอยู่บน Cloud
ซึ่งนับเป็นประกันภัยในไทยเจ้าแรกที่ปฏิบัติการอยู่บน Cloud อย่างเต็มรูปแบบในทุกระบบ เพื่อเตรียมพร้อมรับเทคโนโลยีอีกหลายๆ อย่างที่กำลังพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง ใน Digital Lab ของบริษัท
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสายงานเชิงรุกในหลายฝ่ายซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยไทย อย่างฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนากระบวนการทำงาน (Strategic Planning and Business Process Improvement) ที่มุ่งเน้นการลดกระบวนการหรือ Lean process ฝ่ายพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัล (Innovation Enablement & Digital Development) ที่เตรียมพร้อมงานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ตั้งแต่ AI ไปจนถึง Block chain ฝ่ายนวัตกรรมการตลาดและความเข้าใจผู้บริโภค (Marketing Innovation & Consumer Insight) ที่เน้นการทำการตลาดจากข้อมูล Big data และ Insight พร้อมทั้งดึงดูดบุคลากรชั้นนำจากบริษัท Top-tier หลายแห่ง มานำทีมและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากการรีแบรนด์ในครั้งนี้ด้วย
ในขณะที่การดำเนินงานด้านอื่นๆในธุรกิจประกันนั้น ทางเจพี ประกันภัย ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งการบริหารความเสี่ยง การรับประกัน หรือแม้แต่กระบวนการด้านสินไหมทดแทน ที่กำลังอยู่ในช่วงปรับทัพ
เพื่อบุกตลาดอย่างเต็มที่โดยตั้งเป้าหมาย ขยายอู่พันธมิตร 200% ใน 9 เดือน เพื่อตอกย้ำความมั่นใจด้านการบริการภายใต้แบรนด์ใหม่อย่าง เจพี ประกันภัยในครั้งนี้ด้วย โดยภายในไตรมาส 2 นี้ ตลาดจะเห็น InsurTech Application ของบริษัทออกมา ซึ่งเป็นแอพที่สามารถตอบโจทย์การประกันภัยได้ทั้งประกันภัยรถยนต์และการประกันภัยทั่วไป โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่จุดเจ็บปวดหรือ Pain point ของลูกค้าเป็นสำคัญรวมถึงจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้ามาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือเจมาร์ทเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าในเครือ ขณะที่มุ่งมั่นตอบโจทย์และยกระดับโซลูชั่นการประกันภัยให้แก่ลูกค้าคนไทยทุกคน เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายในการส่ง เจพี ประกันภัย ให้เป็น InsurTech อันดับ 1 ของประเทศไทย
ปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มเจมาร์ทมีเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจการเงิน ธุรกิจติดตามและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ไปจนถึง ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เล็งเห็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจประกันภัยด้วยเทคโนโลยี InsurTech เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญในการเข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้
เพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาดร่วมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันสินเชื่อที่ตอบโจทย์ลูกค้าของบริษัทในเครือ ชูจุดแข็งจากการมี Big Data ของฐานลูกค้าในกลุ่มเจมาร์ทมากกว่า 7 ล้านคน ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 200 สาขา และตัวแทนขายซิงเกอร์ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เจพี ประกันภัย จะกลายเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้เครือเจมาร์ท มีความเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้เทคโนโลยี FinTech
สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติการเข้าลงทุนในบริษัท ฟีนิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) (Phoenix) ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นผู้รับประกันวินาศศภัยในประเทศไทย ในสัดส่วน 55% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมด ปัจจุบัน ประกาศแผนรีแบรนด์ครั้งใหญ่เป็นบริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประกันอันแข็งแกร่งภายใต้กลุ่มบริษัทเจมาร์ท รวมทั้ง เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ บริษัท เจ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JMT ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยต่างๆ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุส่วนบุคคล ให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้ง เป็นการขยายต่อยอดเพิ่มไลน์ธุรกิจที่จะเข้ามา Synergy กับกลุ่มเจมาร์ท