บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด และบริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ประกาศความร่วมมือในการยกระดับการเกษตรของไทย โดยมี เรียวสุเกะ ยามากุจิ ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด และ มนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมกันพัฒนาศักยภาพ และแก้ไขปัญหาของเกษตรกรอย่างครบวงจรเพื่อยกระดับการทำการเกษตรของไทย ในงานครบรอบ 45ปี ยันมาร์โชว์ เฟส 2024ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น
เรียวสุเกะ ยามากุจิ ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “กลุ่มบริษัท เจียไต๋ เป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจต่างๆ ในภาคการเกษตร มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในขณะที่บริษัทยันม่าร์ เองนั้น ก็เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น แทรกเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล และอุปกรณ์ต่อพ่วง ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนากระบวนการเพาะปลูกและการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันที่ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของกันและกันเพื่อนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมในภาคการเกษตรผ่านความร่วมมือนี้ ในขั้นตอนแรกของความร่วมมือนี้ เราจะเริ่มจำหน่ายโดรนและระบบบังคับเลี้ยวอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตทางการเกษตร และในอนาคต เรามีแผนที่จะสำรวจความร่วมมือเพิ่มเติมในภาคการเกษตรและเติบโตเป็นพันธมิตรที่มอบโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”

มนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า “เจียไต๋ในบทบาทของผู้ส่งมอบสูตรสำเร็จทางการเกษตร หรือโซลูชัน โพรไวเดอร์ ได้เสาะหาเทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยเพื่อมาเสริมประสิทธิภาพให้กับโซลูชันเจียไต๋ อาทิเช่น โดรนและเครื่องจักรการเกษตร ที่เป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ในการเชื่อมโยงธุรกิจปัจจัยการผลิตของเจียไต๋ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ไปสู่ภาคเกษตรกรรมไทยที่เป็นมืออาชีพและสมาร์ทมากขึ้นไปอีกขั้น โดยความร่วมมือกับยันม่าร์ในครั้งนี้ มุ่งเป้าหมายในการผนึกการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงทรัพยากรของสององค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งในวงการเกษตรไทยเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาศักยภาพ และแก้ไขปัญหาของเกษตรกรไทยอย่างครบวงจรและเพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคการเกษตรไทยนอกจากนี้ ยังสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน”