Guss Damn Good เป็น “คราฟท์ ไอศกรีม” ที่ทำตลาดมาหลายปี
จุดเด่นของ Guss Damn Good นั้นอยู่ที่ปรัชญาในการทำธุรกิจ คือ Story to Flavor นั่นหมายความว่า นอกเหนือจากรสชาติเฉพาะตัว ไอศกรีมของ Guss Damn Good จะต้องสามารถสื่อความไปถึงบางสิ่งบาง อย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในการกิน รสสัมผัสของวัตถุดิบ ฯลฯ
ระริน ธรรมวัฒนะ ผู้ร่วมก่อตั้ง Guss Damn Good อธิบายว่า ทุกรสชาติของ Guss Damn Good จะเริ่มจากเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวแล้วแปลงเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นส่วนผสม จนเป็นไอศกรีมแต่ละรสชาติที่ แตกต่างไม่เหมือนใคร
“Story to Flavor คือ ความรู้สึกดีๆ ส่งผ่านรสชาติ วิธีคิดของเราที่ใช้มาตลอด คือการเปลี่ยนเรื่องราวมาเป็นความรู้สึก จากนั้นจึงจินตนาการออกมาเป็นรสชาติ หรือ Story to Feeling to Flavor เบื้องหลังความสำเร็จของ Guss Damn Good ส่วนใหญ่มาจากตัวโปรดักต์ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารในการส่งความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน จน Guss Damn Good สามารถเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนได้”
จากคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน ทำให้ในระยะหลังๆ มีแบรนด์เป็นจำนวนมากเข้ามาจับมือกับ Guss Damn Good เพื่อให้ช่วยสร้างสรรค์รสชาติของความสุขและความทรงจำของแบรนด์จากไอศกรีม
ที่ผ่านมา มีแบรนด์จับมือกับ Guss Damn Good มากมาย ตั้งแต่วงดนตรี Scrubb ไปจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ยานยนต์ หรือแม้กระทั่งเชฟชื่อดังมากมาย
ล่าสุด Guss Damn Good มีการจับมือกับ MAGURO Group ทำไอศกรีมรสมันหวานญี่ปุ่น ครีมบูเร่เพื่อเป็น Signature Dessert ให้เฉพาะที่ร้าน MAGURO เพื่อฉลองการเปิดสาขาใหม่ที่ The Flavorhood
ระริน อธิบายว่า โจทย์ครั้งนี้ของทาง MAGURO คือ “ต้องการส่งมอบประสบการณ์พิเศษให้คนที่เรารัก” เพื่อให้คน Touch กับแบรนด์มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นที่มาของการออกรสชาติไอศกรีมซิกเนเจอร์ อย่าง “Give Good Thing”

”เราตีโจทย์มาจากปรัชญาของ MAGURO คือ Give More หมายถึงการอยากส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งความหมายนี้ถูกฝังอยู่ในหัวมานานแล้ว เราอยากให้ไอศกรีมมีความเป็นญี่ปุ่น แล้วใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไป เป็นมันหวานผสมคัสตาร์ด ไส้เป็นมันหวาน มีครีมบรูเล่ เพื่อให้มีความญี่ปุ่น, สนุก, Modern, Creative และ Touch”
ไอศกรีมรสมันหวานญี่ปุ่น ครีมบรูเล่ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนและจนกว่าสินค้าจะหมดเท่านั้น โดยในสาขาอื่นๆ ได้แก่ สาขา Chic ราชพฤกษ์, สาขา Health Land แจ้งวัฒนะ, สาขา SB พระราม 2, สาขา เอสพลานาด รัชดา, สาขา Central World, สาขา The Nine พระราม 9, สาขา Promenade, สาขา Nirvana, สาขา Marche ทองหล่อ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน และจนกว่าสินค้าจะหมดเช่นกัน