MAGURO เริ่มต้นธุรกิจมาจากย่านบางนาเมื่อหลายปีก่อน จนปัจจุบัน MAGURO มีสาขาถึง 18 สาขาแล้ว
ในกรุงเทพฯ ย่านที่ทางมากุโระ กรุ๊ปเล็งไว้มานานแต่ยังไม่มีจังหวะที่ลงตัวในทำเลนี้ซักที จนเมื่อไม่นานมานี้ทาง มากุโระ กรุ๊ปมาได้ทำเลที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรมผืนใหญ่ จึงตัดสินใจทำโครงการมินิ คอมมูนิตี้ มอลล์อย่าง The Flavorhood ที่รวมร้านอาหารในเครือ 3 ร้านไว้ด้วยกันขึ้นมา
เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบายของแนวคิดการทำ New Food Destination ว่า ตอนบริษัทเปิดช่วงแรกๆ ออฟฟิศอยู่แถวนี้ ทำให้คุ้นเคยกับคนแถวนี้ ย่านเอกมัย-รามอินทราเป็นที่ที่มีศักยภาพสูง มีศูนย์การค้า จำนวนครัวเรือนเยอะ แต่บริษัทไม่เคยได้พื้นที่แถวนี้ ทั้งริมถนนและศูนย์การค้าจนมาเจอทำเลนี้จึงตัดสินใจเช่าระยะยาว และเปิด 3 แบรนด์ในเครือพร้อมกัน
“The Flavorhood เป็น Food Destination หรือศูนย์รวมความอร่อยแห่งใหม่ในเนเบอร์ฮูด (โดยการนำ Flavor หรือรสชาติความอร่อยมาคอลแลบส์กับ Neighborhood หรือย่านชุมชน) The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม เป็นโครงการแรกของเรา ซึ่งมีจุดเด่นคือการนำ 3 ร้านอาหารในเครือมาไว้ในที่เดียวกัน คือร้าน MAGURO, ร้าน HITORI SHABU ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในวันนี้ และร้านอาหารแบรนด์ใหม่รูปแบบ All Day Dining ที่คาดว่าจะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายในปลายไตรมาสที่ 4 ของปีนี้”

The Flavorhood บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ของโครงการยังได้รับการตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอยู่ เช่น ทางเดินเข้าที่สะท้อนถึงการเข้าหมู่บ้านญี่ปุ่นรวมถึงสวนในโครง การที่มีทั้งรูปแบบ Japanese Garden และ Modern Tropical Garden
“เราอยากให้ The Flavorhood แต่เป็นมอลล์เล็กๆ ที่ตอบโจทย์เรื่องร้านอาหารที่เป็นร้านประจำ ใช้เวลาไม่นานในการกิน เข้าง่ายๆ หรือเป็น Food Destination ให้กับคนในโซนนี้ เป็นร้าน อาหารประจำของครอบครัวที่พาไปกิน เป็นร้านที่คนในย่านนี้ประทับใจ
นอกจากความอร่อยที่เราจะมอบให้ลูกค้าแล้ว เรายังอยากให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายร่มรื่น อบอุ่น และดื่มด่ำไปกับบรรยากาศโดยรอบของโครงการ นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจให้โครงการนี้เป็นการต่อยอดแนวทาง ESG โดยมีแผนการติดตั้งจุดชาร์จ EV Charger และ Solar Roof ภายในโครงการรวมถึงจุดรีไซเคิลขยะพลาสติก และการแยกขยะอย่างเป็นระบบอีกด้วย และบริษัทมีแผนที่จะพัฒนา Flavorhood แห่งที่ 2 ในย่านชุมชนต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงต่อไป”
ทั้งนี้ ปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือ รวมทั้งหมด 34 สาขาจาก 5 แบรนด์ คือ 1.) MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสไตล์ระดับพรีเมียม 18 สาขา 2.) SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม 6 สาขา 3.) HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกี้ยากี้ หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 10 สาขา 4.) HITORI SUKIYAKI ร้านสุกี้ยากี้คันไซแบบดั้งเดิม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Authentic Japanese Sukiyaki Course ในรูปแบบ Stand Alone ตั้งอยู่ที่เอกมัย 12 และ 5.) Tonkatsu AOKI ร้านสุดยอดทงคัตสึต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น ที่เตรียมเปิดภายในไตรมาส 4 ของปีนี้

และพิเศษสุด สำหรับโครงการ TheFlavorhood ทาง MAGURO ได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ คือ Guss Damn Good แบรนด์ไอศกรีมระดับพรีเมียมที่มีคอนเซ็ปต์ "Story to Flavor" ที่จะมาช่วยรังสรรค์ไอศกรีมพิเศษ รสมันหวานญี่ปุ่นครีมบรูเล่เพื่อเป็น Signature Dessert ให้เฉพาะที่ร้าน MAGURO เท่านั้น ซึ่งสาขา The Flavorhood นี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนและจนกว่าสินค้าจะหมดเท่านั้น โดยในสาขาอื่นๆ ได้แก่ สาขา Chic ราชพฤกษ์ , สาขา Health Land แจ้งวัฒนะ, สาขา SB พระราม 2, สาขา เอสพลานาด รัชดา, สาขา Central World, สาขา The Nine พระราม 9, สาขา Promenade, สาขา Nirvana, สาขา Marche ทองหล่อ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน และจนกว่าสินค้าจะหมดเช่นกัน
ระริน ธรรมวัฒนะ Co-founder บริษัท กัสส์ แดมน์ กู๊ด จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “GUSS DAMN GOOD เป็นแบรนด์ไอศกรีมระดับพรีเมียม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างสูงจากลูกค้าจำนวนมากมากว่า 9 ปี เรามีความยินดีมากที่ได้มาร่วมคอลแลบส์กับ MAGURO ในครั้งนี้ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าของทั้ง 2 บริษัท โดยเราได้สร้างสรรค์ไอศกรีมรสชาติพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อแบรนด์ MAGURO เพียงเจ้าเดียวเราหวังว่ารสชาติมันหวานญี่ปุ่นครีมบรูเล่ จะอร่อยถูกใจและเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าทุกท่าน ซึ่งเป็นจุด มุ่งหมายร่วมกันของเรา”
