ว่ากันว่า การแข่งขันในตลาดร้านอาหารของบ้านเราถือว่ารุนแรงแบบไม่มีพัก เพราะนอกจากจะต้องแข่งกันเองในเซกเมนต์เดียวกันแล้ว ยังต้องเข้าไปช่วงชิงพื้นที่กระเพาะของลูกค้าจากร้านอาหารประเภทอื่นๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ก็เพราะว่าความต้องการที่หลากหลายของคนไทย ทำให้ผู้เล่นในตลาดนี้ต้องใช้หลากหลายกลยุทธ์ เพื่อผลักดันตัวเองให้เป็นทางเลือกแรกๆ หากลูกค้าต้องการจะใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างที่น่าสนใจ สำหรับแบรนด์น้องใหม่ที่สามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถแจ้งเกิดในตลาดได้สำเร็จ ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ 2 แบรนด์ที่มาแรงอย่างสุกี้ ตี๋น้อย และลัคกี้ สุกี้ ที่สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในตลาดสุกี้ของบ้านเรา
โดยเฉพาะ “ลัคกี้ สุกี้” ที่ใช้เวลาแค่ 3 ปี ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันตลาดสุกี้ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 23,000-25,000 ล้านบาท มีการแข่งขันในตลาดกันอย่างดุเดือดทั้งแบบ อะลาคาร์ทและบุฟเฟต์ มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นหลายเจ้าในตลาดแต่ทำไมแบรนด์น้องใหม่อย่างลัคกี้ สุกี้ถึงสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาสั้นๆ และมีการแก้ Pain Point ของลูกค้าได้อย่างไรให้สามารถตอบสนองผู้บริโภคมากที่สุด เริ่มตั้งแต่

1.การเลือกทำเลที่ตั้ง โลเคชันในการรองรับลูกค้า ลัคกี้ สุกี้จะเลือกโลเคชันในโซนชานเมืองที่มีประชากรหนาแน่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และส่วนใหญ่จะเลือกเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ การเลือกแบบนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ทั้งตัวแบรนด์และพฤติกรรมของลูกค้า ด้วยพฤติกรรมคนเมืองจะไม่ค่อยชอบรอคิว การขยับมาเป็นชานเมืองทำให้สามารถแก้โจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ดึงดูดลูกค้าได้ทั้งโซนในเมืองและชานเมือง
ขณะที่ ด้วยเหตุผลของการที่ลัคกี้ สุกี้ ยังเป็นแบรนด์น้องใหม่การเลือกทำเลที่ตั้งร้านในที่ที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สามารถเพิ่มการรับรู้ให้แก่แบรนด์มากขึ้น เพิ่มฐานลูกค้าที่ไม่ได้เจาะจงตั้งใจมากินแต่แค่มาเดินช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าก็อาจจะผ่านตาและทำความรู้จักก่อนเข้ามาใช้บริการได้
2.ราคาที่สามารถจับต้องได้ ราคาต่อหัวของลัคกี้ สุกี้เริ่มต้นอยู่ที่ 219-299 บาท ทั้งตัวลัคกี้ สุกี้ และลัคกี้ บาร์บีคิว ยังคงอยู่ในราคาที่จับต้องได้ ตลาดบุฟเฟต์มีผู้เล่นที่หลากหลาย ราคาส่วนใหญ่ใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันในหลายเจ้า ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะจึงเน้นความคุ้มค่าของเม็ดเงิน การเลือกเข้าใช้บริการที่ไหนคุ้มค่ากับเงินในราคานี้ ลูกค้าจะเกิดความคาดหวังสูงต่อตัวแบรนด์แน่นอน นอกจากนี้แบรนด์ยังมีการทำระบบสมาชิกที่ให้เบเนฟิตต่างๆ ผ่านระบบสมาชิกอีกด้วย ทำให้สามารถเพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการของลูกค้าได้มากขึ้น
หากมองย้อนไปในอดีตที่ตลาดสุกี้ของบ้านเรานั้น การบริโภคอาหารประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้บริการในช่วง เวลาพิเศษที่เป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ อาทิ วันเกิดหรือวันรับปริญญา แม้ผู้นำตลาดอย่าง MK จะมีการทำให้การบริโภคสุกี้เป็นเรื่องที่ทำได้ทุกช่วงเวลา แต่ข้อจำกัดยังคงอยู่ที่เรื่องของราคาที่เข้าถึงได้ไม่ง่ายนักในกลุ่มลูกค้าระดับแมส
แต่เมื่อมีการทำให้อาหารประเภทสุกี้สามารถจับต้องได้ง่ายขึ้นผ่านกลยุทธ์การขายแบบบุฟเฟต์ที่มีราคาไม่สูงนัก ทำให้การบริโภคสุกี้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ประกอบกับการเลือกขยายเวลาการเปิดให้บริการที่ยาวนานขึ้นมากกว่าช่วงเวลาของการเปิด - ปิด ของช้อปปิ้งมอลล์ในห้างที่ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่ 22.00 น. ทำให้สามารถรองรับกลุ่มคนที่ทำงานในช่วงกลางคืนหรือเลิกงานดึกได้
ประกอบกับไลฟ์สไตล์การกินของคนรุ่นใหม่ ที่กินอาหารมากกว่า 3 มื้อในปัจจุบัน โดยเฉพาะมื้อดึก ก็ยิ่งเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้แบรนด์สุกี้น้องใหม่เหล่านี้ สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้เป็นอย่างดี
3.คุณภาพและการบริการ ลัคกี้ สุกี้ เริ่มต้นด้วยการลองผิดลองถูกเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในธุรกิจอาหารมาก่อน ทำให้หัวใจหลักจะเน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้พึงพอใจมากที่สุดและต้องคุ้มค่าเงินด้วย ที่ผ่านมาเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการระมัดระวังมากขึ้น จึงมีการตั้งคำถามอยู่เสมอว่าจ่ายแล้วคุ้มมั้ย การรักษาคุณภาพของอาหารและการบริการให้ดีที่สุดคือสิ่งที่แบรนด์เสนอความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคที่มาเข้าใช้บริการให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

รสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด พูดถึงเรื่องนี้ว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดสุกี้ในประเทศไทย ประกอบกับเศรษฐกิจที่ซบเซา ได้เห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จาก YOLO (YOU ONLY LIVE ONCE) ไปสู่ YONO (YOU ONLY NEED ONE) นั่นเป็นโอกาสทางธุรกิจ แม้จะอยู่ในสงครามแดงเดือด เพราะผู้บริโภคจะต้องการในสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ลัคกี้ และจากความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าลัคกี้มีวันนี้ได้ด้วยการตั้งต้นจากคำว่า "ลูกค้า" โดยในปี 2025 เรามีชาเลนจ์ที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้รักเราเหมือนเดิม ในขณะที่ฐานลูกค้าใหม่ก็ยังต้องเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
“ลัคกี้ สุกี้เติบโตแบบก้าวกระโดด ปิดปีมียอดขายแตะหลัก 1,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่มีให้เราอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เราจะใช้กลยุทธ์การตลาด ภายใต้ “THEMATIC Campaign" รักเธอไม่มีหมด" ในความหมายของแคมเปญจะแบ่งเป็น 2 มุมมอง คือการที่แบรนด์ลัคกี้มีความรัก ความเอาใจใส่ ภายใต้ 3 คำมั่นสัญญา ทั้งมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ในการรับประทานอาหารแบบไม่มีที่สิ้นสุด ตั้งใจ คัดสรรเมนูและวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพื่อเสิร์ฟถึงมือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการบริการต่างๆ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า พร้อมที่จะพัฒนาทุกมิติของการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มากกว่า โดยเราจะมุ่งเน้นทั้งการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และการ Engage ลูกค้าที่เป็นแฟนด้อมของลัคกี้ ที่มอบความรัก ความไว้ใจ มาใช้บริการกับเราและสนับสนุนเรามาโดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา”

ส่วนแผนรุกตลาดในปี 2025 นี้ ตั้งเป้าที่จะขยายสาขาภายใต้แบรนด์ลัคกี้ให้ได้มากที่สุด จากเดิมที่มีอยู่ 20 สาขาแบ่งเป็น ลัคกี้ สุกี้ 15 สาขา ลัคกี้ บาร์บีคิว 5 สาขา ได้แก่
1. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 2 อ่อนนุช พลาช่า คอมนิตี้มอลล์
2. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 โลตัสบางนา-ตราด บริเวณลานจอดรถในอาคาร
3. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 2 ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์ 49
4. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 โลตัสคลองหลวง
5. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 The ForRest พหลโยธิน-รังสิต
6. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 โลตัส บางกะปิ
7. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น G Paradise Park
8. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น B อิมพีเรียลเวิลด์สำโรง
9. ลัคกี้ สุกี้ ตึก B ชั้น 2 Charn แจ้งวัฒนะ
10. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 โลตัส บางใหญ่
11. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 อยุธยาซิตี้พาร์ค
12. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 2 เดอะพร้อม ดินแดง
13. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 เอ็มที คูคต ไลฟ์สไตล์มอลล์
14. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์
15. ลัคกี้ สุกี้ ชั้น 1 เดอะสเฟีย เพชรเกษม
ลัคกี้ บาร์บีคิว มีจำนวนทั้งหมด 5 สาขา
1. ลัคกี้ บาร์ปีคิว (Lucky BBQ) ชั้น G Paradise Park ศรีนครินทร์ ใกล้กับ Villa Market
2. ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ชั้น 1 โลตัส บางใหญ่
3. ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ชั้น 2 เอ็มที คูคต ไลฟ์สไตล์มอลล์
4. ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ชั้น 1 อยุธยา ซิตี้ พาร์ค
5. ลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ชั้น 1 ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์ 49
ล่าสุดได้มีการเปิดเพิ่มมาแล้ว 1 สาขา คือลัคกี้ บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ชั้น 2 แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ ตัวตลาดบุฟเฟต์บาร์บีคิวเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่น่าสนใจ เพราะด้วยราคานี้สามารถขยายตลาดหมูกระทะได้ ทั้งยังเปิดในห้างที่มีคนพลุกพล่าน มีความสะดวกเข้าถึงได้ง่ายตอบโจทย์ทุก Segment ความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากนี้ลัคกี้ สุกี้ยังมีแพลนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 16-20 สาขาซึ่งทุกๆ สาขาที่เปิดใหม่จะเป็นโลเคชัน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีศักยภาพและต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Real Target ได้อย่างทั่วถึง ลัคกี้ สุกี้ถือเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามองว่าหลังจากนี้จะมีแผนหรือการกำหนดทิศทางแบบไหนที่จะทำให้ผู้บริโภคสนใจและการรักษาฐานลูกค้าเก่ายังไงให้ไม่หายไป หรือการดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยกลยุทธ์ยังไงให้เพิ่มขึ้นอีก รวมถึงต้องตอบโจทย์ในแง่โอกาสทางธุรกิจและพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นให้ได้อีก 100% ภายในปี 2025
เป็นอีกการรุกตลาดที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว...