อิเกีย ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ของโลกเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554 ถ้านับอายุปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 14 แล้ว
แต่เชื่อหรือไม่ว่า 14 ปีของการทำธุรกิจในไทย อิเกียมีสาขาแค่ 4 สาขาเท่านั้น คือ
1. อิเกีย บางนา ขนาดพื้นที่ 44,000 ตารางเมตร
2. อิเกีย บางใหญ่ ขนาดพื้นที่ 50,278 ตารางเมตร
3. อิเกีย ภูเก็ตที่ ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร
4. อิเกีย สุขุมวิท ขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร

27 กุมภาพันธ์นี้ อิเกียจะมีสาขาที่ 5 ในไทย โดยครั้งนี้อิเกียขึ้นเหนือไปเปิดที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางบริษัทเรียกรูปแบบสาขานี้ว่า “IKEA Chiangmai Order Point” หรือจุดสั่งซื้อสินค้าอิเกีย เชียงใหม่ ซึ่งสาขานี้ก็มีความแปลกใหม่ที่น่าสนใจหลายเรื่อง คือ
- เป็นสาขาอยู่ในรูปแบบค้าปลีกแนวคิดใหม่ของซีพีอย่าง FCS (Future Convenient Store) ซึ่งประกอบ ด้วยร้านค้าปลีกหลายรูปแบบ ภายใต้ 3 แนวคิด คือ Eat : Makro, 7-Eleven, Live : IKEA, Play : Decathlon
- ระยะแรกจะเปิดให้บริการ 11 .00 - 20.00 น.
- ขนาดพื้นที่ 708 ตารางเมตร
- มีห้องโชว์ตัวอย่างเล็กๆ เหมือนสาขาใหญ่
- มีสินค้าให้เลือกซื้อกลับบ้านได้เลย (Cash & Carry) 300 SKU
- เน้นโซลูชันเรื่องการจัดเก็บของใช้ในบ้านมากเป็นพิเศษ
- มีบริการ Click & Collect เชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์
- เป็นสาขา Cashless Store ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของผู้บริโภค
- Swedish Bites มีส่วนพื้นที่ขายอาหารขนาดเล็ก เช่น แซนด์วิช, ไอศกรีม

ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทยและเวียดนาม อธิบายว่าบิสซิเนสโมเดลใหม่ของอิเกียนี้ เป็น Very Low Cost หรือรูปแบบสาขาที่เน้นความคุ้มค่าทางด้านการลงทุน เพราะใช้เงินลงทุนต่อสาขาเพียง 15 ล้านบาทเท่านั้น
“อิเกียอยากคงความเป็นค้าปลีกต้นทุนต่ำ ดังนั้น เราต้องเริ่มจากการลดต้นทุนด้วยตัวเราเองก่อน อิเกีย เชียงใหม่นี้เป็นสาขาที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ใช้เวลาพัฒนาน้อยที่สุด ลูกค้าไทยเลือกซื้อสินค้าละเอียด เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป คนอยากได้สินค้าราคาถูก คุณภาพดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเรา ที่ต้องพัฒนาร้านค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด
FCS เป็นแนวคิดของกลุ่มซีพี ที่อยากพัฒนารูปแบบค้าปลีกภายใต้แนวคิด Convenient ที่ตอบโจทย์ คือ Eat, Live, Pay จึงมีการจับมือกันของหลายแบรนด์เป็นคอนเซ็ปต์ค้าปลีกที่เน้นความสะดวกแนวใหม่ มีร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย”
ลีโอนี่ กล่าวและอธิบายเพิ่มเติมว่า ความคล่องตัวโมเดลธุรกิจใหม่ Order Point นี้ทำให้อิเกียสามารถเปิดสาขาใหม่ได้ในทุก 6 เดือน เพราะใช้เงินลงทุนไม่มาก ซึ่งในแผนธุรกิจใหม่จะทำให้อิเกียปลดล็อกเรื่องการขยายสาขา และสามารถกระจายสาขาไปได้ทั่วประเทศ ซึ่งเมืองที่อิเกียมองไว้ตอนนี้ คือ โคราช, ขอนแก่น, ระยอง, สุราษฎร์ธานี, หาดใหญ่

“แผน 3-5 ปี เป้าการขยายสาขาโมเดลนี้คงไปกับกลุ่มซีพี และ Decathlon แบบเป็นพาร์ตเนอร์ต่อไป เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน โดยจะเน้นขยายไปในเมืองที่อยู่นอกกรุงเทพมหานคร รูปแบบสาขานี้มีโอกาสทางธุรกิจสูงมากเพราะคล่องตัว ส่วนการขยายสาขาได้เร็วขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจว่าจะฟื้นตัวเร็วขนาดไหน และการตอบรับของผู้บริโภคในสาขาแรกว่าเป็นอย่างไร”
การปรับกลยุทธ์ครั้งล่าสุดนี้ อิเกียมี Format Store
1. สาขาขนาดใหญ่ หรือ Mega Store ที่มีแวร์เฮ้าส์ในสาขา ประกอบด้วย อิเกีย บางนา ขนาดพื้นที่ 44,000 ตารางเมตร และอิเกีย บางใหญ่ ขนาดพื้นที่ 50,278 ตารางเมตร
2. สาขาขนาดเล็ก ไม่มีมีแวร์เฮ้าส์ในสาขา คืออิเกีย ภูเก็ต ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร (เดิมเรียกรูปแบบสาขานี้ว่าเป็น Pick-up & Order Point)
3. สาขา City-Centre Store อิเกีย สุขุมวิท ขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร
4. สาขา Order Point จุดสั่งซื้อสินค้าอิเกีย เชียงใหม่ ขนาดพื้นที่ 708 ตารางเมตร จุดสั่งซื้อสินค้าอิเกีย เชียงใหม่ เน้นโซลูชันการจัดเก็บของในบ้าน
“การขยายสาขาตามรูปแบบของอิเกียยังคงเน้นทั้ง 2 แบบ ยังอยากมีสโตร์ใหญ่ๆ และเน้นสาขาย่อย แต่ทำเลไหนที่ขายดีก็อาจจะมีโอกาสที่จะขยายเปิดสาขาใหญ่เพิ่มเติม ที่ต้องพัฒนาต่อไป คือขายออนไลน์ เพราะว่าเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคและเพื่อมารองรับการขยายสาขารูปแบบ Order Point”
เส้นทางการขยายสาขาใหม่ของอิเกียนี้เรียกว่าเป็น Beauty of Small : น้อยนิดมหาศาลจริงๆ
