เมื่อพูดชื่อ Louis Vuitton เรามักจะนึกถึงกระเป๋า โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กระเป๋าของหลุยส์ วิตตอง คอลแล็บกับ Takashi Murakami หรือที่เรามักเรียกว่า ‘หลุยส์ วิตตอง มัลติ คัลเลอร์’ กับลวดลายโมโนแกรมหลากสี กลับมาฮิตอีกครั้งจากคอลเลกชั่นพิเศษที่เพิ่งจะวางขายไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะสงสัยและรอคอยว่าทำไม หลุยส์ วิตตอง ถึงไม่มีไลน์เครื่องสำอางอย่างแบรนด์หรูแบรนด์อื่นสักที เพราะไม่ว่าจะเป็น Chanel หรือ Dior ที่อยู่เทียร์เดียวกันต่างก็มีไลน์เครื่องสำอางออกมาทั้งนั้น
ทั้งๆ ที่หลุยส์ วิตตอง ไม่ได้ไม่เคยมองตลาดด้านบิวตี้มาก่อน เพราะเขาก็มีกระเป๋าใส่เครื่องสำอางโดยเฉพาะและขายดิบขายดีอย่าง Vasity Bag ที่มาพร้อมกระจกด้านใน ไม่เพียงแค่นั้นหลุยส์ วิตตอง ยังขึ้นชื่อในเรื่องน้ำหอมอยู่แล้วอีกด้วย ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีคอลเลกชั่นใหม่ๆ ออกมาให้ใช้โดยตลอดเป็นสิบๆ กลิ่นเลยทีเดียว หลายคนเลยสงสัยกันมานาน ว่าทำไม หลุยส์ วิตตอง ถึงไม่ทำเครื่องสำอางออกขายจริงๆ จังๆ เสียที
แต่ไม่ต้องสงสัยอีกแล้ว เพราะตอนนี้ หลุยส์ วิตตอง ตัดสินใจทำคอลเลกชั่นเครื่องสำอางออกมาขายเป็นที่เรียบร้อย โดยคอลเลกชั่นเครื่องสำอางคอลเลกชั่นแรกของหลุยส์ วิตตอง มีชื่อว่า ลา โบเต้ (La Beauté) โดยมีเมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังอย่าง แพท แมคกราธ (Pat McGrath) มาเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์
แพท แมคกราธ ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือเมคอัพอาร์ติสต์ ผู้อยู่เบื้องหลังความปังของแฟชั่นโชว์หลากหลายโชว์มาเป็นยี่สิบปี ล่าสุดก็คือการแต่งหน้าแบบ Glass Skin หรือหน้าเงาเป็นกระจก ในโชว์ของ Maison Margiela Couture ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก ทำให้ชาว TikTok ลุกขึ้นมาทำชาเลนจ์แต่งตามกันเป็นแถวๆ
แพท แมคกราธ ขึ้นชื่อในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคที่แปลกใหม่น่าสนใจ และความโดดเด่นในการแต่งหน้า เธอทำงานร่วมกับหลุยส์ วิตตอง มาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี ในส่วนของการทำโชว์ก็เริ่มแต่งหน้าให้กับโชว์ของหลุยส์ วิตตอง ตั้งแต่ปี 2016 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และเธอเองก็มีไลน์เครื่องสำอางแบรนด์ของตัวเองอีกด้วย จึงไม่เป็นที่เกินความคาดหมายเมื่อหลุยส์ วิตตอง เลือกเธอมาทำหน้าที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ในครั้งนี้
แพท แมคกราธ ยังสปอยล์ให้ฟังอีกว่า คอลเลกชั่นเครื่องสำอางของหลุยส์ วิตตอง เป็นแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างมรดกและตำนานของแบรนด์แฟชั่นเข้ากับนวัตกรรมที่ดีที่สุดที่ห้องแล็บของฝรั่งเศสจะสามารถทำได้ โดยจะใช้จุดเด่นของหลุยส์ วิตตอง ในการนำเสนอทั้ง เครื่องหนัง สีสันที่โดดเด่น เนื้อสัมผัสอันหรูหรา ซึ่งสูตรต่างๆ ใช้เวลาค้นคว้าและพัฒนานานถึงสี่ปี โดยเน้นที่ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานในขณะที่ยังคงรักษาระดับความหรูหราสูงสุดไว้ได้
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะมีผลิตภัณฑ์อะไรออกมาบ้าง สีอะไร หน้าตาแบบไหน แต่จากข้อมูลของ WWD บอกว่าในไลน์แรกจะมีลิปสติก 55 เฉดสี ลิปบาล์ม 10 แบบ และอายพาเล็ตต์ 8 แบบ โดยทั้งหมดจะเริ่มวางขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบันมูลค่าตลาดเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์อยู่ที่ 75.82 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 105.79 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 7.9% ภายในปี 2029 โดยมีผู้เล่นสำคัญก็คือ Chanel, Dior, YSL, Armani รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ในเครือ LOréal, Estée Lauder และ Lancôme อีกด้วย และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหลุยส์ วิตตอง ถึงเตรียมลงมาสู้ในตลาดเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์ในครั้งนี้ เพราะการจะซื้อลิปสติกหลุยส์ วิตตอง สักแท่งนั้นอาจจะตัดสินใจง่ายกว่าและสบายเงินในประเป๋ามากกว่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ วิตตองสักใบ
อ้างอิงhttps://www.harpersbazaar.com/beauty/makeup/a64046775/louis-vuitton-makeup-announcement-details/https://www.thecut.com/article/louis-vuitton-makeup-launch-with-pat-mcgrath.htmlhttps://www.htfmarketintelligence.com/sample-report/global-high-end-cosmetic-market