เคยสงสัยกันไหมว่า ตลอดอายุของแบรนด์ยาวนาน 170 ปีของ Louis Vuitton ทำไมทุกครั้งที่ออกคอลเลชั่นใหม่มักพูดถึง “การเดินทาง” อยู่เสมอ
การหาคำตอบนี้จำเป็นต้องย้อนเวลากลับไปยังชีวิตในวัยหนุ่มของ มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง มัลติเยร์ ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Louis Vuitton เพราะเขาทำงานเป็นลูกจ้างของโรงงานทำหีบและบรรจุภัณฑ์ชั้นสูงในปารีสมาก่อน ประสบการณ์ทำงาน 10 กว่าปีทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจนเป็นผู้ผลิตกระเป๋าเดินทางถวายจักรพรรดินีเออเฌนี เดอ มอนติโฆ พระมเหสีในจักรพรรดินโปเลียนที่ 3
อิทธิพลของวิวัฒนาการของเครื่องจักรสมัยใหม่ ทำให้กลุ่มคนที่มีฐานะในยุโรปเริ่มสัญจรเดินทางระหว่างเมืองอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะทางรถยนต์ ทางรถไฟ หรือทางเรือสำราญ มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง มัลติเยร์ สบช่องเห็นโอกาสในการทำธุรกิจของตนเอง จึงเริ่มต้นคิดค้น Louis Vitton Trunk หีบไม้เก็บของสำหรับการเดินทางด้วย 'ทรังก์รูปทรงเหลี่ยมตัด' Flat Top Trunk เปิดตัวครั้งแรกในปี 1854
Flat Top Trunk เข้ามาปฏิวัติวงการการเดินทาง เพราะไม่เพียงแต่มีฝาปิดด้านบนแบนเรียบสามารถซ้อนกันได้ง่าย ต่างจากทรงโค้งแบบเดิม แต่ยังกันฝนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเขายังสร้างกุญแจล็อคป้องกันการงัดแงะสำหรับกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าเดินทางแบบ Trunk ของเขาเป็นรายแรกของโลก ตอบโจทย์รูปแบบการเดินทางของคนในยุคนั้น
จนกระทั่งโลกเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ขณะนั้นการเดินทางด้วยเครื่องบินเริ่มเกิดขึ้น เขาไม่รอช้าที่จะออกกระเป๋าเดินทางแบบใหม่ เช่น กระเป๋ารุ่น Alma กระเป๋ารุ่นขนมจีบ Noè ที่สามารถใส่ขวดไวน์แชมเปญได้ หรือกระเป๋ารุ่น Keepall (รุ่นนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า "Tient-Tout" ซึ่งแปลว่า "ใส่ทุกอย่าง") เป็นกระเป๋าเดินทางน้ำหนักเบาชิ้นแรกๆ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของกระเป๋าเดินทางยุคใหม่ในขณะนั้น
การเดินทางยังนำมาสร้างแรงบันดาลใจในการดีไซน์ และใช้สัญลักษณ์การเดินทาง เช่น Monogram ได้แรงบันดาลใจจาก “แสตมป์การเดินทาง” ในขณะชื่อรุ่นกระเป๋า Streamer และ Horizon ก็มาจากภาษาของการเดินทาง
“การเดินทาง” จึงเท่ากับจุดเริ่มต้นหรือรากกำเนิดของแบรนด์ ต่างจากแฟชั่นแบรนด์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนรันเวย์ ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาตีความให้เป็นสัญลักษณ์ “ภาพฝันของชีวิต” ที่เต็มไปด้วยการค้นพบ อิสระ และความสง่างามของนักเดินทางที่มีรสนิยม
ดังนั้นทุกครั้งที่ออกคอลเลคชั่นใหม่จึงเหมือน “การออกเดินทางอีกครั้ง” ของแบรนด์ จะเห็นได้ว่าทุกโชว์ของครีเอทีฟไดเรคเตอร์มีมักธีม Time travel หรือ Voyage เพื่อสะท้อนความไม่หยุดนิ่งของ Louis Vitton และทุกโชว์มักตั้งอยู่ในสถานที่ที่สื่อถึง Journey เช่น รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน ดวงดาว หรือแม้กระทั่ง Self-discovery ซึ่งเป็นการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งแต่เป็นการสำรวจทางจิตใจภายในตัวตนของเรา
ทุกอย่างล้วนเป็นจิตวิญญาณแห่งการเดินทางได้เสมอ และกลยุทธ์เล่าเรื่องแบรนด์หรูของ Louis Vitton ยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่นำมาเล่าได้ไม่รู้จบ (Never ending story) เกิดความต่อเนื่องทางอารมณ์ เพราะสามารถ Interpret ได้ตลอดเวลา ทั้งในมิติของเวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต การท่องโลกแห่งความเป็นจริง จนไปถึงโลกเสมือน