MAGURO หรือ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครีเอทแคมเปญเมนูใหม่สุดอินเทรนด์ เจาะอินไซส์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ รองรับไลฟ์สไตล์สายซูชิเลิฟเวอร์ ภายใต้แคมเปญ MAGURO EDO BRANCH นำด้วย เมนูซูชิอูนิสด วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ที่ราคาสุดเร้าใจคำละ 180 บาท รวมถึง EDOMAKASE อีก 9 เมนู ที่มาพร้อมกับ เซตซูชิ หลากหลายรูปแบบ ในขนาดและรูปแบบดั้งเดิมยุคเอโดะ
คุณจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เล่าถึงแนวคิดที่มาของแคมเปญเมนูใหม่สุดอินเทรนด์นี้ว่า “MAGURO ได้ใช้กลยุทธ์การขยายธุรกิจจากการเปิดสาขาเพิ่ม และการสร้างรายได้ในสาขาเดิมให้เติบโตเพิ่มขึ้น หรือ Same Store Sales Growth (SSSG) โดยเพิ่มทั้งรายได้ และกำไร (Margin) จากร้านเดิม กระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาทานอาหารอีกครั้งได้บ่อยๆ จึงเป็นความท้าทายที่ต้องพยายามครีเอทไอเดียการตลาดที่สดใหม่ สร้างสรรค์ ทันต่อกระแสความสนใจ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้กลับมาทานซ้ำโดยไม่รู้สึกเบื่อ รวมถึงเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าเซกเม้นท์ใหม่ๆ และขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ อายุเฉลี่ย 21-30 ปี กลุ่มนักศึกษาและเฟิร์สจ๊อปเปอร์ ผู้ชื่นชอบอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่มีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชอบความอินเทรนด์นำสมัย รวมถึงปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยมีไลฟ์สไตล์แบบผู้บริโภคนักชิมฟู้ดเลิฟเวอร์ ชื่นชอบในการเปิดประสบการณ์มื้ออาหารใหม่ๆ ต้องได้เป็นคนทดลอง ต้องไม่พลาด
ด้าน คุณธีรภพ กรานเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เผยถึงความพิเศษของแคมเปญเมนูใหม่ว่า “MAGURO EDO BRANCH” เป็นการย้อนยุคกลับไปลิ้มลองเมนูซูชิแบบฉบับของเอโดะ ที่มากุโระยังไม่เคยออกมาก่อน เรายังคัดสรรวัตถุดิบระดับคุณภาพพรีเมียม อย่างพิถีพิถัน และสะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์มากุโระเช่นเดิม
จากที่ก่อนหน้านี้มากุโระจะเน้นไปที่ ซูชิขนาด “GIVEMORE SIZE” ชิ้นใหญ่ หั่นหนา เต็มปากเต็มคำ มาโดยตลอด เมนู EDOMAKASE จะมาเพื่อจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการความหลากหลาย ไม่จำเจ ในราคาที่เป็นมิตร เมนู Edomakase ปรับขนาดของซูชิให้พอดีคำมากขึ้น ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกลองได้หลายๆอย่าง ไม่อิ่มกับเมนูใดเมนูหนึ่งจนเกินไป ส่วนเมนูแบบฉบับ GIVE MORE ของมากุโระก็ยังมีไว้เหมือนเดิม
MAGURO EDO BRANCH เปิดตัวเมนูใหม่ Fresh Uni Sushi ซูชิไข่หอยเม่นสด และ EDOMAKASE SUSHI 9 เมนู คุณภาพพรีเมียม ในสไตล์ดั้งเดิมยุคเอโดะ ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากการผสานศาสตร์แห่ง Edo-mae Sushi แบบต้นตำรับ และการเสิร์ฟแบบ Omakase ที่ในบางคำจะเป็นปลาฤดูกาลที่เชฟของเราเลือกให้ และรวมไปถึงวัตถุดิบที่นำเข้าตามฤดูกาลจากทั้งน่านน้ำญี่ปุ่นแท้ และอีกหลาหลายน่านน้ำทั่วโลก เสิร์ฟควบคู่กับข้าวคุณภาพสูงจากเมือง Akita พร้อมเสิร์ฟใน portion ขนาดพอดีคำ ให้ลูกค้าได้ลองเมนูหลากหลายมากขึ้น—และที่สำคัญ ราคาเข้าถึงได้!

EDOMAKASE SUSHI เมนูที่ชวนเปิดประสบการณ์ Omakase ที่ดื่มด่ำกับรสสัมผัสของซูชิ ตามตำรับสไตล์ Edo-mae ที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ ปลาดิบจากหลากหลายน่านน้ำ มีหลากหลายคอร์สเสิร์ฟให้เลือกสรร ตามความชอบจะเสิร์ฟเป็นคำ หรือเซต ให้ได้ลิ้มลอง เช่น
- Edomakase Aburi Sushi 3 pcs. 190.-
- Edomakase Sushi 6 pcs. ราคา 250.-
- Edomakase Sushi 16 pcs. ราคา 990.-
โดยอีกหนึ่งเมนูใหม่ Fresh Uni Sushi ของ MAGURO อูนิหรือไข่หอยเม่น นับว่าเป็น 1 ในสุดยอดวัตถุดิบของอาหารญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟแบบสดๆ มีรสชาติหวานตามธรรมชาติ โดยคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลระหว่าง 2 สายพันธุ์ Murasaki เนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก และ Bafun เนื้อสัมผัสแน่น มีความมันเข้มข้น

โดยทั้ง Fresh Uni Sushi ซูชิไข่หอยเม่นสด และ EDOMAKASE SUSHI ใช้ข้าวญี่ปุ่นจากเมือง Akita ปรุงรสด้วย Akashari ผสมน้ำส้มสายชูสีแดงอ่อน มีรสเปรี้ยวอ่อน กลมกล่อม ชูรสชาติของวัตถุดิบหลักชั้นเลิศให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตามตำรับซูชิแบบดั้งเดิมที่นิยมของญี่ปุ่น พิเศษในราคาเริ่มต้น 180 บาท
สำหรับการเปิดตัวแคมเปญในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะมีการเปิดตัวเมนูใหม่เท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกอีกด้วย เพียงแต่งกายในสไตล์ Edo และมาใช้บริการที่ร้าน MAGURO รับสิทธิ์พิเศษทันที! เมนู Edomakase จำนวน 1 เซต ฟรี! กิจกรรมจะมีในช่วงกลางเดือนเมษายน สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม รวมถึงกติกาการร่วมสนุก ได้ที่ช่องทาง Social Media ของ MAGURO
นอกจากแคมเปญของ แบรนด์แม่ทัพอย่างมากุโระแล้ว แบรนด์อื่นๆในเครือไม่ว่าจะเป็น HITORI SHABU หรือ SSAMTHING TOGETHER ก็ขนเมนูใหม่มาให้ลูกค้าได้มาลองกันแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Deep Sea Lover จากแบรนด์ HITORI SHABU เอาใจคนรักซีฟู้ดด้วย คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมขั้นสุดระดับมหาสมุทรน้ำลึก พิถีพิถันเลือกเฟ้นให้เข้ากับเมนูชาบู อย่าง Omi Crown Lobster เซตละ 590 บาท หรือเซตเมนูรวมซีฟู้ด Kaisen Zeitaku Mori 1,190 บาท และ SSAMTHING TOGETHER ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูจานเดี่ยวพร้อมทานแบบย่างมาให้เลย กับ “แพคความเกามาเต็มเซ็ต” อาหารเซตพร้อมทาน ที่มาพร้อมหลากหลายเซตสไตล์ ในคอนเซ็ปต์ที่อร่อยแบบปิ้งย่างแต่ไม่ต้องกลัวกลิ่นควันย่างอาหารติดผม ติดเสื้อผ้า แก้ pain-point ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง คนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่อยากทานอาหารเกาหลีปิ้งย่าง แต่ก็กลัวกลิ่นควัน เพราะมีหลากหลายกิจกรรมในแต่ละวันที่ต้องไปทำต่อ เมนูแนะนำคือ ซัมกยอบซัลจังเซต หมูสามชั้นที่ย่างให้เสิร์ฟพร้อมเซตข้าวและเครื่องเคียง ราคา 319 บาท หรือจะไก่กรอบจัง เมนูฮิตทานง่ายเซตละ 259 บาท


ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะแบรนด์ร้านอาหารที่เปิดร้านในกลุ่มห้างศูนย์การค้าซึ่งมี การแข่งขันกันอย่างสูง มีทั้งหลากหลายคู่แข่งแบรนด์ดังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ MAGURO หรือ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหารแบรนด์ดังกลุ่มพรีเมียมแมสในเครือรวมกว่า 39 ร้านจาก 5 แบรนด์ ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกมูฟเม้นท์ของการขยายธุรกิจ ด้วยการไม่หยุดพัฒนา และการตลาดที่มีความสร้างสรรค์ โดยผลงานในปีล่าสุด 2567 ทั้งรายได้รวม 1,378.2 ล้านบาท และสร้างกำไรสุทธิให้เติบโตกว่า 33.3% มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท รวมถึงการเปิดแบรนด์ร้านอาหาร ใหม่ TONKATSU AOKI ร้านหมูทอดแบรนด์ยอดนิยมจาก ญี่ปุ่น สาขาแรก ณ เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 3 และ CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก ที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ยังไม่นับรวมกับการขยายสาขาแบรนด์ ร้านอาหารแบรนด์เรือธง อย่าง MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม ที่ขยายสาขาต่อเนื่อง
“จุดแข็งของ MAGURO คือการที่ไม่เคยหยุดพัฒนาและเรียนรู้จากความสำเร็จของตัวเองที่ผ่านมาในแต่ละปี โดยมีการกำหนดแผนการเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแบบมีกลยุทธ์และระมัดระวัง รวมถึงการมองหา ประเภทของร้านอาหาร และแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มในพอร์ต โดยดูที่เทรนด์ของทั้งตลาดและผู้บริโภค” คุณธีรภพ สรุปปิดท้าย