ป๊อปอัพ สโตร์ (Pop Up Store) กลายเป็นหนึ่งในแนวทางการทำแบรนด์ที่ถูกนำมาใช้ และมีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดยมุ่งหวังไปที่การดึงผู้บริโภคให้เข้ามาหากิจกรรมที่ทำ เพื่อสร้างกระแสให้เกิด Word of Mouth และแชร์ออกไปในโลก ออนไลน์ ซึ่งจะมีพลังในการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา
กลยุทธ์นี้ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการสื่อสารแบรนด์ยุคใหม่ที่ถูกนำมาใช้และมีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดยมุ่งหวังไปที่การดึงผู้บริโภคให้เข้ามาหากิจกรรมที่ทำ เพื่อสร้างกระแสให้เกิด Word of Mouth และแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ ซึ่งจะมีพลังในการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการทำให้กลยุทธ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาบรรจบกันที่ตัวป๊อปอัพ สโตร์ที่สร้างขึ้น เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับสิ่งที่แต่ละแบรนด์มอบให้ ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นการครีเอตหรือสร้างสรรค์การทำ Brand Activation ที่มีอิมแพ็คค่อนข้างมาก เพราะหากทำออกมาดีจะทำให้เกิดการแชร์กันในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ยังช่วยในเรื่องของแบรนด์ โดยเฉพาะในมุมของการสร้าง Brand Experience และการสร้าง Brand Engagement ที่จะถูกมองว่าแบรนด์ที่ทำเรื่องนี้เป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับลูกค้าตลอดเวลา

ทำไม ป๊อปอัพ สโตร์ ถึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คำตอบก็คือ
1. ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขา
2. แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา ก็เปลี่ยนเป็นการเข้าไปหาพวกเขาถึงย่านที่เป็นศูนย์รวมของพวกเขา พร้อมกับ นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แปลกใหม่ สอดแทรกกับการถอดแบบมาจากตัวสโตร์หลัก
3. เป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ในการสร้างแบรนด์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะกับการเข้ามาเป็นตัวช่วยสร้าง Brand Experience ที่มีอิมแพ็คในยุคนี้
4. เป็นตัวช่วยในการสร้าง Sense of Urgency หรือความรู้สึกเร่งด่วนให้เกิดกับลูกค้า ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่การ สร้างแบรนด์ แต่ยังช่วยสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
5. เป็นเทคนิคที่ใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ให้กับร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความ ฮือฮาแล้ว ยังจะช่วยทดสอบการตอบรับของตลาดด้วยว่าสินค้าใหม่ที่วางตลาดไปนั้น ลูกค้าให้ความสนใจหรือไม่
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกใช้กลยุทธ์ป๊อปอัพ สโตร์ เพื่อช่วยสร้างสีสันให้กับแบรนด์ก็คือการลุกชึ้นมา เปิดป๊อปอัพ สโตร์ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งก็คือ การเปิดตัว เรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อป – จุดป๊อป เติมเฟรช ครั้งแรกในประเทศไทย โดยเรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อป ที่เปิดขึ้นนี้ เป็นม็อกเทลบาร์ที่เป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการเอเนอร์จี้ ซึ่งจะมีการครีเอทเมนูพิเศษจากเรดบูล โซดาที่เป็นเมนูม็อกเทลในรูปแบบต่างๆ

ทำไม ป๊อปอัพ สโตร์ ถึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คำตอบก็คือ
1. ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขา
2. แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา ก็เปลี่ยนเป็นการเข้าไปหาพวกเขาถึงย่านที่เป็นศูนย์รวมของพวกเขา พร้อมกับ นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แปลกใหม่ สอดแทรกกับการถอดแบบมาจากตัวสโตร์หลัก
3. เป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ในการสร้างแบรนด์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะกับการเข้ามาเป็นตัวช่วยสร้าง Brand Experience ที่มีอิมแพ็คในยุคนี้
4. เป็นตัวช่วยในการสร้าง Sense of Urgency หรือความรู้สึกเร่งด่วนให้เกิดกับลูกค้า ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่การ สร้างแบรนด์ แต่ยังช่วยสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
5. เป็นเทคนิคที่ใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ให้กับร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความ ฮือฮาแล้ว ยังจะช่วยทดสอบการตอบรับของตลาดด้วยว่าสินค้าใหม่ที่วางตลาดไปนั้น ลูกค้าให้ความสนใจหรือไม่
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกใช้กลยุทธ์ป๊อปอัพ สโตร์ เพื่อช่วยสร้างสีสันให้กับแบรนด์ก็คือการลุกชึ้นมา เปิดป๊อปอัพ สโตร์ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งก็คือ การเปิดตัว เรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อป – จุดป๊อป เติมเฟรช ครั้งแรกในประเทศไทย โดยเรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อป ที่เปิดขึ้นนี้ เป็นม็อกเทลบาร์ที่เป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการเอเนอร์จี้ ซึ่งจะมีการครีเอทเมนูพิเศษจากเรดบูล โซดาที่เป็นเมนูม็อกเทลในรูปแบบต่างๆ

เพื่อให้ทุกแก้วเต็มไปด้วยมิติของรสชาติและเอเนอร์จี้ พร้อมปลุกพลังความสดชื่นในตัวคุณให้ไปต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด อย่าง Red Bull Blackcurrant Shortbread เติมเอเนอร์จี้ด้วยส่วนผสมตระกูลเบอร์รี่ เข้ากับเรดบูล โซดา รส “บลูเบอร์รี แบล็กเคอร์แรนต์” ให้ความสดชื่นแบบสุดๆ หรือ Red Bull Pomelo Blast เพิ่มความหวานเปรี้ยวซ่าแบบลงตัวของผลไม้ เข้ากับเรดบูล รส “เกรปฟุตและสับปะรด” ให้ช่วงบ่ายที่ต้องการความสดชื่นแถมเติมพลังงานแบบลงตัว และ Red Bull Winery with Espresso Shot จากเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียที่ให้ความสดชื่นของผลไม้ ผสมกับ เรดบูล รส “แอปเปิ้ลเขียวกับองุ่นไชน์มัสแกต” กลิ่นหอมๆ จากแอปเปิ้ล ผสมกับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ขององุ่นเขียวไชน์มัสแกตให้รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว
การตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องการลิ้มลองสิ่งใหม่ๆ ด้วยการเดินทางด้านรสสัมผัสผ่านเรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อป ม็อกเทลบาร์จุดเติมเอเนอร์จี้ เติมพลังเฟรชได้ทุกเวลา และยังมีเมนูชา กาแฟ น้ำผลไม้รวมถึงครอฟเฟิลทานคู่กับไอศกรีมผลไม้ที่ช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวัน ผลัดเปลี่ยนตามฤดูกาลพร้อมให้นักชิมได้มาลิ้มลองประสบการณ์แบบใหม่ไม่เหมือนใคร
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเสริมโมเมนต์ใหม่ๆ เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาเอนเกจกับแบรนด์ผ่านสินค้าลิขสิทธิ์ของเรดบูล สุดพิเศษ ที่สะท้อนตัวตนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ความสร้างสรรค์ และความสนุกในทุกวัน และสินค้าลิมิเต็ด ที่วางขายเพียงแค่เรดบูล เอเนอร์จี้ ป๊อปเท่านั้น
ทั้งหมดนั้นเป็นการทำให้แบรนด์ยังคงอยู่ในกระแส รวมถึงการมองข้ามไปสู่การสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่จะทำให้แบรนด์ถูกนึกถึงเป็นรายแรกๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และนั่นน่าจะตอบคำถามได้ดีว่า ทำไมถึงมาลงตัวที่กลยุทธ์ “ป๊อปอัพ สโตร์”