ความน่าสนใจของการรุกตลาดค้าปลีกสุขภาพและความงามของ “วัตสัน” นั้น ไม่ได้อยู่แค่การเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ที่ในปีนี้มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 55 สาขา มากกว่าการขยายสาขาเฉลี่ยของทุกปีที่มีประมาณ 50 สาขา จากตัวเลขจำนวนสาขารวมกว่า 750 สาขา ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทยเท่านั้น
แต่ไฮไลต์ของการรุกตลาดในปีนี้ ยังอยู่ที่การเติมเต็มจุดแข็งในเรื่องของการเป็นร้านค้าปลีกเพื่อ “สุขภาพ” ให้กลาย เป็นอีกภาพจำของลูกค้า หลังจากที่ภาพของแบรนด์วัตสัน เป็นที่ยอมรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในเรื่องของผู้เชี่ยวชาญในการนำเสนอสินค้าเพื่อความงามจากการทำตลาดมาอย่างยาวนานในบ้านเรา
นวลพรรณ ชัยนาม กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย บอกกับเราว่า ปีนี้ วัตสัน ประเทศไทยมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพและความงาม ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพภายในและความงามภายนอก ซึ่งเราไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลด้วยประสบการณ์ที่เหนือกว่า แต่ยังสร้างคุณค่าที่ดีที่สุดให้ลูกค้าและสังคมในระยะยาว
เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งของการหันมาเน้นในเรื่องของการทำตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้นของวัตสันนั้น นวลพรรณ บอกว่า เป็นการมองเห็นเทรนด์ของตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ จากการปรับเปลี่ยนทั้งในเรื่องของไลฟ์สไตล์ของคนไทยเองที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น และการปรับโครงสร้างของประชากรที่เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้กลาย เป็นโอกาสในการเติบโตที่น่าสนใจ
ขณะที่วัตสันเอง ภาพของความเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความงาม ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง และมีความชัดเจนในสายตาของลูกค้าอยู่แล้ว และเมื่อคนไทยมีการมองว่า ความงามที่ดีจะต้องมาจากสุขภาพที่ดีด้วย จึงน่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ วัตสันมีการเติมเต็มการรุกตลาดในเรื่องของสุขภาพมากขึ้นในปีนี้
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยปี 2025 ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 4.4 ล้านล้านบาทจะชะลอตัวลง และคาดว่าน่าจะเติบโตเฉลี่ย 3.4% ลดลงจากปี 2022-2023 ที่มีอัตราการเติบโต 5.9% แต่ตลาดค้าปลีกสุขภาพและความงาม ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยมีการให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและความงาม ซึ่งเทรนด์ในเรื่องของสุขภาพยังคงมาแรง ทำให้วัตสันที่ถือเป็นผู้นำในตลาดนี้ต้องหันมาโดดเกาะเทรนด์ในเรื่องนี้ จนกลายเป็นที่มาของการปรับเกมรุกในการทำตลาดปีนี้

โดยการรุกตลาดจะทำภายใต้ 6 กลยุทธ์หลัก ไล่เลียงตั้งแต่
1.การเสริมสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนสุขภาพดีสู่ทุกชุมชน : ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพและความงาม โดยยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง มีแผนเปิดสาขาใหม่ 55 แห่งภายในปี 2568 และพัฒนาหน้าร้านเดิมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ด้วยสาขามากกว่า 750 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและความงามที่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบายที่สุดสำหรับลูกค้าทุกคน
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการรีโนเวทสาขาเดิมอีก 80 สาขาในปีนี้ โดยนวลพรรณ บอกว่า สาขาส่วนใหญ่ของวัตสัน 80% อยู่ในศูนย์การค้า ที่ผ่านมาเราขยายเข้าไปในโลเคชันเกรด A หมดแล้ว ส่วนโลเคชันรองลงมา ไม่สามารถเปิดสาขา Scale ใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเปิด ต้องไปใน Scale สาขาเล็กลง และเมื่อสาขาขนาดเล็กลงก็ต้องขยายจำนวนสาขาให้มากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม ปีนี้จึงมีการลงทุนขยายสาขาเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนสาขาที่ขยายสาขาเฉลี่ยในแต่ละปี
ที่น่าสนใจก็คือวัตสันจะเลือกวางฟอร์แมตของการขยายสาขาด้วยการเซกเมนต์ตามลูกค้าในแต่ละโลเคชัน เพื่อทำให้สามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยอาศัยดาต้าจากฐานสมาชิกเป็นตัวช่วยในการขยายสาขา
2.Health Accelerate ปฏิวัติการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง โดยจะมีการยกระดับมาตรฐานบริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เสริมทัพด้วยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 คนทั่วประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึก รองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอย่างตรงจุด ส่งเสริมการจ้างงานเภสัชกรอายุ 60 ปี สนับสนุนการดูแลตัวเองผ่านตัวเลือกสินค้าด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นกว่า 350 รายการ
แน่นอนว่า เรื่องของเภสัชกรยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ทำให้วัตสันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของทีมเภสัชกรอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Health Care Intelligence Training (HIT) Programme ซึ่งจัดขึ้น 4 ครั้งต่อปี โดยมีเป้าหมายให้เภสัชกรสามารถให้คำแนะนำด้านสุขภาพและความงามได้อย่างเชี่ยวชาญ ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง พร้อมร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าทั่วประเทศ
3.Smart Wellness ที่จะมีการเติมเต็มสินค้า Own Brand ที่เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพเข้ามาทำตลาดมากขึ้น เพื่อทำให้ลูกค้า สามารถเข้าถึงสินค้าเพื่อสุขภาพที่ดี ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ผ่านการพัฒนาไลน์สินค้า "ตราวัตสัน" ภายใต้แนวคิด Smart Wellness เสริมทางเลือกเพื่อสุขภาพและความงามอย่างครบวงจร

โดยปีนี้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เดย์ไวต้า (Dayvita) วิตามินที่คิดมาเพื่อการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากวัย Dayvita 30+ และ 40+ โดยพัฒนาสูตรใหม่สำหรับบุคคลอายุ 50+ ตอบโจทย์ความต้องการทั้งชาย-หญิง พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่ม Nutri 10,000 และ L-Gluta Berry สำหรับลูกค้าที่ต้องการทางเลือกด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
รวมถึงรุกตลาดเวชสำอางสำหรับผิวแพ้ง่ายที่คิดค้นมาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ ภายใต้แบรนด์ Dermaction Plus by Watsons ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากภายในสู่ภายนอกที่ครบครัน เข้าถึงง่าย เพิ่มการดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเดินหน้าเพื่อให้สินค้าตราวัตสันเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลตัวเองเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลและการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน
นวลพรรณ บอถถึงเรื่องนี้ว่า ในปีที่แล้ว วัตสันมีการทำรีเสิร์ชกับสมาชิกของวัตสัน 4,000 ราย พบว่า คนที่ตอบแบบสอบถามจะบริโภควิตามินทุกวัน วันละ 1 – 2 เม็ด โดยมองว่า เรื่องของความงามต้องเป็น Inside-out ต้องงามออกมาจากภายใน นั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีการให้น้ำหนักกับการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขา
4.กลยุทธ์ O+O ผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์ มอบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อทุกที่ ทุกเวลา มุ่งสร้างประสบการณ์ ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลอย่างตรงจุด ชูความแข็งแกร่งผ่านมาตรฐานคุณภาพสินค้าที่น่าเชื่อถือ มีตัวเลือกหลากหลาย ครบ จบในที่เดียวทุกความต้องการแบบไม่มีข้อจำกัด ด้วยสินค้าบนแพลตฟอร์มวัตสันออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน และโซเชียลมีเดียกว่า 15,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดสุขภาพและความงาม
พร้อมบริการ Click and Collect ที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ พร้อมรับสินค้าได้ด้วยตัวเองที่สาขาใกล้บ้าน ซึ่งใช้งานง่าย ไม่ต้องรอนาน และสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัว เพื่อเชื่อมต่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ลูกค้าชอปได้ทุกที่ ทุกเวลาได้อย่างอิสระ

5.ขับเคลื่อน Loyalty ด้วยพลังอินไซต์สู่สมาชิก 10 ล้านคน โดยสมาชิกของวัตสันกว่า 88% เป็นผู้หญิง คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของประชากรหญิงทั่วประเทศ วัตสันจึงมีความเข้าใจเชิงลึกถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคได้กลายเป็นพลังสำคัญในการพัฒนา Loyalty Program นำมาต่อยอดด้วยการพัฒนา Store Segmentation ที่เลือกคัดสรรสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดและการสะสมคะแนนแล้ว สมาชิกวัตสันคลับยังจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือกิจกรรมใกล้ชิดกับเซเลบริตี้ชื่อดัง ซึ่งคัดสรรมาเพื่อสมาชิกโดยเฉพาะ เสริมสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้าให้ลึกซึ้งและยั่งยืนยิ่งขึ้น
6.ชูจุดขายในเรื่องของ “ความงามที่ยั่งยืน” หรือความงามและสุขภาพที่ใส่ใจโลกและชุมชน ด้วยการเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ ความงาม สังคมและสิ่งแวดล้อม สานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P (People Planet Product)
People: ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม อาทิ สนับสนุนบ้านพักฉุกเฉินต่อเนื่องกว่า 18 ปี หรือแคมเปญ Give a Smile ตั้งเป้ามอบรอยยิ้มให้เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ 10,000 ราย
Planet: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) จากการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำ พันธกิจซีโร่คาร์บอนภายในปี 2573 อย่างเป็นรูปธรรม
Product: เพิ่มสินค้า Sustainable Choices สินค้าเพื่อความยั่งยืนเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ากว่า 900 รายการ
“เป้าหมายของวัตสัน เราต้องการเป็นโซลูชันในเรื่องของสุขภาพและความงามที่คนไทยจะเข้ามาใช้บริการ โดยอยากจะซัพพอร์ตในเรื่องของการเป็น Smart Wellness ให้กับคนไทย ตอนนี้ เราทำสำเร็จมาขั้นหนึ่งแล้ว นั่นคือการมีสาขาครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด”
นวลพรรณ สรุปทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า วัตสันมีภาพที่แข็งแรงแล้วในเรื่องของบิวตี้หรือความงาม ขณะที่เรื่องของสุขภาพ หรือ Health ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยวัตสันเป็นธุรกิจค้าปลีกที่เรื่องของบิวตี้ เป็นลีดเดอร์หรือตัวนำ และ Health เป็น Opportunity ของธุรกิจในอนาคต ส่วนผสมของ Health & Beauty อาจจะไม่ใช่สัดส่วน 50 :50 ขึ้นอยู่กับเทรนด์ของตลาดว่าจะเป็นไปแบบไหนมากกว่า...