ความน่าสนใจในการทำตลาดของ “บิ๊กซี” 1 ใน 2 ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกเป็นเป็นห้างโมเดิร์นเทรดของบ้านเรา น่าจะอยู่ที่การปรับเกม หันมารุกขยายสาขาออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นมองว่า น่าจะเข้ามาช่วยบาลานซ์การเติบโตได้ทางหนึ่ง หลังจากที่ตลาดค้าปลีกในช่วงครึ่งหลังของไทยถูกมองว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หดตัวลง
อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เหตุผลหนึ่งของการหันมาให้ความสำคัญกับการขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศมากขึ้นนั้น มีการมองกันว่าตลาดต่างประเทศอาจเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ต่างมีแนวโน้มที่ดี

ขณะที่ค้าปลีกที่เป็นโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่นั้น หากจะเติบโตหลังจากนี้ไปต้องมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่รวมถึงการขยายการเติบโตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากกำลังซื้อในบ้านเรามีการเติบโตไม่มากนัก ทั้งจากปัญหาในเรื่องของตัวเลขหนี้ครัวเรือน และรายได้ของประชากรที่มีเพิ่มขึ้นไม่มากนัก
ทำให้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บิ๊กซีมีการมองถึงการเข้าไปตั้งฐานธุรกิจในเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในระยะกลาง-ยาว
มีการมองกันว่า ตลาดเวียดนามน่าจะเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในการขยายการเติบโตออกไป เนื่องจากเป็นตลาดที่มีประชากรสูงและน่าจะมีตัวเลขขยับขึ้นไปแตะ 100 ล้านคน ในอีกไม่นานนี้

ขณะที่เศรษฐกิจของเวียดนามก็มีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องมาหลายปี ในปีนี้คาดว่า GDP เวียดนามจะโตอยู่ที่ 6.7% ซึ่งขยายตัวสูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประกอบกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรในเมือง การขยายตัวของโมเดิร์นเทรดและอัตรานักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสัดส่วนของค้าปลีกที่เป็นโมเดิร์นเทรดในประเทศนี้ยังมีค่อนข้างน้อย เฉลี่ยอยู่แค่ 5 – 6% จึงเป็นสัญญาณบวกที่ดีสำหรับการรุกขยายสาขาเข้าไปในเวียดนาม
ที่ผ่านมา “บิ๊กซี” เป็นที่รู้จักมานานในเวียดนาม เนื่องจากก่อนหน้านั้น ถูกทำตลาดโดยเซ็นทรัล รีเทล ที่ซื้อสิทธิ์ชื่อ แบรนด์บิ๊กซีเข้าไปทำตลาด ก่อนที่จะหมดสัญญาและเปลี่ยนชื่อเป็น Go ในปัจจุบัน จึงน่าจะกลายเป็นโอกาสที่ดีในการรุกตลาดค้าปลีกของที่นั่น ซึ่งการมีธุรกิจที่ครบวงจรตั้งแต่การผลิต จัดจำหน่าย ไปจนถึงการมีร้านค้าปลีกของตัวเอง น่าจะทำให้เข้ามาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มศักยภาพในการรุกตลาดให้มีมากยิ่งขึ้น
การขยายฐานออกไปทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในย่านอาเซียนของบิ๊กซี น่าจะเป็นตัวที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม การรุกของธุรกิจในเครือของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ให้มีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำคือเรื่องของการผลิต กลางน้ำในเรื่องของการจัดจำหน่าย และปลายน้ำที่เป็นส่วนของร้านค้าปลีก
ส่วนการทำตลาดในประเทศนั้น บิ๊กซียังคงเดินหน้าตามแผนงานที่ประกาศออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยบิ๊กซี เตรียมงบลงทุน 6,091 ล้านบาท เปิดเพิ่ม 207 สาขา ได้แก่ สาขาขนาดใหญ่ 7 สาขา และสาขาขนาดเล็ก 200 สาขา อาทิ บลูพอร์ต หัวหิน, Phenix ประตูน้ำ, สวนนงนุช, โครงการเพชรไพบูลย์, จตุจักร และ Parc Bangna เป็นต้น
ถือเป็นทำเลใหม่ที่บิ๊กซีต้องการขยายการบริการให้ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นการเติมเต็มการรุกตลาดที่ค่อนข้างจะครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น
นอกจากการขยายสาขาใหม่แล้ว บิ๊กซี ยังมีแผนรีโนเวทสาขาปัจจุบันอีก 117 สาขา ได้แก่ สาขาขนาดใหญ่ 17 สาขา และสาขาขนาดเล็กอีก 100 สาขา อาทิ รัชดาภิเษก, บางประกอก, พัทยา 1, บางนา, สุขาภิบาล 3-1, นครปฐม, บางบอน, อำนาจเจริญ, หาดใหญ่ 1, ภูเก็ต, พัทยา 3, แฟชั่นไอส์แลนด์, สุวินทวงศ์, หางดง, วังสะพุง, สีคิ้ว และพังงา เป็นต้น

ทั้งนี้ ก็เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าหลากหลายเจนเนอเรชัน โดยจะมีการปรับโฉมพื้นที่โซนต่างๆ ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ช้อปปิ้ง อาทิ พื้นที่จัดกิจกรรม พื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์และร้านค้าสุดล้ำสมัย สอดรับเทรนด์นักชอปรุ่นใหม่ รวมถึงร้านอาหารรสเลิศตอบโจทย์ทุกความอิ่มอร่อย เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
ตัวเลข ณ ต้นปี 2568 บิ๊กซีมีจำนวนสาขาขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศลาวทั้งสิ้น 207 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 155 สาขา ฟู้ดเพลส 18 สาขา มาร์เก็ต 34 สาขา ตลอดจนมีบิ๊กซีมินิอีก 1,616 สาขา รวมถึงยังมีธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและประเทศเวียดนาม
โดนกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/68 กลุ่ม BJC มีการเปิดบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 1 สาขา ที่หัวหินประเทศไทย รวมถึงเปิดบิ๊กซี มินิจำนวน 16 สาขา ร้านหนังสือเอเชีย บุ๊คส์จำนวน 1 สาขา บิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 6 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิสฮับจำนวน 5 สาขา และร้านกาแฟวาวี 1 สาขา
รวมทั้งมีการปิดสาขาบิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 1 สาขา บิ๊กซี มินิจำนวน 3 สาขา บิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 3 สาขา ร้านขายยาเพรียว 1 สาขา และร้านกาแฟวาวีจำนวน 8 สาขาในระหว่างไตรมาส
ส่งผลให้เครือข่ายร้านค้าของกลุ่ม BJC มีร้านค้าไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 155 สาขา (รวมบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์จำนวน 1 สาขาในประเทศกัมพูชา และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์จำนวน 1 สาขาในประเทศลาว) ร้านค้าขนาดซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 52 สาขา (บิ๊กซี มาร์เก็ตจำนวน 34 สาขา และบิ๊กซี ฟู้ดเพลสจำนวน 16 สาขาในประเทศไทย และ 2 สาขาในประเทศกัมพูชา) ร้านค้าบิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 17 สาขา ร้านค้าบิ๊กซี มินิ จำนวน 1,629 สาขา (รวมสาขาแฟรนไชส์ในประเทศไทยจำนวน 77 สาขา และบิ๊กซี มินิ จำนวน 19 สาขาในประเทศกัมพูชา) บิ๊กซี ดีโป้จำนวน 11 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิสจำนวน 12 สาขา ตลาด Open-Air จำนวน 9 สาขา ร้านขายยาเพรียวจำนวน 145 สาขา ร้านกาแฟวาวีจำนวน 36 สาขา ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์จำนวน 70 สาขา ในขณะที่เครือข่ายร้านค้าโดนใจมีจำนวน 11,911 สาขา ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568....