ความน่าสนใจของการทำตลาดของ “เนื้อแท้” แบรนด์ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์เนื้อที่วางขายอยู่ในร้านค้าปลีก ก็คือ การที่ผู้เล่นรายนี้ สามารถ Branding ตัวเอง จนสามารถสร้างภาพจำให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคว่า “เนื้อแท้” จะหมายถึง เนื้อคุณภาพ โดยแทบจะไม่ได้ใช้งบการตลาดอะไรมากนัก
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นถูกสะท้อนออกมาผ่านยอดขายในปีล่าสุดที่ครบ 10 ปีของการเข้าตลาด มีออกมาถึง 630 ล้านบาท โดยมี 2 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี จำกัด เจ้าของแบรนด์เนื้อแท้ คือ นภศูล รามบุตร และวีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ “โต ซิลลี่ฟูล์” นักร้องดังที่ผันตัวเองเข้ามาสู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อ
แน่นอนว่า ชื่อของ “โต ซิลลี่ฟูลส์” เข้ามาช่วยเป็นแรงส่งสำคัญ ในการทำให้แบรนด์เนื้อแท้ ติดตลาด ได้ง่ายขึ้น แต่เบื้องหลังของความสำเร็จยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย
เขาบอกว่า เคล็ดลับที่กว่าจะมาเป็นแบรนด์เนื้อแท้ในวันนี้ ได้มีการผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งวิกฤตการณ์รคระบาดโควิด-19 ทั้งหนี้สินที่ต้องรับมือกว่า 60 ล้าน และยังมีอีกยิบย่อยที่ต้องคอยรับมือและแก้ปัญหาในช่วงระหว่าง10ปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่ามาถึงวันนี้ไม่ง่ายเลย คอมพานี บี มีวิธีคิดอย่างไรเพื่อให้ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้ และสามารถกลับมาท าก าไรได้กว่า 630 ล้านบาท โดยอาจจะสรุปออกมาได้ดังนี้
1. แบรนด์เนื้อแท้ไม่ได้เปิดร้านอาหารตามวัฒนธรรม แต่เปิดมาอย่างชัดเจนว่าร้านขายเนื้อ ทำให้คู่แข่งมีน้อย และเมื่อผู้บริโภคสนใจก็จะมีตัวเลือกไม่เยอะ ทำให้เนื้อแท้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนจะเดินเข้าไปจากภาพลักษณ์ที่ขายเนื้อแบบตะโกน
2. ปรับวิธีการคิดที่จากเดิมต้องทำตามแผนแบบเป๊ะๆ เป็นการทำแบรนด์แบบ “ไหลตามน้ำ” ผ่านการนำแนวคิดในเรื่องของ Agility ซึ่งจากคำนี้ขยายได้ว่า หากจะทำแบรนด์ให้เติบโตบางครั้งไม่จำเป็นต้องเดินตามแผนที่วางไว้ อย่างเดียว การปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ ถือเป็นการรับมือที่สามารถแก้ได้ทันที และเห็นผลดีอีกด้วย
3. ไม่ได้ทำธุรกิจตามกระแส แต่ทำจากความเชี่ยวชาญ ซึ่งแบรนด์เนื้อแท้จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากธุรกิจร้านอาหารแต่เป็นเจ้าแรกๆที่นำเข้าเนื้อ ดรายเอจ เข้ามาในประเทศไทย ทำให้เชี่ยวชาญเรื่องเนื้อ แบบไหนดี แบบไหนอร่อย
4. จากการสะดุดในช่วงโรคระบาดโควิด-19 ที่เป็นหนี้ถึง 60 ล้าน ทำให้เกิดแนวคิดว่าแทนที่เราจะรอให้ผู้บริโภคเข้ามาหาเราอย่างเดียว ทำไมเราไม่ทำสินค้าไปหาผู้บริโภคแทน จึงเป็นที่มาของ Food Service เช่น เนื้อสด ลูกชิ้นสด ตามไฮเปอร์มาร์ทต่างๆ ท าให้กลับมาฟื้นได้ทันทีในปีถัดไป
โดยเขาบอกว่า ในช่วงที่มีปัญหา ได้การช่วยเหลือจากกองทุน SME และธนาคารเอสเอ็มอี เข้ามาร่วมลงทุน ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนจนสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้น ก็มีนักลงทุนรายย่อยที่อยู่ในตลาดอีก 5 – 6 รายเข้ามาร่วมลงทุน ทำให้เนื้อแท้ Recover และกลับมาทำกำไรได้อย่างรวดเร็วหลังโควิด
5. ตัวทีมงานที่มีศักยภาพทุกคนถึงแม้พนักงานประจำรวมกับพาร์ทไทม์จะมีเกือบพันคน แต่ภายในบริษัทแทบจะไม่มีการเมืองในที่ทำงาน ทำให้ปัญหาภายในเกิดขึ้นน้อยมากๆ การทำงานแบบนี้ทำงานทุ่นแรงเรื่องปัญหาภายในไปเยอะ
6. อีกข้อที่พูดถึงไม่ได้คือกระแสที่มาจากตัวบังโตเอง แน่นอนว่าตั้งแต่เจนเบบี้บูมเมอร์ไปจนถึงเจนอัลฟ่าก็ไม่มีใครไม่รู้จัก “โต ซิลลี่ฟูลส์” ชื่อเสียงที่มีมานานทำให้เลี่ยงไม่ได้เลยว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ทำให้ผู้คนได้รับข้อมูลเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารเป็นจำนวนมาก ถือเป็นศึกหนักที่นอกจากธุรกิจอาหารจะต้องต่อสู้กันเอง ยังต้องหันมาต่อสู้กับเศรษฐกิจในประเทศที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในการจะจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับต้นทุนสูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลกระทบให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน
“เราตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว จึงต้องการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยเป้า ที่ตั้งไว้ 15% จากยอดขาย 630 ล้านบาท สู่ 740 ล้านบาท ในปี 2568 ต้องการจะมุ่งเน้นไปที่Food Service มากกว่าร้านอาหาร จากเดิมที่ร้านอาหาร 80% Food Service 20% การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จึงต้องการทำให้ Food Service ขึ้นมาตีคู่กับธุรกิจอาหาร”
เป้าหมายหลักของกลยุทธ์ครั้งนี้คือการปรับสัดส่วนพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในตลาดที่กว้างขึ้นด้วยธุรกิจร้านอาหารในเครือกว่า 45 สาขาตั้งแต่ เนื้อแท้, เนื้อแท้ Wok กะSteak, เนื่อแท้Wok, The Beef Master, พันละวัน, เซียนเตี๋ยวและเนื้อแท้ Butchery ร้านขายเนื้อสด มาเพิ่มสัดส่วนให้กับตลาด Food Service ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพสูงที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างพร้อมขยายช่องทางจัดจ าหน่ายทั่วประเทศและเตรียมเปิดตัว เนื้อแท้Catering บริการอาหารจัดเลี้ยงเพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนในระยะยาวซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากเคล็ดลับและการปรับพอร์ตธุรกิจตามกลยุทธ์แล้ว ปีนี้คอมพานี บี พร้อมรุกตลาดอาหารแปรรูปอย่างเต็มสูบในช่วงไตรมาสที่2 ของปี ซึ่งผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวได้อย่างโดดเด่น คือ “เนื้อย่างซอสจิ้มแจ่วชีสโทสต์แซนวิช” ที่เป็นกะแสไลรัลบนโซเชียลจนของขาดตลาด

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น ได้แก่ ลูกชิ้นเนื้อสูตรพิเศษ (คอนเซปยุค90 ถ่ายทอดความคิดถึงรสชาติสไตล์ย้อนยุค) ที่ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการพัฒนาควบคู่กับการทำลูกชิ้นเอ็นและยังมีเนื้อหมักสูตรพิเศษที่มาพร้อมกันหลายรสชาติ เช่น เนื้อหมักเกาหลี, เนื้อหมักสมุนไพร, เนื้อหมักงา, เนื้อหมักกระเทียมกลิ่นเนย, เนื้อแดดเดียว ให้ได้ทดลองรสชาติใหม่ใหม่และยังมีสินค้า Ready To Eat ที่กำลังพัฒนาสินค้าเพื่อคนที่อยากลองกินอาหารในสไตล์เนื้อแท้ ที่ไม่ได้มีโอกาสมาทานที่ร้าน
และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย ได้มีการผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่หลายราย ไม่ ว่าจะเป็น ซีพี แอกซ์ตร้า , 7-Eleven ที่มีช่องทางในการนำเสนอสินค้า Ready To Eat ของเนื้อแท้ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆได้ครอบคลุมทั่วประเทศ Makro มีฐานลูกค้าหลักคือผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจจัดเลี้ยง (HoReCa) และ ร้านค้าปลีกซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่มองหาเนื้อคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประกอบธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีการจับมือกับ NSL FOODS ผู้ผลิตอาหารชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผลิตอาหารในปริมาณมากและมีคุณภาพมาตรฐานและยังมีส่วนร่วมการพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่ให้กับ “เนื้อแท้” เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโดยทางบริษัทพร้อมต่อยอดกับแบรนด์พันธมิตรอื่นๆในตลาดสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป
“ในช่วงเริ่มต้นสัดส่วนรายได้ของเราจะมาจากการขายสินค้าเข้าช่องทางร้านค้าปลีก อย่างผลิตภัณฑ์เนื้อสด ในสัดส่วน 80% แต่หลังการขยายธุรกิจร้านอาหาร ทำให้สัดส่วนออกมาเป็น 50:50 ซึ่งเป้าหมายในระยะยาวเราต้องการสัดส่วนการขายของสินค้า Food Service เท่าในช่วงเริ่มต้น โดยร้านอาหารจะทำหน้าที่ในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์เนื้อแท้ ก่อนที่จะส่งต่อมายังผลิตภัณฑ์ที่ขายในร้านค้าปลีกที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และบริโภคได้ทุกวัน”

เขายังบอกอีกว่า การปรับกลยุทธ์ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร หลังจากนี้ไป จะมีการขยายสาขาออกไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยหลังจากที่เปิดสาขาที่ยะลา และหาดใหญ่แล้ว พบว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ในปีนี้ มีแผนที่จะขยายสาขาในต่างจังหวัดอีกอย่างน้อย 8 สาขา
ส่วนในกรุงเทพฯและปริมณฑล จะเน้นขยายสาขาขนาดเล็กเข้าไปในฟู้ด คอร์ท เพื่อทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงจะมีการเปิดตัวประเภทร้านอาหารใหม่ๆ ที่ยังคงยืนอยู่บนจุดแข็งของความเป็นแบรนด์เนื้อแท้ คือเน้นเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ และความอร่อย
แน่นอนว่า การเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็นที่รู้จักของ“เนื้อแท้” จะทำให้สามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี.....