BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,210
VIEWS

ทำ Collaboration Marketing อย่างไรให้ปัง มองผ่านกรณีศึกษา “พันธุ์ไทย” X “กระทิงแดง”

มิ.ย. 08, 2568 P.Supisara
            ว่ากันว่า กลยุทธ์ Collaboration Marketing ยังคงเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่ถูกใช้ในการทำตลาด โดยเฉพาะกับการเป็นเครื่องมือในการช่วยขยายฐานแบรนด์เข้าหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว การจับมือระหว่างแบรนด์กับแบรนด์นั้น มีออกมาในหลากหลายรูปแบบ ไล่ตั้งแต่
            1.การ Co – Branding คือการจับมือของ 2 แบรนด์ เพื่อร่วมกันทำตลาด ซึ่งการ Co-Brand อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการตลาด เพราะมี Co-Brand ให้เห็นมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ยังคงเห็นการทำตลาดในรูปแบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเหตุผลสำคัญของการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด Co-Brand เกิดขึ้นจากหลากหลายความต้องการ คือ
            ประการแรก เพื่อนำสินค้าและบริการของบริษัทหนึ่งให้แก่ฐานลูกค้าหลักของอีกบริษัทหนึ่ง    
            ประการที่ 2 เพื่อให้สินค้าและบริการได้ประโยชน์จากความมีชื่อเสียง ความเชื่อถือที่มีในแบรนด์อีกแบรนด์หนึ่ง   
            ประการที่ 3 เพื่อการประหยัดต้นทุนของการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่ลดลงจากการ Co-Brand เทียบกับที่แต่ละแบรนด์ดำเนินการกันเอง
            2. การ Co – Marketing เป็นกลยุทธ์ประสานความร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นภาพที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้นในยุคแห่งการร่วมมือทางการตลาดเหมือนอย่างปัจจุบันนี้
            3.การ Co – Technology จะเป็นอีกแนวทางที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดย Co – Technology ถือเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพของความเป็นแบรนด์หรือองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของทั้งคู่ออกมาอย่างโดดเด่น
            4.การ Co - Creation เป็นการร่วมมือระหว่างแบรนด์กับแบรนด์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ Wow ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง ตัวอย่างของเรื่องนี้ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ก็คือครั้งหนึ่ง 2 แบรนด์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลและไนกี้ เคยจับมือร่วมกันทำในเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ไอโฟนเป็นตัวหลักพร้อมกับเอาเซนเซอร์ไปใส่ไว้ที่รองเท้าและมีเซนเซอร์ที่มือถือ ถือเป็นการพัฒนาร่วมกัน เป็นการ Extended ความสามารถของแอปเปิ้ล ในขณะที่ไนกี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็เอา Resource จาก 2 บริษัทมาร่วมกันทำให้ต้นทุนต่ำลง และทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถขยายฐานลูกค้าได้

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของการทำ Strategic Collaboration ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่มองเรื่องของการทำพีอาร์ หรือการสร้างกระแสในช่วงสั้นๆ เท่านั้น แต่ยังมองถึงการทำ Collab เพื่อสร้างแต้มต่อในการแข่งขัน รวมถึงการร่วมกันใช้จุดแข็งซึ่งกันและกันในการขยายฐาน หรือดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่มาจากฐานลูกค้าของพันธมิตรที่ร่วม Collab อีกด้วย

หลายครั้งที่ได้เห็นการคอลแลปกันระหว่างแบรนด์ต่อแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการคอลแลปแบบไหน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค

เจ้าของกิจการหลายท่านจะพูดเสมอว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปไวมากๆคือเทรนของผู้บริโภค ทำให้ต้องปรับตัวและคอยนำเสนอให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค นี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายๆครั้งแบรนด์จะจับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ที่จะเป็นการมองถึงการสร้าง Engagement ให้เกิดขึ้น
การคอลแลปกันของแบรนด์ทำให้ดีขึ้นยังไง

หนึ่ง เพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค ซึ่งวันนี้จะพูดถึงการจับมือกันของแบรนด์ที่ต่างกันสุดขั้วอย่างพันธุ์ไทยและกระทิงแดง ที่ร่วมกันนำเสนอเมนูใหม่เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ลูกค้าได้ลิ้มลอง เนื่องจากเทรนด์เครื่องดื่มชูกำลังหรือเครื่องดื่มให้พลังงานกำลังมาแรง  ผู้บริโภคเองก็ต้องการ energy ควบคู่กับ benefit

นอกจากนี้ยังมีเทรนเครื่องดื่มผสมวิตามินที่ผู้บริโภคมักเลือกดื่มเพื่อช่วยเสริมเรื่องความงาม เช่น คอลลาเจนและวิตามินรวมถึงเทรนเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน ทำให้แบรนด์ต้องไม่หยุดนิ่งในการสร้างแบรนด์ การพัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์และการสร้างกลยุทธ์การตลาดแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา
ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ปัจจุบันมี Independent Generation มากขึ้นต้องการความแปลกใหม่เป็นตัวของตัวเองและมองหาเครื่องดื่มรสชาติที่แตกต่างมีความไม่ได้กินเอาอิ่มแต่กินเอาคอนเทนท์แสดงถึงความสำคัญในการหา experience และแบ่งปันบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น

สอง ช่วยเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ การคอลแลปกันของสองแบรนด์ที่ DNA เด่นชัดกันทั้งคู่ จากเดิมที่ตัวพันธุ์ไทยเองลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะจัดอยู่ในกลุ่ม เจน Y และเจน X กระทิงแดงก็ยังติดภาพของลูกค้าที่เป็นคนใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อมาจับมือกัน จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการพลังงานอย่างคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวออฟฟิศและนักศึกษาที่มองหาเครื่องดื่มที่ให้ทั้งรสชาติและพลังงานทั้งยังเพิ่มส่วนผสมที่มีมีประโยชน์ออกมาเป็นเครื่องดื่มสายพันธุ์ใหม่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคสร้างประสบการณ์ความดีดขั้นสุดทำให้ผู้บริโภครู้สึกตื่นตัวสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

โดยเฉพาะกลุ่มเจนซี จากการรีเสิร์จ พบว่ากลุ่มเจนซีต้องการเครื่องดื่มที่ “ดื่มและแก้ง่วง” จึงเป็นที่มาของการนำเอา Energy Drink อย่างกระทิงแดงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ โดยในครั้งนี้พันธุ์ไทยร่วมกับกระทิงแดงมาพร้อม แคมเปญ “ดีดศาสตร์” เสนอเครื่องดื่มดีดศาสตร์สายพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 เมนู ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ Creative Thai Taste ที่เป็นคอนเซ็ปต์ที่แบรนด์พันธุ์ไทยนำเสนอมาตลอด

โดยในครั้งนี้จะนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างและคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยผสมผสานระหว่าง Functional กับ Emotional Benefits เป็นการความลงตัวระหว่างความทันสมัยกับภูมิปัญญาไทยที่เป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สร้างเมนูเครื่องดื่มจากการนำชื่อของยาดองยอดนิยมของไทยมาประยุกต์เป็นชื่อของเมนู ประกอบไปด้วย
            1.    ช้างยกกําลังทิง (Espresso Energy Boost with Kratingdaeng) – เมนูดีดขั้นสุดแบบเต็มแมกซ์ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘Espresso Martini’ กับเอสเพรสโซดับเบิ้ลช็อต ยกกำลังทะลุปรอทกับกระทิงแดงครึ่งขวด ได้รสเปรี้ยวนิดๆ ของมะนาว เติมเต็มพลังงานให้ตื่นเต็มตาได้ทั้งวัน
            2.    ทิงซ่าโดดกําแพง (Lime Soda with Kratingdaeng) - ความซาบซ่าสุดคลาสสิคสไตล์ ‘Highball’ ที่ผสานกระทิงแดงครึ่งขวดเข้ากับสปาร์คกลิ้งโซดา และมะนาวสด ได้ฟีลสดชื่น บูสท์เอนเนอร์จียามบ่าย (
            3.    กำลังช้างสาว (Lychee Yogurt Smoothie Plus Collagen with Kratingdaeng) – เครื่องดื่มผสมคอลลาเจน สำหรับสาวๆ สายบิวตี้ ความลงตัวของโยเกิร์ตเนียนนุ่มและความหอมหวานอมเปรี้ยวรสลิ้นจี่ เพิ่มพลังด้วยช็อตกระทิงแดง ปั่นกับเจลลีสตรอว์เบอร์รี ปลุกความเฟรช อ่านหนังสือดึกได้สบาย (
            4.    ช้างกระทืบงาน (Apple Yogurt Smoothie Plus Vitamin B12 with Kratingdaeng) –โยเกิร์ตสมูทตี้ สีสวย หอมกลิ่นแอปเปิ้ล เพิ่มช็อตกระทิงแดง ที่มีทั้งวิตามิน B6 และ B12 เพิ่มเทกเจอร์ด้วยเจลลีสตรอว์เบอร์รีหนุบหนับ ทั้งอร่อย ทั้งสดชื่น พร้อมลุยงานได้ทั้งวัน (89 บาท)

สาม ไม่เพียงแค่การดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ผ่านการสร้างสีสันของเมนูและการทำแคมเปญการตลาดสนับสนุนเท่านั้น แต่การคอลเลปในครั้งนี้ ยังมองถึงการเรียกลูกค้าเก่าให้กลับมา เทรนของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเร็วมาก เนื่องจากมีตัวเลือกที่หลากหลายจึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้มากขึ้นขึ้น การที่แบรนด์คอลแลปกัน เพื่อสร้างเมนูใหม่ๆออกมา อาจจะช่วยกระตุ้นการเรียกลูกค้าเดิมที่อาจจะหนีออกไปหาตัวเลือกอื่นๆ กลับมาใช้บริการอีกครั้ง เช่นเดียวกับพันธุ์ไทย ที่รังสรรค์เมนูใหม่ๆออกมาอยู่เสมอ 

            สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด บอกกับเราว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในการ Collab กับกระทิงแดงในครั้งนี้ก็คือ แคมเปญดีดศาสตร์ที่ทำ จะเป็นการช่วยตอกย้ำแบรนด์ไอเดียของพันธุ์ไทย นั้น พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ไม่หยุดสร้างสรรค์ และเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงได้จับมือกับ ‘กระทิงแดง’ แบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานอันดับหนึ่งของไทย และเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีความเป็นไทยสอดคล้องกับตัวตนของพันธุ์ไทย มาสร้างความสนุกไปด้วยกัน

การครีเอทเครื่องดื่มที่ผสมผสานรสชาติอร่อยแปลกใหม่ของพันธุ์ไทยกับพลังของกระทิงแดง จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ต้องการพลังงาน คนรุ่นใหม่อย่างหนุ่มสาวออฟฟิศ และนักศึกษาที่มองหาเครื่องดื่มที่ให้ทั้งรสชาติและพลังงาน และยังเพิ่มส่วนผสมที่มีประโยชน์ ออกมาเป็นเครื่องดื่มสายพันธุ์ใหม่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค สร้างประสบการณ์ ‘ความดีดขั้นสุด’ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกตื่นตัว สดชื่น และกระปรี้กระเปร่า เราหวังว่าการคอลแลปกันครั้งนี้จะสร้างสีสันในตลาดเครื่องดื่ม และเพิ่ม Traffic ในร้านพันธุ์ไทยทั่วประเทศ อย่างน้อย 20% ขึ้นไป

โดยการสื่อสารการตลาดของแคมเปญ ‘ดีดศาสตร์’ นั้น จะเน้นการสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมาย ให้ร่วมกันรวมพลังความดีดไปกับเครื่องดื่มดีดศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Road Show ที่ออกเดินทางไปเสิร์ฟประสบการณ์ความดีด อาทิ ตลาดนินจา ชลบุรี ตลาดเซฟวัน โคราช กับกิจกรรม ‘ดีดศาสตร์ Challenge - ปลดปล่อยพลังความดีด ท้าทายทุกขีดจำกัด!’ สนุกกับเครื่องเล่นสุดมันส์และการแข่งขันตามหาผู้ชนะที่อยู่บนเครื่องเล่นจำลองการขี่กระทิง Rodeo Bull Simulator ได้นานที่สุดในประเทศไทย! ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ดื่มเครื่องดื่มพันธุ์ไทยฟรี 1 ปี! จำนวน 1 รางวัล และอันดับที่ 2 - 6 รับฟรี! บัตรสมาชิก Max Card Plus รางวัลละ 1 ใบ จำนวน 5 รางวัล

นอกจากนี้ในส่วนของ In-Store Activities มีการแจก Cup Sleeve ลาย Limited Edition ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมโชว์ความดีด รวมถึง Online Activities ไม่ว่าจะเป็นการชวนตั้งชื่อเมนู การแชร์ประสบการณ์ความดีด และอีกหนึ่งกิจกรรมสุดประทับใจ ที่กาแฟพันธุ์ไทยและกระทิงแดง ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคม "ดีดศาสตร์ : ส่งต่อพลังใจให้คนไทยไม่มีท้อ" นำรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มดีดศาสตร์ทั้ง 4 เมนู ในช่วงเวลา 18.00 - 06.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2568 ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาคลองหลวง 4 ซึ่งเป็นสาขาที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มามอบให้แก่มูลนิธิที่ต้องการพลังงานในการปฏิบัติภารกิจยามค่ำคืน เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยและผู้ประสบภัยตลอดเดือนกรกฎาคม 2568

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำ Collaboration Marketing ในครั้งนี้ จะเป็นอีกตัวช่วยในการขยายฐานแบรนด์พันธุ์ไทย และกระทิงแดง ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ไทย ที่ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานของแบรนด์เข้าหากลุ่มที่เป็นคนเจนซี

ก่อนหน้านั้น พันธุ์ไทย มีการใช้พรีเซ็นเตอร์อย่างพี่จอง * คัลแลน ในแคมเปญการเปิดตัวกาแฟ “ไทยริกาโน” ซึ่งเป็นอเมริกาโน่ สัญชาติไทย ที่ตั้งชื่อเมนูให้สอดรับกับแบรนด์อย่างพันธุ์ไทย  การใช้พี่จอง - คัลแลน คู่หูจากเกาหลีในครั้งนั้น ช่วยขยายฐานแบรนด์เข้าหากลุ่มเจนซีได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อบวกกับการออกเมนูใหม่ๆ ที่ลูกค้าสามารถครีเอทเครื่องดื่มได้ด้วยตัวเองในรูปแบบของ D.I.Y. พร้อมสนุกกับการถ่ายรูปลงบนโซเชียล จนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

และมีส่วนช่วยทำให้พันธุ์ไทยมีฐานลูกค้ากลุ่มเจนซีเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10% ในปัจจุบัน จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนเจนวายและเจนเอ็กซ์ในสัดส่วนถึงกว่า 70%
ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ถูกส่งมอบผ่านแคมเปญ “ดีดศาสตร์” จึงเป็นอีกความคาดหวังให้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มฐานกลุ่มเจนซี ที่วันนี้กลายเป็นกลุ่มที่มีบทบาทในบ้านเรา...

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.หอการค้าไทย เปิดเวทีให้ทำงานกับโจทย์แบรนด์จริง ผ่านโปรเจกต์ออกแบบ Coffee Truck

เมื่อพี่ใหญ่ช่วยส่ง น้องใหม่ช่วยดัน พันธุ์ไทย x Subway ปั้นโมเดล Hybrid Store สร้าง Ecosystem กิน ดื่ม ครบจบในที่เดียว

ใครบอกกาแฟดีต้องแก้วละ 150? ในเมื่อ “Specialty Coffee แก้วต่ำร้อย” กำลังกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ของตลาด

'พันธุ์ไทย' คว้า 'สกาย-นานิ' นั่งแบรนด์พรีเซนเตอร์ บุกหัวใจคนรุ่นใหม่ เปิดโลก D.I.Y. ครีเอทเมนูได้ไม่จำกัด

ไม่ต้องหลับต้องนอนกันแล้ว! พันธุ์ไทยลุยเปิด 24 ชั่วโมง 6 สาขา พร้อมเสิร์ฟทุกไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ไม่ใช่มาเล่นๆ “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” เปิดเพิ่มอีก 24 สาขา ในปี 69 พร้อมเดินหน้ารุกตลาดสตรีทฟู้ด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact