BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,895
VIEWS

4 ทศวรรษแห่งการยืนระยะของ MK Group เติบโตด้วยรากฐานที่มั่นคง โดยไม่เสียตัวตนของแบรนด์

ธ.ค. 03, 2568
อะไรคือ “หัวใจ” ที่ทำให้แบรนด์อาหารไทยแบรนด์หนึ่งสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงเกินกว่า 40 ปี ท่ามกลางโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วขึ้นทุกวัน
 
ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคซับซ้อนขึ้น ธุรกิจร้านอาหารแข่งขันกันด้วยโปรโมชัน เทคโนโลยี และประสบการณ์ใหม่ๆ “การอยู่รอด” กลายเป็นคำที่ยากพอๆ กับ “การเติบโต” แต่สำหรับเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป คำตอบของการอยู่รอดคือการกลับไปหาพื้นฐานและรักษาความจริงใจเอาไว้ให้มั่นที่สุด เพราะสำหรับ MK แล้ว ความสำเร็จคือการเปลี่ยนโดยไม่ลืมว่าตัวตนของแบรนด์คืออะไร และใครคือคนที่ทำให้แบรนด์เติบโตมาถึงวันนี้
 
ปีนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เมื่อบริษัทได้รับรางวัล 2025–2026 Thailand’s Most Admired Company เป็นปีแรกในกลุ่มร้านอาหาร โดยมีความโดดเด่นในด้าน Innovation, Business Performance, Management และ Sustainable Development ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจในแบรนด์อาหารไทยที่ยืนระยะมากว่า 40 ปี
คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป กล่าวว่า ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการรักษา “ตัวตนของแบรนด์” ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นใน 4 แกนหลักของความสำเร็จ ได้แก่ Trust, Transparency, Consistency และ Innovation
 
“ความเชื่อมั่น (Trust) คือสิ่งที่ MK ปลูกฝังในใจผู้บริโภคตลอดมาผ่านคุณภาพอาหารที่ไม่เปลี่ยน รสชาติที่สม่ำเสมอ และบริการที่เป็นมิตรจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย ความโปร่งใส (Transparency) คือหัวใจของการบริหารงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่เติบโตจากรุ่นสู่รุ่น โดยยังคงยึดหลักซื่อสัตย์และตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ ซึ่งเราเชื่อและยึดมั่นมาตลอด 40 ปีว่า การสร้างความไว้วางใจต้องมาจากความจริงใจและโปร่งใส เราลงมือทำมาโดยตลอด ค่อยๆ ทำให้ลูกค้าเห็นและสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่คำพูด ขณะที่ความสม่ำเสมอ (Consistency) คือสิ่งที่ทำให้ทุกสาขาของ MK ยังคงมอบประสบการณ์เดียวกัน และนวัตกรรม (Innovation) ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง MK ไม่เคยยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิม ไม่ว่าจะเป็นการออกเมนูใหม่ การใช้เทคโนโลยีในหลังบ้าน หรือการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่”
 
ยิ่งเมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางกว่า 40 ปีของ MK ผ่านทั้งวิกฤตต้มยำกุ้งวิกฤตเศรษฐกิจโลก ไปจนถึงช่วงล็อกดาวน์จากโควิด-19 แต่ทุกครั้งที่พายุพัดผ่านแบรนด์กลับยืนได้มั่นคงกว่าเดิม “ถ้าเรามีรากฐานที่มั่นคง ไม่ว่าจะเกิดพายุลูกไหน เราก็ยังยืนได้เหมือนเดิม เพราะเราเข้าใจสิ่งที่เราทำ และรู้ว่าทำไปเพื่อใคร”
 
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากเพียงการยืนหยัดได้เท่านั้น แต่ยังมาจาก “วิธีคิด” ที่เข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง คุณทานตะวัน อธิบายว่า หัวใจของการอยู่รอดในปีหน้าไม่ได้อยู่ที่การเร่งขยาย แต่คือการกลับมาที่ Fundamental ทั้งระบบการบริหาร การเงิน และคน เพราะถ้าโครงสร้างพื้นฐานไม่มั่นคง ต่อให้เติบโตเร็วแค่ไหนก็พร้อมจะสะดุดได้ทุกเมื่อ
 
บทเรียนจากช่วงโควิด-19 จึงกลายเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนที่สุด รายได้ของ MK เคยลดจากหลักร้อยล้านเหลือเพียงหลักสิบล้านต่อเดือน แต่สิ่งที่ไม่เคยลดลงคือความรับผิดชอบต่อคนทั้งพนักงานและซัพพลายเออร์ เพราะองค์กรมีการเตรียมตัวและดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรไว้อย่างดี เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิด
 
ในช่วงที่กำลังซื้อหดตัว MK ยังปรับกลยุทธ์ โดยเลือกโฟกัสที่ Value มากกว่า Price การนำเสนอเมนูคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้ กลายเป็นหัวใจของกลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ เพราะความสุขของคนในวันนี้อาจไม่ได้มาจากความหรูหรา แต่คือการได้ใช้เวลาร่วมกันในมื้อพิเศษ
 
และอีกหนึ่งในความท้าทายสำคัญของ MK คือภาพจำที่หลายคนยังมองว่าเป็นร้านของคนรุ่นพ่อแม่ ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและกลิ่นอายของครอบครัว การจะรักษาความทรงจำนั้นไว้พร้อมกับขยายไปหากลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมโลกดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่า MK กลับใช้ Heritage และ Memory ที่มีอยู่ให้กลายเป็นพลังในการสร้างความผูกพันกับคนรุ่นใหม่  ซึ่ง MK ไม่ได้ยึดติดอยู่กับอดีต แต่เลือกปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่ด้วยความเข้าใจ ในขณะที่รักษาสินค้า Original ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ เช่น “เป็ดย่าง” หรือ “ซุปต้นตำรับ” MK ก็เปิดพื้นที่ให้กับเทรนด์ใหม่ๆ ที่สะท้อนความสนุกของคนรุ่นใหม่ เช่น การเพิ่มเมนู “หม่าล่า” หรือการพัฒนาเมนูตามกระแสสุขภาพ โดยทุกการเปลี่ยนแปลงถูกออกแบบให้ไม่หลุดจากแก่นของแบรนด์ที่เน้นความอบอุ่นและคุณภาพ
 
คุณทานตะวัน อธิบายว่า “สินค้าหลักเรามีอยู่ แต่สิ่งที่เป็นของใหม่ก็ต้องมีไปพร้อมกัน เพราะถ้าไม่ปรับเลย เราจะห่างจากผู้บริโภค แต่ถ้าปรับโดยไม่เหลือจิตวิญญาณของเราก็จะหลงทางเหมือนกัน”
 
โดยปัจจุบัน Brand Portfolio ของ MK มีแบรนด์ร้านอาหารกว่า 11 แบรนด์ในเครือ เช่น MK Restaurants, Yayoi, แหลมเจริญซีฟู้ด, Miyazaki, Hakata Ramen, Le Siam, ณ สยาม, Le Petit, ข้าวมันไก่ทองคำ, Hikiniku To Come และโบนัสสุกี้ โดยแต่ละแบรนด์มี Positioning ที่ชัดเจนและไม่ทับซ้อนกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม
 
คุณทานตะวัน อธิบายว่า “ทุกแบรนด์ภายใต้ MK มีจุดยืนของตัวเองชัดเจน เช่น MK คือร้านสุกี้สำหรับครอบครัว Yayoi เน้นอาหารญี่ปุ่นในราคาที่เข้าถึงได้ ส่วนแหลมเจริญคืออาหารทะเลระดับพรีเมียม เราจึงไม่ทำแบรนด์ใหม่ที่ไปซ้ำกับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่จะมองหาช่องว่างในตลาดแล้วเข้าไปเติมเต็มตรงนั้นแทน”
กรณีของการนำแบรนด์ใหม่เข้าพอร์ต คุณทานตะวัน เสริมว่า MK จะใช้หลักคิด 3 ข้อในการตัดสินใจ คือไม่ทับซ้อนกับแบรนด์เดิม ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ในตลาด มีเรื่องราวและศักยภาพในการต่อยอดได้จริง ยกตัวอย่าง Hikiniku To  Come ร้านแฮมเบิร์กญี่ปุ่นที่เรานำเข้ามา เขามีสูตรเฉพาะ มีต้นกำเนิด มีความเป็น Original ที่คนญี่ปุ่นยอมรับ เราจึงเห็นโอกาสว่ามันจะช่วยเติมเต็มภาพรวมของกลุ่มเราได้ดี เพราะแบรนด์ที่เราเลือกจะต้องมีตัวตนชัดเจน ไม่ใช่แค่ร้านอาหารอีกหนึ่งร้าน แต่ต้องมีจุดแข็งหรือเรื่องเล่าของตัวเอง
 
เมื่อขนาดองค์กรขยายใหญ่ขึ้น ระบบคนก็ยิ่งสำคัญขึ้นตามไปด้วย ภายใน MK Group มีพนักงานหลายเจนเนอเรชันตั้งแต่ Baby Boomer ไปจนถึง Gen Z การบริหารคนไม่ใช่แค่การจัดสรรงาน แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่เชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน คุณทานตะวัน อธิบายว่า แต่ละเจนเนอเรชันมีความถนัดแตกต่างกัน เราไม่สามารถคาดหวังให้ทุกคนเก่งในสิ่งเดียวกันได้ เพราะธรรมชาติของคนแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน สิ่งที่เชื่อมทุกคนได้คือ “Culture” ขององค์กร
 
MK จึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเป็นครอบครัวเพื่อให้คนต่างรุ่นอยู่ร่วมกันได้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดในนโยบาย แต่ลงมือทำในทุกระดับ เช่น ที่หน้าร้าน พนักงานรุ่นพี่ที่อยู่มานานจะดูแลรุ่นน้องเหมือนคนในบ้านเดียวกัน สร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่น
 
วัฒนธรรมนี้ยังรวมถึงการปลูกฝัง Service Mind หรือหัวใจแห่งการบริการที่ทุกคนต้องมี ทั้งในมุมของการใส่ใจลูกค้า และการใส่ใจกันในทีม เพราะ MK เชื่อว่าหากคนในองค์กรเข้าใจและดูแลกันเองได้ดีสิ่งนั้นจะส่งต่อไปถึงลูกค้าโดยอัตโนมัติ
 
ขณะเดียวกัน MK ยังให้ความสำคัญกับ “หลังบ้าน” ที่ถือเป็นหัวใจของธุรกิจร้านอาหาร ด้วยแนวคิด Back-End Efficiency ที่เน้นการจัดการต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีรายละเอียดและต้นทุนแฝงจำนวนมาก  MK จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบริหารของเสีย (Waste Management) การวางแผนการสั่งวัตถุดิบด้วย AI Hybrid Forecast System ไปจนถึงการกระจายค่าใช้จ่ายคงที่ (Fix Cost) เพื่อให้ทุกสาขาดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
จากรากฐานของความมั่นคงและระบบบริหารจัดการที่แข็งแรง MK Group ไม่ได้หยุดเพียงแค่การยืนอยู่ได้แต่ยังเดินหน้าต่อด้วย “การเข้าใจผู้บริโภค” ที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกยุคสมัย แม้แบรนด์จะมีอายุกว่า 40 ปี แต่เป้าหมายไม่ใช่การอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อนเท่านั้น หากคือการเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่โดยไม่สูญเสียตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์
 
ท้ายที่สุด เมื่อมองลึกไปกว่านั้น สิ่งที่ยากกว่าการได้รางวัลคือการรักษามันไว้ คุณทานตะวันมองว่า การเป็นองค์กรที่ผู้คนชื่นชม คือการรักษาแก่นของแบรนด์ไว้เหมือนเดิม แต่ปรับวิธีการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด เพราะ Core Value คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ MK เดินมาถึงวันนี้ เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว การยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่เคยได้ผลในอดีต อาจไม่เหมาะกับบริบทใหม่ ดังนั้นองค์กรจึงต้องพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อรักษาความเกี่ยวข้อง (Relevance) และตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้คน โดยไม่สูญเสียตัวตนของแบรนด์
 
ทั้งนี้ คุณทานตะวัน ทิ้งท้ายไว้ว่า “การรักษาความเป็นผู้นำไม่ใช่การยืนอยู่ที่เดิม แต่คือการต่อยอดจุดแข็งเดิมให้เข้ากับยุคใหม่เพราะ Competitive Advantage ที่ MK สร้างมาไม่ควรถูกหยุดไว้ที่ความสำเร็จเดิม แต่ต้องถูกพัฒนาและต่อยอดในบางมิติ ไม่ว่าจะเป็นวิธีนำเสนอ การสื่อสาร หรือรูปแบบสินค้า ที่อาจต้องปรับให้เหมาะกับยุคมากขึ้น ขณะที่แก่นของคุณภาพและความจริงใจ ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์ต้องคงอยู่เหมือนเดิม”

J&C ขึ้นแท่นองค์กรนวัตกรรมธุรกิจขายตรง สร้างนวัตกรรมเชิงระบบ ยกระดับธุรกิจขายตรงสู่ยุค AI Transformation

รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ครองอันดับ 1 2025-2026 Thailand's Most Admired Company ตอกย้ำภาพ "ที่พึ่งทางสุขภาพ" พร้อมคุณภาพบริการมาตรฐาน

“โรงพยาบาลพระรามเก้า” เมื่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาล สะท้อนถึงความไว้วางใจ

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คว้าอันดับ 1 ห้างสรรพสินค้าที่คนไทยเชื่อมั่น ตอกย้ำผู้นำประสบการณ์ลักชัวรี่–ออมนิแชนแนล

CPF สร้าง “New S-Curve” ด้วยนวัตกรรม ก้าวสู่ผู้นำอาหารพร้อมทานระดับโลก

ซีพีเอฟ เปิดยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารไทย เดินหน้าใช้นวัตกรรมยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact