สิ่งที่มาคู่กับช่วงเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ คงไม่ได้มีแค่ของไหว้ หรือซองอั่งเปา แต่การแข่งขันในโลกการตลาดของบ้านเรายังมีเรื่องของการนำกลยุทธ์ Occasion – Base Marketing มาใช้เป็นเครื่องมือที่ไม่ใช่แค่การช่วยเพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการช่วยสร้างสีสันให้แบรนด์ โดยเฉพาะกับการสร้างไวรัลให้เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแสแบบไม่ตกเทรนด์
ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ขออธิบายความหมายของกลยุทธ์ Occasion – Base Marketing แบบเข้าใจง่ายๆ สักหน่อย กลยุทธ์นี้ ก็คือ กลยุทธ์การตลาดที่เชื่อมโยงสินค้าหรือบริการเข้ากับช่วงเวลา เทศกาล หรือเหตุการณ์พิเศษ (Occasion) ที่ลูกค้ากำลังประสบอยู่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อในโมเมนต์นั้นๆ โดยเน้นความเกี่ยวข้อง (Relevance) สร้างความทรงจำ (Memory Building) และกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาสำคัญ เช่น วันหยุด, เทศกาลตรุษจีน หรือวาเลนไทน์
แบรนด์ร้านอาหารหลายๆ แบรนด์ มีการนำกลยุทธ์นี้มาใช้ และที่สร้างความฮือฮาคงหนีไม่พ้นแบรนด์ เอ็มเค ที่เล่นกับเรื่องนี้มาตลอด ซึ่งหากพอจำกันได้ ตรุษจีนปีที่แล้ว กระแสการเปลี่ยนชื่อร้านจาก MK เป็น “มงคล” กลายเป็นไวรัลให้พูดถึงกันทั่ว

ส่วนในปีนี้ MK Restaurants เจ้าของตำนานสุกี้และเป็ดย่าง ฉลองตรุษจีน เปิดตัวแคมเปญ "มหามงคลทั่วถึง" ซึ่งไม่เพียงแค่ขายชุดเป็ดไหว้เหมือนเช่นทุกปี แต่ยังขอแบ่งปันความอร่อย ด้วยการแจก "อั่งเป็ดมงคล" ต้นตำรับน้ำราดเป็ดที่ออกแบบมาเพื่อราดได้ทั้งตัว ช่วยเติมเต็มรสชาติ และเพิ่มความฉ่ำให้กับทุกเมนูเป็ดย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น
แคมเปญนี้ไม่เพียงตอบโจทย์อินไซต์ในช่วงตรุษจีนได้อย่างตรงจุด ยังสื่อถึงการส่งต่อความมงคลผ่านการแจก "อั่งเป็ดมงคล" แทนอั่งเปา พร้อมตอกย้ำภาพจำความอร่อยในตำนานของเป็ดย่าง MK MK ที่ยังคงได้รับความนิยมที่สุดในปีนี้อย่างชาญฉลาด
ทั้งนี้ MK Restaurants พร้อมเปิดประสบการณ์มงคลแบบครบทุกด้าน เสิร์ฟความอร่อยและความมงคลแบบทั่วถึง ตั้งแต่เซตไหว้มหามงคล ถึงมื้อพิเศษสุดมงคลในร้าน ไม่ว่าจะเป็น
- เซตไหว้มหามงคลสั่งไปทานที่บ้าน เริ่มต้นเพียง 750 บาท มีให้เลือกมากถึง 5 ชุดแบบจัดเต็ม เพื่อตอบโจทย์สายสะดวกที่เน้นคุณภาพและถูกต้องตามหลักการไหว้ ประกอบไปด้วย เป็ดย่าง MK, ไก่ต้มมงคล, เครื่องในเป็ด/ไก่, หมูแดงสูตรฮ่องกง, หมูกรอบหนาพิเศษ, ซาลาเปาส้มมงคล, บะหมี่หยกกลาง, ข้าวอบจักรพรรดิ, เมนูติ่มซำ และ ของทอด พร้อมรับ ‘อั่งเป็ดมหามงคล’, ซองอั่งเปา พร้อมคูปองส่วนลด 100 บาท’ และ ‘ฮู้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย’ เพื่อเสริมโชคลาภ สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2569
- เซตมังกรมงคลทานในร้าน เสิร์ฟความมงคลในร้านแบบชุดอลังการ มีให้เลือกทั้งชุดสุกี้ หมู และ เนื้อ เริ่มต้นเพียง 1,099 บาท พร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เป็ดย่าง MK, บะหมี่หยก, ชุดผัก, ติ่มซำ และ ซาลาเปาส้มมงคล พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569
ถือเป็นอีกลูกเล่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับการหยิบเอาโปรดักท์ยอดนิยมของ MK ที่ Represent ถึงแบรนด์ได้เป็นอย่างดี มาสร้าง Gimmick ทางการตลาด ที่ช่วยดันให้แบรนด์กลายเป็นไวรัลที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง

ว่าไปแล้ว แคมเปญ "อั่งเป็ด" ของ MK คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของ Occasion-Based Marketing ที่ผสานเข้ากับกลยุทธ์การเล่นกับคำ (Wordplay) และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยความน่าสนใจของการทำนั้น สามารถ ทำให้เกิด
1. การสร้างภาพจำใหม่ (Brand Association) โดย MK ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยน "อั่งเปา" (ซองแดง) ให้กลายเป็น "อั่งเป็ด" ซึ่งเชื่อมโยงกับเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "เป็ดย่าง" ของแบรนด์ได้อย่างไร้รอยต่อ การเล่นคำที่สนุกสนานนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแส Social Conversation ได้ง่ายขึ้น และเปลี่ยนภาพลักษณ์จากร้านสุกี้แบบเดิมให้ดูทันสมัยและเข้าใกล้คนรุ่นใหม่ อย่างGen Y และ Gen Z มากขึ้น
2. กลยุทธ์ "มูเก็ตติ้ง" (Muketing)แคมเปญนี้ใช้ความเชื่อเรื่องความมงคลมาดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะการใช้เป็ดย่างและน้ำราดเป็ดซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมมาเป็น "ของมงคล" ประจำโต๊ะ นอกจากนี้ MK ยังเคยทำแคมเปญต่อยอดอย่างการเปลี่ยนชื่อร้านเป็น "MongKol (มงคล) Restaurants" ในบางสาขา เพื่อตอกย้ำประสบการณ์ความเป็นสิริมงคลที่ครบวงจร
3. การกระตุ้นยอดขายผ่านของสะสม (Merchandising) ความน่าสนใจที่สำคัญคือการออก สินค้า Limited Edition ที่เป็นรูปน้องเป็ด เช่นแก้วน้องเป็ดสเปเชียลซีซั่น ที่มีทั้งคอลเลกชันตรุษจีนและวาเลนไทน์กล่องสุ่มพวงกุญแจน้องเป็ด ที่ใช้เงื่อนไขการซื้อเป็ดย่างจานใหญ่และยอดบิลขั้นต่ำ 1,299 บาท เพื่อรับสิทธิ์ ทำให้กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิล (Ticket Size) แต่ยังสร้างความรู้สึก "ของมันต้องมี" จนเกิดเป็นไวรัลในกลุ่มนักสะสม
4. การใช้ Social Listening เพื่อปรับตัวแคมเปญอั่งเป็ดและกิจกรรมช่วงตรุษจีนของ MK มักถูกออกแบบมาจากการรับฟังเสียงผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างเช่น การนำเมนูยอดฮิตมาจัดโปรโมชั่น หรือการแจก "หมี่หยกยืนยาว 99 ซม." ซึ่งเป็นกิมมิคที่ถ่ายรูปสวยและตรงใจสายคอนเทนต์ ช่วยให้แบรนด์มียอดขายเติบโตขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ
แคมเปญอั่งเป็ดไม่ใช่แค่การลดราคา แต่คือการ "ยึดครองพื้นที่ทางวัฒนธรรม" โดยใช้จุดแข็งของโปรดักท์ที่สะท้อนภาพจุดแข็งที่แตกต่างของ MK ได้เป็นอย่างดี...