ปีที่ผ่านมา เบี้ยประกันทั่วโลกเติบโตขึ้นประมาณ 130 พันล้านยูโร โดยภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) เติบโตคิดเป็นสัดส่วนถึง 76% ของมูลค่าตลาดทั่วโลก โดยมีประเทศจีนสร้างมูลค่าถึง 2 ใน 3 ของสัดส่วน 76% นี้
ไมเคิล ไฮส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มอลิอันซ์ กล่าวว่า “ทวีปเอเชียถือเป็นผู้นำด้านการเติบโตธุรกิจประกัน โดยเฉพาะในตลาดประกันชีวิต ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ระดับโลก ที่เรามองเห็นภูมิภาคหนึ่ง สามารถปรับเปลี่ยนตลาดจากช่วงเติบโตอย่างรวดเร็วสู่ช่วงที่ประชากรมีความมั่งคั่งมากขึ้น ชนชั้นกลางชาวเอเชียที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนตลาดประกันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงช่วยสร้างการเติบโตให้กกับตลาดอุปโภคบริโภคด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง กลุ่มนักลงทุนและนักช็อปในเอเชียคือผู้ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับเศรษฐกิจโลกนั่นเอง”
นอกจากนั้น Allianz Research ยังคาดการณ์ว่า ตลาดประกันจะฟื้นฟูกลับมา โดยคาดการณ์การเติบโตของเบี้ยประกัน ว่าจะแตะระดับ 6% ในอีกสิบปีข้างหน้า แนวโน้มเชิงบวกนี้ เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นสภาพเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาเติบโตและมีระดับอัตราเงินเฟ้ออยู่ในภาวะปกติ สำหรับการเติบโตในตลาดเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) คาดดว่าจะสูงขึ้นอย่างมาก โดยทั้งภูมิภาคน่าจะเติบโตเกือบ 11% ต่อปี ในช่วงสิบปีข้างหน้านี้ โดยภายในปี 2563 40% ของรายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกจะมาจากภูมิภาคเอเชียนี้ เทียบกับสิบปีที่แล้ว ที่เอเชียมีมูลค่าเพียงแค่ 10% และเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของยอดพิระมิด ที่ประเทศจีน จะแทรงอเมริกา ในฐานะตลาดประกันที่ใหญ่ที่สุดของโลก
แคทริน แบรนด์เมียร์ นักเศรษฐศาสตร์ จาก Allianz Research กล่าวว่า “ตลาดประกันชีวิตโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงระดับพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของเรา การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (disruption) อาจนำมาซึ่งโอกาสที่ดีเช่นกัน ด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ประกันจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงและจับต้องได้ง่ายขึ้นและขยายสู่ประชากรในวงกว้างขึ้น ผลิตภัณฑ์ประกันจะมีความน่าสนใจมากขึ้น ดังนั้น ถ้าเราสามารถทำให้ลูกค้าหันมากระตือรือร้นในการมีประกัน และจัดสรรรายได้มาเพื่อซื้อประกันเหมือนกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้ เป็นไปได้ว่ามูลค่าเบี้ยประกันทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 1 ล้านล้านยูโร (ประมาณ 40 ล้านล้านบาท) ภายในสิบปีข้างหน้านี้”