ความเหงาของคนนับเป็นปัญหาใหญ่ของกรุงโซล โดยจากการสำรวจพบว่าคนในโซลกว่า 62.1 เปอร์เซ็นกำลังประสบกับความเหงาอย่างต่อเนื่อง และอีก 13.6 เปอร์เซ็นอยู่ในภาวะตัดขาดจากสังคม ไม่เพียงเท่านั้นสุขภาพจิตของผู้คนจำนวนมากก็อยู่ในความเสี่ยง นั่นทำให้กรุงโซลทุ่มงบประมาณกว่า 4 แสนล้านวอน หรือราวๆ หนึ่งหมื่นล้านบาท ในการจัดการกับความเหงาของผู้คนโดยเฉพาะ เพื่อป้องกัน ‘การตายอย่างโดดเดี่ยว’ ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
หัวใจสำคัญของมาตรการจัดการความเหงาคือ ‘Smart 24 Platform’ ที่มีทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น
1. สายด่วน 120 กู๊ดบายความเหงา: คอลเซนเตอร์ที่พร้อมรับสาย 24 ชั่วโมง สำหรับคนที่รู้สึกโดดเดี่ยวซึ่งเริ่มให้บริการตั้แต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยคนที่โทรจะสามารถพูดคุยกับคนให้คำปรึกษาที่ได้รับการเทรนมาอย่างดี และไม่ใช่การคุยเพียงครั้งเดียวจบ แต่จะมีการติดตามอาการว่าความโดดเดี่ยวนั้นดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร ทั้งจะมีการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนสำหรับคนที่ต้องการการซัพพอร์ต ณ เวลานั้นๆ รวมถึงการประสานไปยังเพื่อน ครอบครัว หรือคนใกล้ชิดที่พร้อมจะช่วยเหลือด้วย
2. ร้านสะดวกซื้ออุ่นใจ หรือ Seoul Heart Convenience Stores: ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ที่เรามักเห็นตามซีรีส์เกาหลีซึ่งตัวละครมักไปนั่งกินรามยอนกันตอนดึกๆ โดยกรุงโซลจะจัดตั้ง 4 สาขาพิเศษที่มีที่ปรึกษาประจำอยู่เพื่อให้คนเหงาได้จองคิวและเข้าไปพูดคุย มีคนรับฟัง และทานอาหารมื้อง่ายๆ ในเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยว
3. ขยายบริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต: จากที่ก่อนหน้านี้จะให้บริการผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก ต่อจากนี้ทาง Seoul Psychological Support Platform จะขยายบริการไปยังคนที่รู้สึกโดดเดี่ยวด้วย โดยจะเปิดให้บริการแบบหนึ่งต่อหนึ่งอาทิตย์ละครั้ง โดยเริ่มจากผู้เข้าร่วม 20,000 คนก่อน และจะขยายศูนย์ให้คำปรึกษาให้ถึง 27 แห่งภายในปี 2026 และจะมีบริการเป็นภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติด้วย
4. ชาเลนจ์ 365 วันในกรุงโซล หรือ 365 Seoul Challenge: การจัดให้มีกิจกรรมให้ผู้คนได้เข้าร่วมทุกวันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเฟสติวัล ห้องสมุดกลางแจ้ง เวทีดนตรี จนถึงการแคมปิ้งริมแม่น้ำฮัน โดยกรุงโซลจะมีแต้มให้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้สะสมเป็นรางวัลเช่น ตั๋วรถไฟฟ้า หรือตั๋วเข้าชมสวนพฤษศาสตร์ เพื่อกระตุ้นให้คนใช้เวลาว่างนอกบ้านมากขึ้น
5. ดำเนินการเชิงรุก เข้าหาคนที่ไม่ร้องขอความช่วยเหลือหรือตัดขาดจากสังคม: โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มส่งอาหารในการแสดงหน้าต่างประเมินความเสี่ยงด้านความโดดเดี่ยวของผู้บริโภค และเสนอส่วนลดในการออกไปกินที่ร้านสำหรับคนที่มีความเสี่ยงด้วย
6. กิจกรรมเพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อการอยู่คนเดียว: ขณะที่คนโซลจำนวนมากอาศัยอยู่คนเดียวและมีสถานะโสด และยังมีมุมมองด้านลบต่อสถานภาพของตัวเองที่เป็นอยู่จนยิ่งกลายเป็นความโดดเดี่ยว กรุงโซลจึงจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่นเวทีพูดคุยหรือคอนเสิร์ตที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเหงาและความโดดเดี่ยวของผู้คนให้มองเห็นด้านบวกมากขึ้น
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ Smart 24 Platform ที่มีขึ้นเพื่อจัดการความเหงาของผู้คน ภายใต้งบประมาณสูงลิ่วที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการจัดการปัญหานี้ แต่อย่างไรก็ตาม คนเกาหลีใต้บางส่วนก็มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดนัก เพราะรากฐานปัญหาที่แท้จริงมาจากภาวะการแข่งขันสูงในกรุงโซลรวมถึงการทำงานที่ไร้บาลานซ์ จนทำให้คนไม่มีเวลาในการจัดการความเหงาของตัวเองด้วยซ้ำ และคงบอกได้ยากว่าวิธีเหล่านี้ของกรุงโซลจะช่วยผู้คนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะต้องดูกันไปอีกระยะยาวทีเดียว
อ้างอิง https://www.koreaherald.com/article/3827996 https://asianews.network/loneliness-hits-62-of-solo-households-in-seoul-city-steps-up-care-programs/#:~:text=In%20response%2C%20Seoul%20launched%20a,and%20in%2Dperson%20care%20services.
https://english.seoul.go.kr/koreas-first-anti-loneliness-hotline-goodbye-loneliness-120-surpasses-3000-calls-in-just-six-weeks/