มร. วิลเลียม ซวี กรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของหัวเว่ย กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หัวเว่ยได้เปิดเผยรายงาน GIV ฉบับนี้ จากข้อมูลและการคาดการณ์ถึงอนาคต เราหวังที่จะเผยพิมพ์เขียวของโลกอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป้าหมายของเราคือการวางโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไอซีทีอันหลากหลายให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง และจับมือร่วมกับพันธมิตรของเราเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างเต็มรูปแบบ”
รายงาน GIV 2025 บ่งชี้วิสัยทัศน์ 3 ด้าน :
วิสัยทัศน์ 1: ทุกอย่างสามารถสื่อสาร เชื่อมต่อดีขึ้นและมากขึ้น นำพาทุกอย่างเข้าสู่โลกอัจฉริยะ
ตามรายงาน GIV 2025 โลกอัจฉริยะจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อทุกสิ่งสามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้ ในราวปี 2025 คาดว่าจะมีสมาร์ทดีไวซ์ราว 40,000 ล้านชิ้น และมีการเชื่อมต่อมากถึง 100,000 ล้านครั้งทั่วโลก โดยมีอินเทอร์เน็ตสำหรับอุตสาหกรรมเป็นแหล่งกำเนิดหลักของการเชื่อมต่อจำนวนแสนล้านนี้ ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดจากความสามารถในการสื่อสารของทุกสิ่งอย่างจะถูกหล่อหลอมเข้าในทุกอุตสาหกรรม และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์สำหรับอุตสาหกรรม และรถยนต์อัจฉริยะ
ด้วยการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นและมากขึ้น ปริมาณดาต้าก็จะเติบโตขึ้นหลายเท่าทวีคูณ และจะมาจากวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ ตลาด Cloud VR จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 292,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
รายงาน GIV 2025 ยังได้อธิบายถึงอนาคตข้างหน้า ซึ่งสมาร์ทดีไวซ์และหุ่นยนต์อัจฉริยะจะมีบทบาทมากขึ้น จากการเป็นแค่อุปกรณ์ไปสู่การเป็นผู้ช่วย อัตราการใช้ผู้ช่วยอัจฉริยะจะมีมากถึง 90% ในปี 2025 โดย 12% ของครัวเรือนจะมีหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะใช้ในบ้าน และด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์นำทาง คนตาบอด 39 ล้านคน และผู้มีปัญหาทางสายตาอีก 246 ล้านคนบนโลกใบนี้จะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป