การสำรวจพฤติกรรมการเงินคนรุ่นใหม่ Gen Z ไทย (อายุ 18-30 ปี) โดยวิจัยกรุงศรี เปิดมุมมองใหม่ว่า พฤติกรรมการเงินของ Gen Z ซับซ้อนและมีเหตุผลกว่าที่สังคมคิด โดยทาง BrandAge สรุป 10 พฤติกรรมเด่นที่สะท้อนวิธีคิดและวิธีบริหารเงินของคนกลุ่มนี้ ดังนี้
1. รายได้หลายทาง เพราะกลัวไม่มั่นคง
- 63% มีรายได้ทางเดียว ส่วนใหญ่ได้รับเงินจากงานประจำ
- 34% จากครอบครัว
- 3% ธุรกิจส่วนตัว ฟรีแลนซ์ รวมถึงแหล่งอื่นๆ
- ขณะที่ 4 ใน 10 ของ Gen Z มีรายได้มากกว่า 1 ทาง เพราะกังวลเรื่อง “โดนเลิกจ้าง-ตกงาน”
- แหล่งรายได้เสริมยอดฮิตคือ “ลงทุน ฟรีแลนซ์ พาร์ตไทม์”
- คนที่มีรายได้หลายทาง มักมีอายุ 25 ปีขึ้นไป และกังวลหนี้สูงกว่าคนรายได้ทางเดียว
2. รู้จักออม แต่ “จ่ายก่อน ออมทีหลัง”
- Gen Z ส่วนใหญ่ เมื่อมีรายได้เข้ามาในแต่ละเดือน เลือก “จ่ายบิล” เป็นอันดับแรก
- ผู้หญิงมัก “ออมก่อนใช้” ขณะที่ผู้ชายและ LGBTQ+ จะ “ใช้ก่อนออม”
- ซึ่ง Gen Z ทุกเพศและทุกช่วงวัยจะให้ความสำคัญกับ“การลงทุน” เป็นอันดับสุดท้ายเสมอ
9. “ความรวย” ไม่ใช่เป้าหมายของทุกคน มีเพียง 45% ของ Gen Z ที่มองว่า “รวย = สำเร็จ” โดยเฉพาะกลุ่มวัยเรียนที่ยังอยากรวยเร็ว ขณะที่ 34%รู้สึกเฉยๆ กับแนวคิดดังกล่าว และ 21% ไม่เห็นด้วย
แต่เมื่ออายุมากขึ้น นิยาม “สำเร็จ” จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่น เช่น งานมั่นคง สุขภาพ หรือความสัมพันธ์
10. มนุษย์เงินเดือน Gen Z แบบไหนที่เก็บเงินล้านได้เร็ว Gen Z ผู้มีรายได้ประจำที่มักเก็บเงินเกินล้านได้ก่อนอายุ 35 ปี หรือใช้เวลาออมเงินน้อยกว่า 13 ปี หากเริ่มเก็บออมอายุ 22 ปี มักเป็นผู้ที่มีวินัยทางการเงินสูง กล่าวคือ เป็นกลุ่มที่มักเก็บเงินประมาณ 24% และลงทุน14% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งได้แก่ 58% มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 30,000 บาท
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน Gen Z ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตจะพบว่า กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาถึง 15 ปี ในการบรรลุเป้าออมเงิน 1 ล้านบาท เทียบกับกลุ่มที่ไม่มีหนี้บัตรเครดิตซึ่งใช้เวลาเพียง 11.5 ปี ในการบรรลุเป้าหมายเงินล้าน
ยิ่งขยันทำงาน ยิ่งมีรายได้เสริม ยิ่งเก็บเงินล้านได้เร็วความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานหรือหยิบจับงานอื่นมาทำเสริมแล้วแต่ จะทำให้ Gen Z สามารถเก็บเงินหนึ่งล้านบาทได้เร็วขึ้น ซึ่งสะท้อนข้อค้นพบต่อไปนี้ แบ่งเป็น 3 กรณี
1. ได้เลื่อนตำแหน่งทุก 3 ปี และได้ปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 15% จากการเลื่อนตำแหน่ง แต่จะใช้เวลาเก็บเงินและลงทุนเพียง 10 ปี ในการบรรลุเป้าหมายเก็บเงินหนึ่งล้านบาท เร็วกว่าปกติตั้งแต่ 3 ปี
2. Gen Z ที่ได้เริ่มเก็บเงิน หรือลงทุนแล้ว จะพบว่ามีระยะเวลาเก็บออม หรือลงทุนเพื่อให้มีเงินหนึ่งล้านบาทโดยเฉลี่ยคือ 15 ปี จะพบว่า ในกลุ่มนี้ ผู้มีรายได้ทางเดียวจะใช้เวลาเฉลี่ย 18 ปี กว่าจะบรรลุเป้าเงินล้าน ขณะที่ผู้มีรายได้ 2 ทางขึ้นไปจะใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 12 ปี หรือถ้ามีรายได้มากกว่า 1 ทาง ก็จะสามารถเก็บเงินได้ครบหนึ่งล้านเร็วขึ้นกว่า 1.5 เท่า
3. Gen Z ที่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นทุก 3 ปี อีกทั้งยังมีงานอดิเรกสร้างรายได้ 2 ทางขึ้นไป จะสามารถเก็บเงินได้ภายใน 8 ปีโดยเฉลี่ย ซึ่งนับเป็นระยะเวลาบรรลุเป้าหมายเงินล้านที่เร็วที่สุด
สรุป Gen Z ไม่ได้ “ใช้จ่ายไม่ยั้ง” อย่างที่ถูกมองเสมอไป แต่เป็นรุ่นที่มีความกังวล และระมัดระวัง “บาลานซ์” ระหว่างออม ลงทุน ใช้จ่ายได้ พวกเขามีเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งออมเผื่อฉุกเฉิน ออมเพื่อเที่ยว และลงทุนเพื่อเกษียณ
คำตอบทางการเงินไม่มีตายตัว แต่ Gen Z ส่วนใหญ่มีเป้าหมายเดียวกัน “อยู่อย่างไม่ลำบากในอนาคต แม้ยังอยากสุขตอนนี้”
Source