ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราอาจจะเห็นภาพพี่น้องที่ต่างคนต่างเติบโตและแยกย้ายกันไปแต่งงานและอยู่กันคนละบ้าน เมื่อมีเวลาก็ค่อยกลับไปเจอกันที่บ้านพ่อแม่ แต่ปัจจุบัน ภาพแบบนั้นอาจน้อยลง เพราะคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เริ่มละทิ้งความสนใจในการสร้างครอบครัวจากการแต่งงาน แต่หันมาสร้างครอบครัวที่ขยายออกจากบ้านเดิม กับพี่หรือน้องของตัวเอง
จากผลสำรวจของสถาบัน Bank of America พบว่า เจ้าของบ้านเจนซีกว่า 22% เลือกซื้อบ้านร่วมกับพี่น้อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2024 และ 4% ในปี 2023 ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่ก้าวกระโดดพอสมควร สอดคล้องกับรายงานโปรไฟล์ของผู้ซื้อและผู้ขายบ้านในปี 2024 จาก National Association of Realtors® ที่เผยให้เห็นว่าการซื้อบ้านเพื่อผู้อยู่อาศัยหลายรุ่นในบ้านเดียวกัน คิดเป็น 17% ของการซื้อบ้านทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 14% ในปีก่อนหน้า ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และแสดงให้เห็นว่ากระแสนี้จะยิ่งโตมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากเลือกซื้อบ้านกับพี่น้องแล้ว พวกเขายังเลือกซื้อบ้านที่จริงจังพอจะอยู่ไปจนแก่ด้วย โดยเทรนด์นี้ได้รับอิทธิพลจากทัศนคติของคนเจนซีและรวมถึงเจนวายที่ปฏิเสธแนวคิดแบบเดิมๆ ที่ว่าควรเริ่มจาก ‘starter home’ หรือบ้านหลังเล็กๆ ราคาถูกไปก่อน พอเริ่มหาเงินได้มากขึ้นค่อยขยับขยายไปสู่หลังที่ใหญ่และดีกว่า แต่ผลสำรวจจาก BMO พบว่ากลุ่มคนเจนซีร้อยละ 66 และเจนวายร้อยละ 61 เห็นว่าการซื้อบ้านแบบนี้แล้วค่อยขายเพื่อไปซื้อบ้านที่ดีขึ้นในภายหลังนั้น "ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป" เพราะอัตราดอกเบี้ยจำนองที่สูงลิ่ว จึงทำให้พวกเขาตัดสินใจเช่าบ้านไปก่อน แล้วรอให้อัตราดอกเบี้ยลดลงก่อน ถึงจะตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหญ่ที่ถูกใจไปเลย
“แม้จะเผชิญกับความท้าทาย แต่คนรุ่นใหม่ยังรู้คุณค่าระยะยาวของการเป็นเจ้าของบ้าน และหลายคนก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะมีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้” แมตต์ เวอร์นอน หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภคของ BofA กล่าวในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม “พวกเขากำลังหาวิธีที่สร้างสรรค์มาจ่ายเงินดาวน์และทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาอนาคตทางการเงินของพวกเขา”
ในขณะที่ดรูว์ พาวเวอร์ส ผู้ก่อตั้ง Powers Financial Group ในรัฐอิลลินอยส์ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Newsweek ว่าเทรนด์การซื้อบ้านนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ในเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงด้านวิธีการทำงาน คุณค่าในชีวิต และประสบการณ์ชีวิตของคนรุ่น Gen Z และ Millennials “สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่ออัตราการแต่งงานและอัตราการเกิดด้วย เพราะผู้คนไม่เพียงแต่จะชะลอการซื้อบ้าน แต่ยังทำให้การเริ่มต้นสร้างครอบครัวล่าช้าออกไป” ไม่เพียงเท่านั้น หลายคนอาจตั้งใจที่จะไม่แต่งงานเลยด้วย
อย่างไรก็ตาม การซื้อบ้านร่วมกับคนในครอบครัวไม่ได้หมายความว่าจะต้องข้ามข้อกำหนดทางกฎหมายไป เพราะอย่างไรก็ต้องปฏิบัติต่อกรรมสิทธิ์ร่วมเสมือนคู่แต่งงานที่ซื้อบ้านร่วมกันตั้งแต่วันแรก การซื้ออสังหาริมทรัพย์ร่วมกับพี่น้องเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความมั่นคงร่วมกันในครอบครัวก็จริง แต่จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจร่วมกันทางกฎหมายและความเคารพซึ่งกันและกัน
ไม่เพียงเท่านั้น เทรนด์นี้ยังมีความเสี่ยงอีกว่า หากมีพี่น้องคนไหนอยากออกจากสัญญานี้ เช่นกรณีที่เกิดมีแฟนหรืออยากแต่งงานขึ้นมา ก็จำเป็นต้องหาทางออกร่วมกัน เพื่อรักษาความเป็นพี่น้องไว้ให้ยืนยาว แม้จะตัดสินใจไม่อยู่บ้านเดียวกันแล้วก็ตาม
อ้างอิง1อ้างอิง2อ้างอิง3อ้างอิง4