สินค้าประเภทยาดม ถือเป็น Must Have Item ที่เมื่อค้นในกระเป๋าถือแล้ว อาจจะเจอสินค้าตัวนี้ควบคู่ไปกับสินค้า ตัวอื่นๆ อย่างลิปมัน แต่สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือคนส่วนใหญ่มักจะใช้สินค้าตัวนี้แบบไม่หมดหลอด เพราะมักหายหรือลืม วางไว้จนหาไม่เจอ
โดยครั้งหนึ่งบริษัทวิจัยตลาดชื่อดังอย่าง Nielsen เคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากการสำรวจพบว่า ประชากร ราว 70 ล้านคน ใช้ยาดมอย่างน้อย 10% และใน 1 เดือนใช้อย่างน้อย 2 หลอด
ที่น่าสนใจก็คือสินค้าที่เป็น Must Have Item อย่างยาดมนี้ ไม่ได้ใช้เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าที่คนใน หลายประเทศให้ความนิยม โดยวันนี้ ยาดมบ้านเรากลายเป็นไอเทมเด็ดที่นักท่องเที่ยวมาไทยต้องหอบหิ้วกลับไปเป็นของฝาก อีกด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ แน่นอนว่าส่งผลให้อุตสาหกรรมยาดมของไทย เติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองมาที่พฤติกรรมการใช้ยาดมของคนไทยแล้วพบว่า มีออกมา 2 รูปแบบ รูปแบบแรกจะเป็นพวกที่เรียกว่า “ฮาร์ด ยูสเซอร์” ที่จะมียาดมติดไว้ทั้งในที่ทำงาน ที่บ้าน และในรถยนต์ เป็นกลุ่มที่ใช้เป็นประจำ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้บริโภคที่ จะใช้เมื่อมีอาการ หรือมีความจำเป็นต้องเดินทาง จึงซื้อเผื่อติดตัวไว้ยามที่มีอาการเวียนหัว เมารถ เหนื่อยล้า เครียด

การทำตลาดยาดมจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างแบรนด์เพื่อให้เกิดการจดจำเป็นแบรนด์แรกๆ ขณะเดียวกันเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะต้องทำให้สามารถซื้อได้ง่าย ที่สำคัญสุดก็คือจะทำ อย่างไรให้สินค้าตัวนี้กลายเป็นมากกว่าแค่การสูดดมเพื่อแก้อาการวิงเวียน แต่ต้องเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของ คนไทย
ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันให้แบรนด์ยาดมของตัวเองก้าวเข้าไปเป็น “ไลฟ์สไตล์ โปรดักต์” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ก็คือการใช้กลยุทธ์ Collaboration Marketing ของยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ด้วยการจับมือกับซีรีส์ระดับโลกอย่าง Squid Game ที่ไม่ได้มองแค่การยกระดับแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป้าหมายสำคัญยังอยู่ที่การทำให้แบรนด์เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ก้าวไปสู่การเป็น “ Functional Lifestyle Brand” เพื่อทำให้ ยาดมแบรนด์นี้เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งถ้ามองย้อนไปที่บรรทัดแรกๆ จะเข้าใจว่า ทำไมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ถึงวางเป้าหมายไว้แบบนั้น
นั่นก็เพราะว่า ยาดมถือเป็น Must Have Item ที่หลายคนต้องมีติดตัว ไม่เพียงเท่านั้น ยาดมยังเป็นสินค้าที่คนไทย ใช้ไม่เคยหมดหลอดเพราะหายก่อนทุกครั้ง ทำให้การ Repeat หรือซื้อซ้ำ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย และการทำให้แบรนด์ถูก นึกถึงเป็นแบรนด์แรกๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน
การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในครั้งนี้ สอดรับกับแผนในเรื่องของ การกระจายสินค้าที่บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด เจ้าของยาดมแบรนด์นี้มีการจับมือกับบมจ. ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล” หรือ TMAN ผู้นำธุรกิจเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย เป็นพันธมิตรในรูปแบบของ “Distributor Synergy” ภายใต้การ นำจุดแข็งด้านเครือข่ายจัดจำหน่ายและการวางกลยุทธ์การขายของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด และขับเคลื่อนยอดขายเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
โดยความร่วมมือครั้งนี้ TMAN จะนำความเชี่ยวชาญในเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีระบบโลจิสติกส์ที่ แข็งแกร่ง กระจายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “เซียงเพียว” และ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย SKU ไปยัง ช่องทางร้านขายยาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการกระจายสินค้าเข้าช่องทางร้านค้าโมเดิร์นเทรด ตลอดจนความร่วมมือ ด้านกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ส่วนทีมการตลาดของเบอร์แทรมจะสนับสนุนกิจกรรมการตลาดและสร้างแบรนด์อย่างเข้มข้น โดยวางเป้าหมายจะ เพิ่มอัตราการเข้าถึงตลาด (Penetration Rate) ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดย TMAN มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปี ในวงการเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีศักยภาพการกระจายสินค้าผ่านช่องทางร้านขายยา โรงพยาบาล ร้านค้า โมเดิร์นเทรด และคลินิกกว่า 10,000 แห่ง ภายใต้ทีมขายและทีมการตลาดกว่า 180 ราย
การทำ Collaboration Marketing กับ Netflix Squid Game เปิดตัว “ยาดม สควิด เป๊ป” (Squid Pep Inhaler) ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อต้อนรับการกลับมาของซีรีส์ระดับโลก “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย ซีซั่น 3” จึงเป็นเสมือนการ “คิกออฟ” ที่สำคัญของเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ เลยก็ว่าได้

มีนา (เอี่ยมพิกุล) อัครพงศ์พิศักดิ์ รองประธานบริหารด้านการตลาด บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของความร่วมมือในแคมเปญนี้ มาจากความตั้งใจในการนำพาแบรนด์เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ก้าวข้ามกรอบของการ เป็นแค่ “ยาดม” ไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ ที่สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ได้จริง
โดยมองเห็นว่า Squid Game ไม่ใช่แค่ซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แต่ยังเป็นตัวแทนของความท้าทาย การเอาตัวรอด และการตื่นตัวอยู่เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งส่งต่อความหอมเย็น สดชื่น และตื่นตัวในทันที ผ่านส่วนผสมคุณภาพสูงที่ช่วยรีเฟรชร่างกายและจิตใจ ให้ผู้ใช้พร้อมลุยทุกเกมและไปต่อได้แบบมีคุณภาพ”
“การจับมือกับ Netflix Squid Game ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในหลายมิติ ทั้งด้าน Brand Perception และ Brand Relevance ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ให้ ความสำคัญกับประสบการณ์ ความสร้างสรรค์ และความเชื่อมโยงกับ Pop Culture ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า แบรนด์ยาดมไทยก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมระดับโลกได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะผ่านงาน ดีไซน์ การเล่าเรื่อง หรือคุณภาพผลิตภัณฑ์ เราหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยขยายฐานผู้บริโภคไปสู่แฟนคอนเทนต์ ทั่วโลก และตอกย้ำความเป็น Functional Lifestyle Brand อย่างเต็มตัว”
ในตลาดยาดมนั้น มีโป๊ยเซียนเป็นผู้นำตลาดมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการครองตลาดอย่างเหนียวแน่น ของโป๊ยเซียนนั้น นีลเส็น ประเทศไทยเคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดของยาหม่องและยาหม่องน้ำและยาดม คนไทย จะซื้อเพียงไม่กี่ยี่ห้อ แล้วก็จะเลือกซื้อเพียงยี่ห้อที่มีชื่อเสียงเท่านั้น โดยมีพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภค คือใช้มานานจนติดกลิ่น ตลอดจนการใช้งานแล้วเห็นผล ทำให้ทั้ง 3 สมรภูมิต่างมีผู้นำตลาดที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และครองเบอร์ 1 มาอย่างยาวนาน
ส่วนยาหม่องแบบบาล์มจะมียาหม่องตาถ้วยทองเป็นเบอร์ 1 ขณะที่ยาหม่องน้ำ มีเซียงเพียวครองความเป็นผู้นำ อย่างเหนียวแน่น
การเติมจุดแข็งทั้งในเรื่องของแบรนด์และการจัดจำหน่ายในครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นตัวช่วยในการทำให้เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ก้าวขึ้นมาเป็นอีกแบรนด์ที่ถูกถามหามากขึ้น...