เมื่อการประชุม ไม่ใช่แค่ “เวทีพูดคุย” แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความรู้
ภาคใต้ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหม่ จากงาน The Southern MICE Economic Forum 2025 โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) ภาคใต้ ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลือกเมืองสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่เริ่มต้นของการ “จุดประกาย” แนวคิดใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ ภาควิชาการ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น
งานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจัดประชุม แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในภาคใต้ได้เห็นว่า MICE ไม่ได้หมายถึงเพียง “การจัดอีเวนต์” หรือ “การท่องเที่ยวแบบมีเป้าหมาย” แต่คือ เวทีแห่งโอกาส ที่เชื่อมต่อระหว่าง ความรู้ นวัตกรรม และ พลังของคนในพื้นที่
มอง MICE ใหม่ กับโลกที่เปลี่ยนไป
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แสดงวิสัยทัศน์ในงานครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจว่า
“MICE สำหรับผมคือ ‘อุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์’ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างเกิดขึ้นจริงในประเทศนี้”

ดร.สุวิทย์ เสริมว่า ประเทศไทยต้องเลิกคิดว่า MICE เป็นแค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่ควรเริ่มออกแบบใหม่ให้เป็น Innovation-Driven MICE และ Business-Driven MICE อย่างแท้จริง'
ในโลกที่ “ผันผวน ปั่นป่วน และเปลี่ยนแปลง” ดร.สุวิทย์เล็งเห็นว่าประเทศไทยสามารถยืนในจุดแข็งของตัวเอง ทั้งในแง่ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำเลที่ตั้ง และทรัพยากรเชิงธรรมชาติ แล้วผลักดันให้ MICE ไทยกลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค
ภาคใต้กับโอกาสครั้งใหม่: จากเวทีสู่การขับเคลื่อนพื้นที่
พัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ มองเห็นชัดเจนถึงศักยภาพของพื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมือง MICE ของประเทศ โดยเน้นว่า TCEB จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมต่อ “MICE + ความรู้ + ธุรกิจท้องถิ่น” ให้เกิดการเติบโตแบบองค์รวม

“อุตสาหกรรมในท้องถิ่นจะสามารถใช้ MICE เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ยกตัวอย่างธุรกิจท้องถิ่นในสุราษฎร์ธานี มีรากฐานแน่น ไม่ว่าจะเป็นประมง ยางพารา ปาล์ม หรือเกษตร
MICE จะเป็นแรงเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้ต่อยอดขึ้นสู่เวทีที่กว้างกว่าเดิม อาจได้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการสร้างเครือข่ายคู่ค้าใหม่ ๆ และเข้าใจบริบทของโลกมากขึ้น”
การจัดประชุมและนิทรรศการจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรม แต่เป็น “เครื่องมือ” เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้โลกใหม่ รู้จักแนวคิดใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือ ได้เชื่อมโยงกันในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
เสียงที่สะท้อนกลับมา: แรงบันดาลใจที่เริ่มขยับ
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้ และเมื่อเวทีปิด คนที่เข้าร่วมงานกลับไม่ได้แค่เดินออกไปพร้อมแฟ้มงาน แต่ยังออกไปพร้อมกับ “ความคิดใหม่” ที่อยากนำกลับไปสานต่อในพื้นที่ของตัวเอง
ธณยศ จันทมะลิ จากสมาคมท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า “เวทีนี้ช่วยให้ชุมชนมองเห็นศักยภาพของตัวเองในมุมใหม่ และชัดเจนขึ้นว่า MICE ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย หากนำมาผสานกับกิจกรรมท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถเปลี่ยนงานประชุมให้กลายเป็นการกระจายรายได้ที่ยั่งยืน”
ในขณะที่ ตริณ พงษ์เภตรา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ำว่า “Soft Power” ไม่ใช่คำหรูที่อยู่แต่ในเมืองใหญ่ หากสุราษฎร์ธานี รู้จักวางจุดขาย และใช้เวทีแบบนี้พัฒนาภาพลักษณ์ตัวเอง คนในท้องถิ่นก็จะกลายเป็นเจ้าของแบรนด์ที่แท้จริง

ไม่เพียงแต่ภาคเอกชน ภาควิชาการ อย่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ก็รับลูกทันที โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุชาดา ทิพย์มนตรี ประกาศถึงความร่วมมือใหม่กับภาคอุตสาหกรรม ที่จะเกิดขึ้นภายใต้งาน Forum ของมหาวิทยาลัยในเดือนสิงหาคม เพื่อสร้างพื้นที่ต่อยอดความรู้และนวัตกรรมจากเวทีนี้สู่การปฏิบัติจริง
“การจัดอีเวนต์เป็นแค่ ‘ปลายทาง’ ที่สำคัญกว่าคือเราจะเตรียมคน เตรียมความรู้ และเตรียมวิธีคิดให้พร้อมก่อนถึงวันนั้น”
สุดท้าย กฤษณี ศรีษะทิน จากสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (TICA) มองว่างานในครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการ “ขยับพร้อมกัน” ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน
“งานในครั้งนี้ คือ การกระตุ้นแบบมีเป้าหมาย ที่จะทำให้ MICE เติบโตทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ ประสบการณ์ของนักเดินทาง และความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่”
เวทีที่เปลี่ยนมุมมอง สู่ภูมิภาคที่พร้อมเติบโต
The Southern MICE Economic Forum 2025 อาจจบลงใน 1 วัน แต่ เมล็ดพันธุ์ของความเข้าใจใหม่ การร่วมมือใหม่ และการเปลี่ยนมุมมองต่อ MICE ได้เริ่มลงรากในภาคใต้เรียบร้อยแล้ว
สุราษฎร์ธานีไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” ที่พร้อมเติบโตในเศรษฐกิจใหม่ ด้วยพลังของความรู้ ความร่วมมือ และความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ
เพราะ “MICE” ไม่ใช่แค่เวทีของนักธุรกิจ แต่คือเวทีของ คนทุกคน ที่อยากเห็นพื้นที่ของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
