Mr.Possible
เชื่อว่าทุกคนจะเห็นภาพการเติบโตของ PT ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างชัดเจนมากขึ้น หากเราย้อนกลับไปดู Success Story ของ PT นับจากวันที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง คราวนั้น PT ต้องแบกหนี้กว่า 3,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากค่าเงินบาทลอยตัว แทนที่จะหยุดกิจการ คุณพิทักษ์ หัวเรือใหญ่แห่ง PT ยืนยันที่จะจ่ายหนี้
10 ปีต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย PT ไม่รอช้าหลังเห็นเป็นโอกาสที่จะขยายสถานีให้บริการน้ำมันด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง เจาะตลาด Blue Ocean ประกอบกับทำขนส่งน้ำมันเองโดยไม่ผ่านเอาท์ซอร์ส ซึ่งการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพนี้ทำให้ PT มีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี กระทั่งสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2556
“หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ แต่สำหรับ PT มีวันนี้เพราะน้องๆ ให้ พนักงานในองค์กรของเรามีน้ำหนึ่งใจเดียวกันตั้งแต่เจอวิกฤตปี 2540 เราลำบากมาด้วยกันเกือบ 10 ปี ไม่มีคำว่าปรับเงินเดือนหรือโบนัส แต่พอองค์กรเริ่มดีขึ้น คนแรกที่เรานึกถึงคือพนักงาน”
การใช้หัวใจดูแลพนักงาน ไม่เพียงแต่ทำให้ PT มัดใจคนในองค์กรได้เท่านั้น แต่การเป็น Underdog ยังปลุกให้ทุกคนมีหัวใจของความเป็นนักสู้และทำทุกอย่างให้เป็นไปได้
“PT มาถึงจุดนี้ได้เพราะเรามีความกระหายในความสำเร็จและความมุ่งมั่น เรามีทัศนคติของการมองความยากลำบาก ความเสี่ยงหรืออะไรที่เป็นไปไม่ได้ คือความท้าทาย และเป็นโอกาสเสมอ ผมคิดว่าความเล็กไม่ได้เป็นข้อจำกัดถึงเราจะขาดแคลนทรัพยากรแต่เราไม่ได้ขาดแคลนความทะเยอทะยาน”
From Follower to Challenger
ประสบการณ์ในอดีตถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่า และยังทำให้คุณพิทักษ์นำประโยค “Only the paranoid survive” มาเป็นคติประจำใจในการทำงานสร้างภูมิคุ้มกันองค์กรโดยDiversify ธุรกิจตั้งแต่ปี 2558 ผ่าน Non-Oil อย่างร้านกาแฟพันธุ์ไทยและคอนวีเนียนสโตร์ Max Mart ประกอบกับโมเดลการขยายธุรกิจเป็น COCO รักษาสัดส่วนแฟรนไชส์ไม่เกิน 15-20% ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร และสามารถควบคุมมาตรฐานทุกสาขาให้อยู่ในระดับเดียวกันจนเริ่มออกดอกผลเมื่อบัตร PT Max Card ลอยัลตี้โปรแกรมที่ PT เรียกว่า Maxitizen ในวันนี้มีสมาชิกเกือบ 17 ล้านราย จำนวนมากที่สุดในประเทศ
เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้จำนวนสมาชิกบัตร PT Max Card เติบโตอย่างรวดเร็ว มาจากโมเดลCOCO ที่ทำให้ PT บริหารงานได้ดีกว่าและมีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
“เพราะปั๊มน้ำมันของเราเป็นระบบพนักงานของบริษัททุกคนมีเป้าหมายการทำงาน นอกจากนี้เรายังรับสมัครสมาชิกบัตร PT Max Card จากร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ Max Mart คอนวีเนียนสโตร์ในปั๊มPT โดยไม่ต้องเติมน้ำมันก็ได้ ทำให้เรามีฐานสมาชิกที่กว้างกว่าและเร็วกว่า แม้ว่าวันนี้หลายค่ายจะเดินกลยุทธ์เปิดกว้างการรับสมัครทุกช่องทางตามเราก็ไล่ไม่ทันแล้วและเร็วๆ นี้กำลังเปิดให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Wallet”
การมีฐานข้อมูลจำนวนมากกำลังจะสร้างจุดเปลี่ยนให้กับ PT อีกครั้ง เพราะในยุค Data is the new oil. กลายเป็นAsset ใหม่ที่เปิดทางให้ PT พลิกบทบาทจาก Oil & Gas Station มาเป็น Service Station รองรับจำนวน Maxtizen ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านรายในอีก 5 ปีข้างหน้า
“2 ปีที่แล้วเรามีการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ว่าเราทำยังไงให้คนไทยเข้าถึงชีวิตที่อยู่ดีมีสุขในชีวิตซึ่งเราคิดว่าการเป็น Service Station ของ PT จะเชื่อมโยงให้ทุกคน “อยู่ดีมีสุข” ในทุกๆ ด้านของช่วงชีวิต ร่วมสร้างโอกาสการเติบโตกับพันธมิตรและชุมชน ทั้งด้านธุรกิจพลังงานและขยายสู่บริการรอบด้านอย่างครบวงจร เพื่อเติมเต็มความสุขและสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของทุกคน”
Organizational Transformation
เพื่อบรรลุไปสู่เป้าหมายการเป็น Service Station PT จึงปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ใน 3 ด้านด้วยกัน นั่นคือ Business Transformation, Digital & Innovation Transformationและ People Transformation
สร้าง New S-Curveจากธุรกิจ Non-Oil ที่ไม่ได้มีแค่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยและ Max Mart เท่านั้น แต่ยังเติมธุรกิจบริการอื่นๆ เข้าไปในปั๊มน้ำมัน เพื่อเติมเต็มความต้องการของนักเดินทางอาทิ Coffee World, Autobacs, ก๊วยเตี๋ยวเรือร่าเริง และอื่นๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้ามาอีกในอนาคต โดยตั้งเป้าในอนาคตให้ธุรกิจน้ำมันมีสัดส่วนแค่ 40% ที่เหลือเป็น Non-Oil และอนาคตธุรกิจเกิดใหม่ของ PT จะไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน เราจะสร้างธุรกิจใหม่ที่สร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับผู้คนที่ผ่านเข้ามาในระบบนิเวศน์วิทยาหรือ Ecosystem ของ PT
แน่นอนว่าการเป็น Service Station ยังสอดคล้องกับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงานจากรถยนต์สันดาปมาสู่รถไฟฟ้าด้วย ซึ่ง PT เตรียมการมานานหลายปีแล้วและเริ่มเปิดตัวธุรกิจจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ในปั๊มน้ำมัน PT เป็นครั้งแรกโดยลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้บริการใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี นครสวรรค์ ชลบุรีและนนทบุรี และจะเพิ่มเป็น 30 ปั๊มภายในไตรมาสแรกของปีหน้า โดย Only the paranoid survive. ถูกนำมาใช้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีพลังงานนี้อีกครั้ง
“ตลาดรถ EV แจ้งเกิดในเมืองไทยหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มียอดจองระดับหลักหมื่นคัน ถือว่ายังไม่แรงแต่เราก็ไม่ประมาทและคิดแบบ Worst case scenario ไว้ก่อน โดยวางแผนการทำงานเพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้าในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2575 แบ่งออกเป็น 3 เฟส ปีที่ 1-3 เฟสที่ 1 เราตั้งเป้าที่จะมีปั๊มหัวจ่าย EV15% ปีที่ 4-6 เฟสที่ 2 มี 50% และเฟสสุดท้ายอยู่ในปีที่ 7-10 มีครบ 100% แม้ว่าหลายฝ่ายจะมีการคาดการณ์ว่าปีในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนการใช้รถไฟฟ้า 30% ก็ไม่เป็นไร เพราะถึงตอนนั้น PT ก็มีปั๊มน้ำมันรองรับ 50% นำหน้าตลาดไปแล้ว”
- Digital & Innovation Transformation
เริ่มออกแบบพื้นที่การทำงานแบบ Agile เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน และทำโปรเจ็กท์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรวดเร็วรวมถึงปรับพื้นที่การทำงานทั้งหมดให้เป็น Digitize รองรับการนำการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร (Technology Adoption)มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลิตผล (Productivity) และประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมก้าวสู่การเป็น Data Driven Organization สนับสนุนให้ทุกBusiness Unitที่อยู่ในส่วนทั้ง Frontline และ Back Office นำข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน และวิเคราะห์เพื่อรู้จัก รู้ใจ ใกล้ชิดลูกค้า