จุดเริ่มต้นของสมุนไพรอภัยภูเบศรนั้น มาจากการเป็นยารักษาในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะพัฒนามาเป็นสินค้าสินค้าคอนซูเมอร์ที่มีจุดขาย คือ ทำจากสมุนไพรแท้ 100%
ที่สำคัญรูปแบบธุรกิจของอภัยภูเบศรนั้นใช้หลักการดำเนินธุรกิจแบบ Social Enterprise หรือกิจการเพื่อสังคม ผ่านมูลนิธิอภัยภูเบศร
อภัยภูเบศร ถือเป็นต้นแบบกิจการเพื่อสังคมของบ้านเราที่สามารถหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาการสร้างธุรกิจที่องค์กรต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้อย่างลงตัว
ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทีมงานมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้างานประชาสัมพันธ์และการตลาด มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่จะมาอธิบายเรื่องราวและหัวใจของความสำเร็จของอภัยภูเบศรให้ฟัง
BrandAge : จุดเริ่มต้นของสมุนไพรอภัยภูเบศร
ภญ.ผกากรอง : เราเริ่มธุรกิจจากการเป็นแผนกในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในส่วนยาสมุนไพรด้วยการเข้าไปส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชน สิ่งที่เรารับรู้คือชาวบ้านรู้จักสมุนไพร แต่ไม่ค่อยใช้เพราะไม่มีความเชื่อมั่น
30 ปีที่แล้วเริ่มมีโรงพยาบาลให้บริการทั่วประเทศ เวลาคนเจ็บป่วยก็จะคิดถึงโรงพยาบาล เราจึงเปลี่ยนกลยุทธ์มาผลิตยาด้วยการเอาสมุนไพรมาสกัดในรูปแบบยาแผนปัจจุบัน รวมถึงมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลก่อนขยายธุรกิจมายังสินค้าคอนซูเมอร์อย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ
ครั้งนั้น ทางรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้คนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้มีการจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน ผ่านการสอนชาวบ้านนวดแผนไทย และสอนชาวบ้านทำสินค้าสมุนไพรพื้นฐาน
ต่อมาเรามีการผลิตสินค้ามากขึ้น จนไม่สามารถอยู่ในรูปแบบของโรงพยาบาลได้ จึงมีการตั้งมูลนิธิอภัยภูเบศรขึ้นมา มีโรงพยาบาลเป็นผู้ถือหุ้นหลัก แต่ใช้การบริหารจัดการแบบเอกชน มีการทำการตลาดเต็มรูปแบบ โดยรายได้ 70% ให้โรงพยาบาล 30% ที่เหลือนำมาใช้หมุนเวียนในมูลนิธิ