แม้ประเทศไทยจะมีคาแรกเตอร์และมาสคอตมากมาย ทั้งจากครีเอเตอร์อิสระ แบรนด์สินค้า ไปจนถึงหน่วยงานรัฐ แต่ที่ผ่านมา พวกเขามักถูกใช้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริมในงานอีเวนต์ มากกว่าจะถูกยกให้เป็น “ตัวเอก” ในสายตาสาธารณะ การขาดพื้นที่เฉพาะทำให้คาแรกเตอร์ไทยเติบโตได้เพียงในวงจำกัด ไม่สามารถสร้างอิทธิพลเชิงวัฒนธรรมหรือ Soft Power ได้เหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลี “Character FestivalThailand ครั้งที่ 1” จึงมีความหมายมากกว่าการรวมตัวคาแรกเตอร์กว่า 100 ตัว แต่มันคือการปิดช่องว่างที่มีมานาน และเป็นครั้งแรกที่เหล่ามาสคอตไทยได้ขึ้นเวทีในฐานะ “สินทรัพย์วัฒนธรรม” อย่างแท้จริง
ซึ่ง Character Festival Thailand เป็นมหกรรมรวมพลคาแรกเตอร์ไทยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ภายใต้คอนเซปต์สนุกสุดสร้างสรรค์ “งานวัดวาคาแรกเตอร์ไทย” ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนครื้นเครง สัมผัสความน่ารัก ความเท่ และเสน่ห์เฉพาะตัวของเหล่าคาแรกเตอร์ไทยขวัญใจทุกเจเนอเรชั่นอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนในความทรงจำ หรือคาแรกเตอร์รุ่นใหม่ที่กำลังโด่งดัง งานนี้ได้รวมมาไว้ในที่เดียวอย่างคับคั่ง! ตลอด 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 14–17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ (บริเวณ Central Court, Eden 1 และ Beacon 2 ชั้น 1)

หากมองหากรณีศึกษาที่ทรงพลังที่สุดในโลกของมาสคอต “คุมะมง” (Kumamon) ข้าราชการหมีประจำจังหวัดคุมะโมะโตะ ประเทศญี่ปุ่น คือชื่อที่ต้องพูดถึง เปิดตัวเมื่อปี 2010 เพื่อโปรโมตจังหวัดหลังการเปิดเส้นทางรถไฟชินคันเซ็นสายคิวชู แต่เบื้องหลังความน่ารักคือยุทธศาสตร์การสร้างแบรนด์ที่รัดกุม และเรื่องราวบุคลิกที่ชัดเจนจนคนรู้สึกผูกพัน
แล้วความผูกพันจะสร้างได้ยังไง? ทางจังหวัดอนุญาตให้ชาวคุมะโมะโตะใช้คุมะมงเพื่อโปรโมทธุรกิจได้ฟรี คนนอกก็ใช้ได้ แต่เงื่อนไขก็คือต้องใช้วัตถุดิบจากจังหวัดคุมะโมะโตะ เช่น ป๊อกกี้รสส้มจากคุมะโมะโตะ เพื่อให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานต่าง ๆ นำไปขยายการรับรู้ ผลลัพธ์คือคุมะมงกลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัยของญี่ปุ่น สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สินค้า และลิขสิทธิ์รวมกันกว่า 390 พันล้านเยนภายในไม่กี่ปี ตัวเลขดังกล่าวได้พิสูจน์ว่ามาสคอตสามารถเป็น “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” ได้จริง ๆ

มากไปกว่านั้น คุมะมงยังฉีกภาพลักษณ์มาสคอตแบบเดิม ๆ เพื่อสร้างการจดจำ มาสคอตทั่วไปมักโบกมือเฉย ๆ แต่คุมะมงทำทุกอย่างให้เห็นว่าคุมะโมะโตะมีกิจกรรมมากมาย ทั้งกระโดดลงบ่อน้ำพุร้อน บันจี้จั้มพ์ แข่งทำแป้งโมจิ เก็บส้มช่วยชาวสวน พร้อมทำหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายความสุข ทำ MV เพลงโปรโมตจังหวัด คลิปออกกำลังกาย แวะเยี่ยมชาวบ้าน และเดินสายทำความรู้จักเพื่อนใหม่ทั่วเกาะญี่ปุ่น จนกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และช่วยให้เป้าหมายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของคุมะโมะโตะใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้น
เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว จะพบว่า Character Festival Thailand และคุมะมงต่างมีจุดร่วมสำคัญ คือการสร้างเวทีที่ให้คาแรกเตอร์เป็นพระเอก เป็นสะพานเชื่อมภาครัฐ เอกชน และครีเอเตอร์เข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว และกระจายการรับรู้ไปสู่สาธารณะอย่างรวดเร็ว ซึ่งกว่าจะมาเป็นคุมะมงอย่างทุกวันนี้ ก็ต้องผ่าน Yuru Kyara Grand Prix เวทีการประกวดมาสคอตจากจังหวัดต่าง ๆ ดูแล้วก็คล้าย ๆ กับ Character Festival Thailand
แต่ความแตกต่างก็มีให้เห็น เพราะการเกิดขึ้นของคุมะมงมีเป้าหมายชัดเจน ขณะที่คาแรกเตอร์ไทยมาจากหลากหลายเจ้าของและเป้าหมาย ยังไม่มีโครงสร้างกลางที่จะบูรณาการให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งคุมะมงปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอในสื่อต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ขณะที่คาแรกเตอร์ไทยมักโผล่มาเฉพาะในช่วงแคมเปญหรือเทศกาล เต้นตามงาน Expo ต่าง ๆ เท่านั้น

ดังนั้น ถ้าอยากให้ Character Fest Thailand ไม่ใช่แค่ “ออกงานแฟร์ปีละครั้ง” แต่เป็นจุดเริ่มของปรากฏการณ์ระดับโลก ไทยต้องทำ 3 เรื่องนี้ให้ได้
- สร้างเจ้าภาพและโครงสร้างดูแลระยะยาว มีองค์กรหรือเครือข่ายกลางที่กำหนดทิศทางและดูแลภาพลักษณ์คาแรกเตอร์ไทย
- เล่าเรื่องต่อเนื่อง ให้คาแรกเตอร์มี “ชีวิต” ทั้งในสื่อ โซเชียล เกม หรือคอนเทนต์อื่น ๆ ไม่หายไปจนกว่าจะถึงงานปีหน้า
- เปิดการใช้เชิงพาณิชย์อย่างมีกติกา เพื่อให้ภาคธุรกิจนำไปต่อยอด เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขยายฐานแฟนคลับ
จึงสามารถกล่าวได้ว่า Character Fest Thailand คือก้าวแรกที่ทำให้มาสคอตไทยได้ลุกขึ้นมายืนบนเวทีของตัวเอง แต่ก้าวต่อไปจะยากกว่า เพราะต้องหาทางสร้างระบบที่ทำให้คาแรกเตอร์เหล่านี้มีชีวิตนอกงาน มีพื้นที่ในใจผู้คน และสามารถเปลี่ยนจากคนใส่ชุดหมี ไปเป็นสินทรัพย์ Soft Power ระดับชาติ เหมือนที่หมีคุมะมงเคยทำสำเร็จ
นางสาวพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป เผยถึงเบื้องหลังไอเดียการจัดงาน Character Fest Thailand ครั้งที่ 1 ว่า “ที่ผ่านมาคาแรกเตอร์ของไทยมักจะปรากฏตัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในงานต่างๆ ทั้งงานของเล่น การเงิน หรืองานหนังสือ แต่ไม่มีงานไหนถูกจัดขึ้นมาเพื่อคาแรกเตอร์เหล่านี้โดยเฉพาะ และมีพื้นที่ให้คาแรกเตอร์ได้เป็นตัวเด่นที่สุด ทำให้คาแรกเตอร์ไทยไม่ได้มีโอกาส ในการแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้ทุกคนได้เห็น”
“ในฐานะที่วิธิตากรุ๊ปอยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมากว่า 50 ปีทำให้เล็งเห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของตัวการ์ตูน และคาแรกเตอร์ไทย ในการรวมตัวกันเพื่อสร้างพลังและรอยยิ้มให้คนไทยได้ จึงเกิดไอเดียจัดงาน Character Fest Thailand ครั้งที่ 1 ขึ้น เพื่อหวังสนับสนุนวงการคาแรกเตอร์ไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดัน Soft Power ให้กับประเทศ ซึ่งถือเป็นงานแรกที่เปิดพื้นที่ให้คาแรกเตอร์แบรนด์ไทยได้มารวมตัวกันทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทำให้คาแรกเตอร์มีชีวิตชีวาได้ใกล้ชิดกับผู้คนและเป็นมนุษย์มากกว่าที่เคย”

Character Fest Thailand ครั้งที่ 1 จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ "งานวัดวาคาแรกเตอร์ไทย" ที่จะพาเข้าสู่โลกแห่งความสนุกสนาน และสร้างสรรค์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยภายในงานจะได้พบกับเหล่าคาแรกเตอร์ชื่อดังมากมายที่จะมาประชันความสวยหล่อในชุดธีมงานวัด พร้อมกิจกรรมและโซนต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจผู้เข้าร่วมชมทุกเพศทุกวัย ดังนี้ :
โซน Character Funfair : ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงบนเวทีงานวัด และกิจกรรมสุดพิเศษจากเหล่าคาแรกเตอร์ ที่จะชวนทุกคนมาร่วมสนุกไปด้วยกันกับเกมงานวัดที่คุ้นเคยในรูปแบบใหม่ให้ได้พิชิต อาทิ เกมคีบตุ๊กตา เกมยิงตุ๊กตา เกมจับไข่ เกมขดลวดไฟฟ้า เกมโยนลูกบอล และเกมค้อนทุบวัดพลัง พร้อมรับของที่ระลึกจากทั้งขายหัวเราะ และแบรนด์ต่างๆ อีกมากมาย
พิเศษสุด! ครั้งแรกในประเทศไทยกับการรวมตัวของเหล่าคาแรกเตอร์ที่จะมาร่วมกันเดินขบวนพาเหรดที่ยาวที่สุด พร้อมเรียก เสียงหัวเราะและสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนในงาน อีกทั้งยังมีกิจกรรมแจกลายเซ็นและได้พบปะพูดคุยแบบใกล้ชิดกับเหล่าคาแรกเตอร์อีกด้วย
โซน Character Legacy : ดำดิ่งสู่โลกแห่งตำนานความฮาแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน! กับครั้งแรกที่เหล่าคาแรกเตอร์จะเปิดบ้านให้ทุกคน ได้เยี่ยมชมพื้นที่สุดหวง แบบคลุกวงในสุดๆ อาทิ บ้าน บ.ก.วิติ๊ด จุดกำเนิดตำนานความฮาที่นำเอาความทรงจำต่างๆ มารวบรวมไว้ เช่น ความฮาภาพแรก เป็นประวัติของขายหัวเราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่รับรองว่าจะได้รู้ลึกรู้จริงถึงเบื้องหลังความป่วนที่สร้างรอยยิ้มให้คนไทยมานานแสนนาน! บ้านของผองเพื่อนขายหัวเราะที่คุ้นเคย บ้านเพื่อนๆ จากแบรนด์ดังสุดคูลไม่ว่าจะเป็นGodji’s City จาก ปตท., บูท Vithita, บูทโก๋แก่, บูท GMMTV และบูท Sigma Nova ที่ขนความสนุกและของรางวัลมาเพียบ!
แต่ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น! มาวัดดวงกับกิจกรรม “เซียมซีพ่อหมอปังปอนด์” หรือใครชอบความตื่นเต้น ต้องลอง "บ้านผีหัวเราะ" บ้านผีสิงสไตล์ขายหัวเราะ ที่รวบรวมผีไทยดุ Top 10 มาหลอกหลอน...แต่รับรองว่าผีที่นี่จะมาพร้อมความน่ารักและรอยยิ้ม และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือการถ่ายรูปเช็กอินกับแลนด์มาร์กสุดอลังการ ‘ม้าหมุนม่วนจอย’ ขนาดยักษ์! ที่คุณจะได้เฮฮาไปกับคาแรกเตอร์ตัวโปรด หมุนวนไปกับเสียงหัวเราะ และเก็บภาพความประทับใจลงโซเชียลมีเดีย
โซน Character Market : ย่านรวมของเด็ดจากคาแรกเตอร์ฝีมือศิลปินทั่วประเทศ ที่ทุกคาแรกเตอร์จะได้ออกมาโชว์ของในแบบที่ไม่เคยได้ทำที่ไหนมาก่อน ผ่านการผสมผสานธีมงานวัดวาคาแรกเตอร์ไทยในบรรยากาศที่ทั้งสนุกสนานและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ จากเหล่าไทยครีเอเตอร์ และเหล่าครีเอเตอร์จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เช่น ปาป้า-ทูทู่ รวมถึงคาแรกเตอร์ชื่อดังอื่นๆ เช่น นัดเป็ด, นวล, ชีวิตงงๆ ของแจนนี่, แมวน่าเบื่อเพื่อนรัก และอีกมากมาย
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ไม่ควรพลาด! ไม่ว่าจะเป็น Live Drawing , บริการวาดคาแรกเตอร์ส่วนตัวจากศิลปิน ที่จะเนรมิตตัวคุณให้กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารัก และที่สำคัญคือโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับศิลปินผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ชื่อดัง เพื่อรับแรงบันดาลใจ และผลักดันวงการคาแรกเตอร์ไทยให้ก้าวหน้า