ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลว่านักช้อปไทยครองแชมป์จับจ่ายออนไลน์ต่อสัปดาห์สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกมากถึง 68.2% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 56.1%(อ้างอิง Digital 2025 July Global Statshot Report) โดยตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีผู้บริโภคประมาณ 43.5 ล้านคน เป็นกลุ่ม Gen Z และ Gen Yจำนวน 62% และกลุ่ม Gen X จำนวน 33% ของตลาด
ลาซาด้า ยังมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ทุกเจนหันมาช้อปออนไลน์เป็นหลัก สะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นในทุกการใช้จ่าย การตัดสินใจซื้อสินค้าจึงเป็นไปอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาความคุ้มค่าที่มากกว่าราคา แต่ให้ความ สำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ที่ไว้วางใจได้ เห็นได้ชัดจากเทรนด์การเติบโตของยอดคำสั่งซื้อบน LazMallแหล่งรวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำของลาซาด้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 22% ตั้งแต่ต้นปี 2568
ลาซาด้า จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยการสร้างประสบการณ์การช้อประดับพรีเมียม และการเป็นศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำครอบคลุมทุกหมวดหมู่ เสริมด้วยประสบการณ์การช้อปที่เหนือกว่า พร้อมมุ่งพัฒนาแคมเปญจากข้อมูลเชิงลึกตอบสนองผู้บริโภคอย่างแท้จริง อีกทั้งยังลงทุนต่อเนื่องในเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตให้แข็งแกร่งในระยะยาว สร้างคุณค่าให้ทั้งนักช้อป ผู้ประกอบการ ระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนเศรษฐกิจไทยโดยรวมให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องและเป็นตลาดที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดในภูมิภาค โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโตถึง 21.7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคถึง 12% โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตแตะ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 (จากเดิมในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท)ซึ่ง 67% ของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ถูกขับเคลื่อนโดย E-Marketplace
“เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ ลาซาด้าในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจึงพร้อมบุกเบิกทิศทางและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมด้วยแนวคิด Next-Level eCommerce มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์การช้อปแบบพรีเมียม ชูจุดแข็งด้านสินค้าแบรนด์และบริการคุณภาพ ซึ่งเป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่าที่นักช้อปไทยมองหา เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันเรายังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยเพื่อความแข็งแกร่งในระยะยาว”
สำหรับการเติบโตของลาซาด้าปีนี้ มองเห็นการเติบโตในกลุ่มสินค้าพรีเมียมอย่างชัดเจน โดยมียอดคำสั่งซื้อบนLazMall เพิ่มขึ้นกว่า 22% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว) มีนักช้อปซื้อของบน LazMall เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 1,000 บาทต่อตะกร้า และยอดการจับจ่ายต่อคำสั่งซื้อทั้งแพลตฟอร์มในช่วงแคมเปญเพิ่มสูงขึ้นกว่า 15% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว)
โดยลาซาด้ามุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ให้นักช้อปไทยมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มและมองหาความคุ้มค่าในทุกๆ การช้อปโดยมีตัวเลขระบุว่า ปีนี้นักช้อปชาวไทยใช้เวลาเล่น LazGames มากกว่า 4,500 ล้านนาที จำนวนผู้เล่นเกมต่อวันเพิ่มขึ้น 25%มีการเก็บ LazCoins ไปแล้วกว่า 21,000 ล้านเหรียญ และมีการแลกรับส่วนลดกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งการเช็คอินรายวันช่วยจูงใจให้เกิดใช้งานแอปและสะสมเหรียญ ช่วยเพิ่มการรักษาลูกค้าและการซื้อซ้ำ โดย 50% ของคำสั่งซื้อในช่วงแคมเปญ มีการใช้คูปองหลายต่อทั้งคูปองส่งฟรี ร่วมกับคูปองส่วนลด

ดัน 3 กลยุทธ์ สร้างประสบการณ์พรีเมียม
การเดินหน้ายกระดับมาตรฐานวงการอีคอมเมิร์ซของลาซาด้า คือการพัฒนาแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นในเรื่องความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคไทย มีเทคโนโลยี AI เป็นตัวเชื่อมต่อการยกระดับประสบการณ์ให้กับทั้งผู้ซื้อ แบรนด์ และผู้ขาย โดยโฟกัสใน 3 ด้านหลัก คือ
1. คัดสรรสินค้าคุณภาพครบทุกหมวดหมู่ (High-Quality Assortment)ผ่านการนำเสนอสินค้าแบรนด์แท้ 100% ตลอดจนสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ลาซาด้า ผ่าน LazMallและ LazMall Luxury ศูนย์รวมร้านค้าทางการของแบรนด์ชั้นนำที่มีมากกว่า 32,000 แบรนด์ทั่วทั้งภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายด้วยหมวดหมู่ขายดีอย่าง LazBEAUTY, LazLOOK และ Lazada Electronics
ล่าสุด ลาซาด้าเสริมทัพด้านสินค้า นำร่องโมเดลค้าส่งสำหรับลูกค้าธุรกิจ (B2B) ตอบโจทย์ความต้องการผู้ประกอบการด้วยสินค้ากว่า 15,000 รายการ ในหมวดหมู่เกษตรกรรม อุปกรณ์ประปา และอุปกรณ์ไฟฟ้า
2. สร้างประสบการณ์การช้อปที่เหนือกว่า (High-Quality Experience) สร้างความมั่นใจให้กับนักช้อปพร้อมยกระดับประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกมิติ อาทิ 4 การันตีจาก LazMall (การันตีสินค้าแบรนด์แท้ 100% จัดส่งตรงเวลา คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว และการันตีสต๊อกพร้อม) โปรแกรมส่งเร็วพิเศษ Priority Delivery 24 Hours สั่งซื้อสินค้าภายในเที่ยง ได้รับสินค้าในวันถัดไป บริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อประสบการณ์การช้อปไร้รอยต่อ และโปรแกรมเก่าแลกใหม่ อัปเกรดรุ่นในหมวดโทรศัพท์มือถือ และประกันสินค้าในประเภทต่างๆ
ลาซาด้ายังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อนำเสนอประสบการณ์การช้อปที่ราบรื่นและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Lazzie แชตบอตอัจฉริยะผู้ช่วยแนะนำสินค้าที่ตรงใจ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสการมองเห็นให้กับร้านค้า นอกจากนี้ยังเตรียมส่งบริการใหม่ Lazada Membership ระบบสมาชิกสะสมคะแนนเพื่อมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักช้อป โดยในช่วงแคมเปญ 6.6 มีผู้ใช้งาน Lazzie ถึง 4 ล้านคน
3. ดึงอินไซต์สร้างอิมแพ็กผ่านแคมเปญคุณภาพ (High-Quality Campaign) มีข้อมูลอินไซต์ที่ชี้ว่ากว่า 50% ของยอดขายบนแพลตฟอร์มมาจากแคมเปญ ลาซาด้าจึงเดินหน้าสร้างสรรค์แคมเปญหลากหลายรูปแบบตลอดทั้งปี โดยไม่เพียงทุ่มงบเพิ่มคูปองส่วนลดเอาใจนักช้อปในช่วงแคมเปญมากกว่าเดิมถึง 45% แต่ยังยึดพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม สร้างความเหนียวแน่นกับนักช้อป และสร้างโอกาสให้ผู้ขายเติบโตไปพร้อมกัน
ลาซาด้าสะท้อนความสำเร็จในช่วงเมกะแคมเปญและแคมเปญ Double Digit ด้วยยอดขายบนแพลตฟอร์มเติบโตกว่า 300% เมื่อเทียบกับวันปกติ ในขณะที่แคมเปญ Mid-Month ยอดโต 70% ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบการเติบโตในแคมเปญหมวดหมู่สินค้า นำโดยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าโตกว่า 2 เท่า ส่วนสินค้าแฟชันและความงามโตเพิ่มขึ้น 40%
เพื่อสานต่อความสำเร็จในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ลาซาด้าพร้อมเปิดตัวเมกะแคมเปญ “9.9 ลดอลัง ปังทุกแบรนด์” ยกระดับประสบการณ์การช้อประดับพรีเมียมด้วยทัพสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมโปรโมชันแบบจัดเต็มถึง 4 วัน

Next-Level eCommerce ช่วย Re-position ตลาด
ลาซาด้ายังวางเป้าหมายใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยใน 4 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1.การบุกเบิกและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง 2.ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มระดับพรีเมียมและศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและระดับท้องถิ่น 3. สร้างการเติบโตในระยะยาวด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง และ 4.เดินหน้าสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้ซื้อ แบรนด์ผู้ขาย และพันธมิตรอย่างยั่งยืน
วาริสฐา กล่าวเสริมว่า ลาซาด้า ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจ E-commerce ของประเทศไทย และให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะมีผู้เล่นรายอื่นๆ อีก แต่ก็อยู่ในระยะการเติบโตที่แตกต่างกัน สำหรับลาซาด้าเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนซึ่งการเน้นทำตลาดพรีเมียม (LazMall) มาจากจุดแข็งและข้อมูลภายในที่แสดงถึงความโดดเด่นในตลาดบน แต่ลาซาด้ายังคงมีสินค้าครบทุกหมวดหมู่และราคาที่หลากหลายเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม
สำหรับพฤติกรรมนักช้อปไทยที่ลาซาด้ามองเห็น คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Generation Connect (Gen C) ที่มองหาความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญ (Trust and Authenticity) เป็นนักช้อปที่ตัดสินใจซื้อสินค้า โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ (Intentional Spending) และมองสินค้าแบรนด์เป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่า (Value Beyond Price) ที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการ “ซื้อเพราะราคาถูก” สู่การ “ซื้อเพราะคุ้มค่าแบบองค์รวม”
“Gen C คือกลุ่มประชากรของนักช้อปที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยอายุหรือรุ่นอีกต่อไป แต่เป็น Generation Connect ที่มีส่วนร่วมอย่างมากกับแพลตฟอร์มดิจิทัลและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีการเปลี่ยนพฤติกรรมในแง่การรับรู้เรื่องของ "คุ้มค่า" ที่ในอดีต ความคุ้มค่าหมายถึงราคาต่ำ แต่ปัจจุบันเป็นความคุ้มค่าแบบองค์รวม คือคุณภาพ การใช้งานระยะยาว บริการที่เชื่อถือได้ และความปลอดภัย ส่งผลให้ผู้บริโภคนิยมใช้แบรนด์ของแท้มากขึ้น”
วาริสฐา กล่าวย้ำว่า ลาซาด้ากำลังก้าวสู่การเป็น "Next-Level E-commerce" มีเป้าหมายหลักในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแพลตฟอร์มพรีเมียมและศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพในระยะยาวรวมถึงสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ซื้อ ผู้ขาย และพันธมิตร ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ที่จะทำงานร่วมกัน คือ High-Quality Assortment, High-Quality Experienceและ High-Quality Campaigns
โดยมี AI เป็นกำลังเสริมที่เชื่อมโยงทั้ง “ฝั่งผู้ซื้อ” ผ่านการใช้ AI Personalization ทำให้การค้นหาและแนะนำสินค้าตรงใจมากขึ้น “ฝั่งผู้ขาย” โดย Seller Center ใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ดีมานด์แบบเรียลไทม์ ลดภาระงานด้วย AI Chatbot ที่ตอบคำถามลูกค้าได้สำเร็จกว่า 80% และ “ฝั่งพันธมิตร” สามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อออกแบบกลยุทธ์และสร้างแคมเปญร่วมกับแพลตฟอร์ม และเมื่อ Alibaba มีการลงทุนด้าน AI อย่างมหาศาลถึงกว่า 380,000 ล้านหยวน (สำหรับแผนงานใน 3 ปี) ในฐานะ Flagship อย่างลาซาด้าก็ย่อมเกิด AI Advantage ที่เหนือกว่าผู้เล่นรายอื่นในภูมิภาคนี้
สำหรับเบื้องหลังของคำว่า “คุ้มค่า” ของลาซาด้าในวันนี้จึงหมายถึง “คุณภาพสินค้า+ความน่าเชื่อถือของแบรนด์+การยกระดับประสบการณ์” ไม่ใช่แค่ส่วนลดที่ทำให้ได้สินค้าราคาถูก ซึ่งการเดินเกมในครั้งนี้เพื่อให้ลาซาด้าก้าวสู่เป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เพียงเติบโตเชิงปริมาณ แต่ยังสร้าง Quality Growth ที่ยั่งยืนอีกด้วย
“หัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงทั้ง 3 จุดแข็งนี้เข้าด้วยกัน คือ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยของลาซาด้าจะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้ดีขึ้นสำหรับทั้งผู้ซื้อ แบรนด์และผู้ขาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนของลาซาด้าและเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว” วาริสฐา กล่าว
