ในปีนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะขยายตัวจากมูลค่าราว 9.7 แสนล้านบาท ในปี 2568 สู่ 1.8 ล้านล้านบาท ในปี 2573 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงกว่า 14% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มุ่งเน้นการเติบโตผ่านมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ (Value per Order) แทนที่การเติบโตเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว
ลาซาด้า ประเทศไทย แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มองว่าอินไซต์ตลาดไทยกำลังเดินหน้าสู่ยุค “Confidence Commerce” เป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านจากการโฟกัสปัจจัยด้านราคา สู่การตัดสินใจซื้อบนพื้นฐานของความเชื่อมั่น โดยนักช้อปยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก พร้อมยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความมั่นใจ สอดคล้องกับรายงานของ CUBE INSIGHTS บริษัทชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอีคอมเมิร์ซ ระบุว่าตลาดกำลังเติบโตด้วยมูลค่า (Value-driven Growth) สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสินค้าแบรนด์คุณภาพบน LazMall ในฐานะหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์ม
ขณะเดียวกันสัดส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภูมิภาคไหลเข้าสู่มาร์เก็ตเพลสรูปแบบ Mall หรือศูนย์รวมร้านค้าทางการของแบรนด์ต่างๆ มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 12% ในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 55% ภายในปี 2573

เทรนด์ Trade-up ขยับเพดานการใช้จ่าย
แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ชไทย ยังสะท้อนถึงเทรนด์ Trade-up ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในหมู่นักช้อปไทย พร้อมขยับเพดานการใช้จ่ายเพื่อแลกกับสินค้าคุณภาพจากแบรนด์แท้ที่น่าเชื่อถือ สอดคล้องกับอินไซต์ของลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายสินค้าแบรนด์บน LazMall เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value – AOV) สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา สินค้าแบรนด์แท้ในหมวดหมู่แฟชัน ความงาม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์พรีเมียม ตอกย้ำพฤติกรรมนักช้อปไทยที่ให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์คุณภาพในทุกหมวดหมู่
วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยได้ก้าวข้ามยุคการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยราคาและโปรโมชันเพียงอย่างเดียว สู่ยุค Confidence Commerce ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การสร้างความเชื่อมั่นกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการตอบโจทย์พฤติกรรมนักช้อปยุคใหม่
ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค ลาซาด้า เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและประสบการณ์ที่เหนือกว่า ตอกย้ำความสำเร็จของ LazMall ในการเป็นจุดหมายปลายทางของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพครอบคลุมทุกหมวดหมู่ พร้อมนำเสนอสินค้าและแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ลาซาด้าเท่านั้น เพื่อตอบรับดีมานด์ของนักช้อปที่มองหาคุณภาพและความแตกต่าง
ลาซาด้า วางกลยุทธ์สร้างประสบการณ์ช้อปปิงที่วางใจได้ในทุกคำสั่งซื้อผ่าน “4 การันตี” (การันตีสินค้าแบรนด์แท้ 100% – จัดส่งตรงเวลา – คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว – การันตีสต็อกพร้อม) ตลอดจนโปรแกรมสมาชิก ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนแบรนด์พันธมิตรและผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวรับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
“เทรนด์ผู้บริโภคนี้ ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของอีคอมเมิร์ซอีกครั้ง ไม่เพียงสะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของลาซาด้าที่เดินมาถูกทาง ในการมุ่งสร้างประสบการณ์ช้อปปิงที่เหนือกว่าบน LazMall ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานอีคอมเมิร์ซไปอีกขั้น โดยยึดถือความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมั่นว่าอีโคซิสเต็มที่ยืนหยัดบนความเชื่อมั่นและคุณภาพที่แท้จริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันอีคอมเมิร์ซไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” วาริสฐา กล่าว

คุณภาพ+ความเชื่อมั่น สำคัญกว่าราคา
วันนี้ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักของลาซาด้าที่มีการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มรูปแบบ Mall สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลสำรวจ CUBE INSIGHTS ระบุว่ากว่า 91% ของนักช้อปไทยซื้อสินค้าแบรนด์แท้ผ่าน Mall เป็นประจำ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการช้อปปิงผ่านร้านค้าทางการบน Mall ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การซื้อสินค้าพรีเมียมหรือการช้อปในโอกาสพิเศษอีกต่อไป
ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS กล่าวว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักช้อปไทยมี “คุณภาพสินค้า” เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดย 77% ของผู้ซื้อระบุว่าคุณภาพมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ สูงกว่าปัจจัยด้านราคาที่รองลงมาเป็นอันดับสอง ตอกย้ำว่าสินค้าแท้บน Mall คือช่องทางสำคัญที่ช่วยลดความกังวลและเอื้อต่อการตัดสินใจซื้ออย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องความมั่นใจว่าเป็นของแท้ การรับประกัน และบริการหลังการขาย ซึ่งผู้บริโภคกว่า 67% พร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นอีก 5-10% เพื่อแลกกับความอุ่นใจและการันตีสินค้าแบรนด์แท้ โดยแนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนในหมวดความงาม (81%) ตามมาด้วยแฟชัน (75%) และเครื่องใช้ไฟฟ้า (62%) ตามลำดับ
“อินไซต์พฤติกรรมการช้อปปิงยุคใหม่ยังมีความซับซ้อนและใช้หลากหลายทัชพอยต์ควบคู่กัน โดยนักช้อปกว่า 71% มีพฤติกรรม ‘Showrooming’ ที่เลือกชมสินค้าจากหน้าร้านออฟไลน์ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อออนไลน์ และมีแนวโน้มว่าสัดส่วนการซื้อสินค้าในหมวดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือจะย้ายไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะจากร้านค้าทางการบนแพลตฟอร์ม”
ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงการค้นหาข้อมูล แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นจากรีวิวผู้ใช้จริง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรับรองจากแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับการเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมของลาซาด้าอย่างต่อเนื่อง ในการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแม่นยำและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
"ในอดีตสินค้าส่วนใหญ่อาจจะเน้นที่ราคาถูกและไม่มีแบรนด์ แต่เมื่อระบบ Mall เข้ามา ผู้บริโภคมีความมั่นใจและกล้าที่จะยกระดับเพดานการใช้จ่ายของตนเองสูงขึ้น โดยนักช้อปไทยมากกว่า 50% ยอมรับว่ามีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10-30% เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้นหรือขยับไปใช้แบรนด์ที่สูงขึ้น เพราะในวันนี้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือเรื่องการคืนสินค้าที่ทำได้ง่าย ความเป็นของแท้ และการจัดส่งที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือและบริการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากกว่า" ภีม กล่าว

Confidence Commerce สู่ความยั่งยืนด้วยคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง รายงานล่าสุดปี 2568 จาก Google ระบุถึงมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอยู่ที่ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่งถึง 59% ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย คาดว่าจะขยับขึ้นถึง 59,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2573 โดยทิศทางของลาซาด้าที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจด้านคุณภาพตามยุค Confidence Commerce จึงสอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน
วาริสฐา กล่าวเสริมถึงแผนงานในปีนี้ คือการมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านสินค้า บริการ และประสบการณ์การช้อปปิ้ง โดยมี LazMall เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งปีที่ผ่านมามีการเติบโตด้านยอดขายถึง 51% และวางเป้าหมายให้ LazMall เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์แท้และสินค้าคุณภาพ ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ เช่น LazLook สำหรับแฟชั่น, LazBeauty สำหรับความงาม รวมถึง Lazada Electronics รวมถึงแผนต่อยอดแบรนด์ในกลุ่ม Lazada Exclusive ทั้งในแบรนด์บิวตี้ แฟชั่น อิเล็กทรอนิกส์ และไลฟ์สไตล์แบรนด์
ด้านบริการและประสบการณ์ ลาซาด้าเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านโปรแกรม LazMall Guarantee การันตีของแท้ ส่งตรงเวลา คืนสินค้าได้ภายใน 30 วัน และได้รับเงินคืนไว ยังมี Priority Delivery ส่งสินค้าแม่นยำและรวดเร็ว โดยกว่า 95% ของสินค้าจะส่งถึงในวันถัดไป การลดรอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ด้วยบริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงบริการ Trade up มือถือเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ และ Lazada Membership ด้วยสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์มากกว่าการเป็นคูปองส่วนลด ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่ม Platinum มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า
"ทิศทางของลาซาด้าคือการมุ่งเน้นการทำธุรกิจด้านคุณภาพตามยุค Confidence Commerce กลยุทธ์หลักคือการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านสินค้า บริการ และประสบการณ์การช้อปปิ้ง เรานำ AI มาใช้ยกระดับประสบการณ์ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น Lazzie เป็น AI Chatbot ที่ช่วยปิดการขายได้มากขึ้นถึง 40% เพราะเราเป็นระบบนิเวศที่ครบวงจร เรามุ่งเน้นการส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาในระบบ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งแบรนด์พาร์ทเนอร์และผู้ค้าชาวไทย" วาริสฐา กล่าว
