ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมีมูลค่าราว 40,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสาหร่ายคิดเป็น 10% หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเถ้าแก่น้อยครองส่วนแบ่งสูงถึง 70% ถือเป็นผู้นำตลาด แม้หลายคนมองว่าตลาดสาหร่ายเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว แต่ภายใต้ตลาดเดิมยังมี S-Curve ใหม่ทั้งในกลุ่มสาหร่ายอบ และสาหร่ายโรยข้าว
อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้งจำกัด (มหาชน) เล่าว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสาหร่ายอบได้กลายเป็น S-Curve สำคัญที่ผลักดันให้เถ้าแก่น้อยเติบโต และปีนี้ยังเสริมด้วยสาหร่ายโรยข้าวที่ได้รับการตอบรับดีเติบโตเกือบ 100% แสดงให้เห็นว่า Segment ใหม่ยังมีช่องว่างให้ขยายฐานผู้บริโภคได้อีกมาก
สาหร่ายโรยข้าวมีมูลค่าใกล้แตะ 1,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปีมีโอกาสโตแตะ 2,000 ล้านบาท จึงกลายเป็นหมากสำคัญที่เถ้าแก่น้อยลงทุนเชิงรุก เพื่อปั้นเป็น S-Curve ถัดไปทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศ
เพื่อขยายฐานลูกค้า เถ้าแก่น้อยเลือกใช้กลยุทธ์ Family Marketing ด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ชมพู่ อารยา และน้องแอบิเกล ในคอนเซ็ปต์ “เถ้าแก่น้อย X เถ้าแก่เกล Snack Party”

สำหรับเหตุผลที่เลือก ชมพู่ อารยา – น้องแอบิเกล เป็นพรีเซนเตอร์หลัก อิทธิพัทธ์ เล่าว่ามาจากการวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มครอบครัวที่ประกอบด้วยแม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ เด็กๆ ที่ต้องการความสนุกสนานและรสชาติอร่อย กลุ่มรักสุขภาพ ที่มองหาสแน็คที่มีประโยชน์ ซึ่งชมพู่ อารยา มีภาพลักษณ์ Healthy และ Family Woman ส่วนน้องแอบิเกล เป็นตัวแทนความน่ารักและความฉลาดของเด็กยุคใหม่ ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสาหร่ายโรยข้าว ที่ตั้งใจจับตลาดเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะ
สำหรับครึ่งปีแรก เถ้าแก่น้อยใช้งบการตลาดค่อนข้างจำกัดเพื่อสังเกตทิศทางตลาด แต่ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะแคมเปญ “เถ้าแก่น้อย X เถ้าแก่เกล Snack Party” ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 40–50 ล้านบาท เพื่อสื่อสารต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า เดินตามกลยุทธ์ 3 GO ได้แก่
- GO FIRM สร้างความแข็งแรงในธุรกิจหลัก
- GO BROAD ขยาย Portfolio ผ่านสาหร่ายอบ ย่าง และโรยข้าว
- GO GLOBAL สร้างการรับรู้ในระดับโลก ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์และ Idol Marketing

ปัจจุบัน สาหร่ายอบเติบโตเฉลี่ย 40–50% ส่วนสาหร่ายโรยข้าวเติบโตเกือบ 100% ซึ่งหลังจากเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ เถ้าแก่น้อยมั่นใจว่าจะช่วยสร้าง Brand Awareness เพิ่มขึ้น
นอกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สาหร่ายและสแน็ค เถ้าแก่น้อยยังลงทุนในธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารผ่านบริษัทในเครือ (TKNRF) ได้แก่
- ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ ร้านค้าจำหน่ายขนมและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
- ร้าน Bomber Dog แฟรนไชส์ Food Kiosk ขายฮอทด็อกสูตรพิเศษ โรยผงและซอสเฉพาะ
- ร้าน 71 หมูกระทะ ธุรกิจร้านอาหารที่เถ้าแก่น้อยร่วมกับ 71 Mookata และเป็นแฟรนไชซีเพียงรายเดียว และเริ่มขยายสาขา 2 ที่ “บรรทัดทอง”